TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เด็กควรดูทีวีนานแค่ไหน ดูนานเกินไปอันตรายกว่าที่คิด!

บทความ 5 นาที
เด็กควรดูทีวีนานแค่ไหน ดูนานเกินไปอันตรายกว่าที่คิด!

ในช่วงปิดเทอมหรือแม้กระทั่งในช่วงที่โควิด 19 ระบาด ทำให้เด็ก ๆ และผู้ปกครองไม่สามารถไปไหนได้นอกจากอยู่บ้าน ทำให้เด็ก ๆ ได้ดูจอมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นมือถือหรือการดูจอทีวีก็ตาม แต่พ่อแม่รู้ไหมว่า เด็กควรดูทีวีนานแค่ไหน และจะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง เราจะพามาดูกันค่ะ

 

เด็กควรดูทีวีนานแค่ไหน

 

เด็กควรดูทีวีนานแค่ไหน

ลูก ๆ ของคุณพ่อคุณแม่นั้นปกติแล้วใช้เวลาเท่าไหร่ในการดูทีวีหรือภาพยนตร์ เล่นกับสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ หรือเพลิดเพลินกับวิดีโอเกมกันคะ แม้ว่าการดูหน้าจอบางครั้ง ก็เพื่อการศึกษา แต่ส่วนมากการใช้โทรศัพท์ในการดูอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษานั้นจะมีมากกว่า และเป็นเรื่องที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของ COVID-19 ที่เด็กทุกคนต้องอยู่ที่บ้าน

เด็กควรดูทีวีนานแค่ไหน ? คำตอบคือ ไม่ควรสนับสนุนให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ดูหน้าจอมือถือหรือทีวี และแนะนำให้จำกัดเวลาหน้าจอของเด็กโตให้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน

 

ติดจอมากเกินไปอันตรายกว่าที่คิด

1. โรคอ้วน

ยิ่งเด็ก ๆ ดูทีวีและวิดีโอมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่เด็กจะมีน้ำหนักเกิน ก็จะยิ่งมากขึ้น เท่านั้น การมีทีวีหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในห้องนอนของเด็กจะเพิ่มความเสี่ยงนี้เช่นกัน นอกจากนี้ เด็กก็จะอยากกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์จากการดูโฆษณาได้ เช่นเดียวกับการรับประทานอาหารมากเกินไปในขณะที่รับชมผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

2. การนอนผิดเวลา

ยิ่งเด็ก ๆ ใช้เวลาดูหน้าจอมากเท่าไหร่ เด็กก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาในการนอนหลับ หรือมีตารางการนอนที่ผิดปกติมากขึ้นเท่านั้น การอดนอนอาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้า และความอยากกินอาหารที่เพิ่มขึ้น

 

3. ปัญหาพฤติกรรม

เด็ก ๆ ที่ใช้เวลามากกว่าสองชั่วโมงต่อวันในการดูทีวี เล่นวิดีโอเกม ใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาด้านอารมณ์ สังคม และความสนใจ นอกจากนี้ การเล่นวิดีโอเกม สามารถเพิ่มปัญหาความสนใจของเด็กได้

 

ในขณะที่เล่นวิดีโอเกม สมองของบุคคลนั้นจะประมวลผลสถานการณ์ราวกับว่ามันเป็นเรื่องจริง หากเกมแสดงให้เห็นสถานการณ์ที่อันตรายหรือรุนแรง ร่างกายของผู้เล่นเกมจะตอบสนองตามนั้น “การตอบสนองแบบสู้หรือหนี” ต่ออันตรายที่รับรู้นั้น ถูกกระตุ้นในเกมที่รุนแรง การเล่นวิดีโอเกมมากเกินไปอาจทำให้สมองถูกเร่งให้อยู่ในภาวะตื่นตัวตลอดเวลา

 

4. ผลการเรียนบกพร่อง

เด็ก ๆ ที่มีทีวีหรือหน้าจออื่น ๆ ในห้องนอนมักจะทำข้อสอบได้แย่กว่านักเรียนที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ในห้องนอน เนื่องจากเด็ก ๆ จะถูกดึงดูดจากสิ่งอื่นที่น่าสนใจกว่าการเรียน ทำให้เด็กสนใจการเรียนลดลง

 

5. ความรุนแรง

การเปิดรับความรุนแรงผ่านสื่อมากเกินไป อาจทำให้เด็กไม่รู้สึกไวต่อความรุนแรง ส่งผลให้เด็กเรียนรู้ที่จะยอมรับพฤติกรรมรุนแรง และมองว่าเป็นเรื่องปกติในการแก้ปัญหา

 

6. เวลาเล่นน้อย

เด็ก ๆ จะใช้เวลากับหน้าจอมากเกินไป ทำให้มีเวลาน้อยลงสำหรับการเล่นที่สร้างสรรค์ เวลาอยู่หน้าจอทั้งหมดของเด็ก ๆ อาจมากกว่าที่คิด ควรเริ่มติดตามและพูดคุยกับลูก เกี่ยวกับความสำคัญของการติดหน้าจอให้น้อยลง และออกไปเล่นข้างนอกให้มากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : ลูกติดเกม ติดมือถือ อันตราย! วิธีเลี้ยงดูลูกอย่างไร ไม่ให้ลูกเสพติดจอ อย่าทำร้ายสุขภาพลูก

 

เด็กควรดูทีวีนานแค่ไหน

 

ขั้นตอนง่าย ๆ ในการลดเวลาหน้าจอ

1. ปิดทีวี

หากทีวีเปิดอยู่ แม้ว่าจะเป็นเพียงการเปิดทิ้งไว้ก็ตาม แต่ก็มีแนวโน้มที่จะดึงความสนใจของลูกได้ หากคุณไม่ได้กำลังดูรายการนั้นอยู่ ให้ปิดทีวีลง และนี่ยังสามารถช่วยในการประหยัดไฟได้อีกด้วย

 

2. ไม่ควรมีทีวีในห้องนอน

เด็กที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในห้องนอน จะใช้เวลาดูมากกว่าเด็กที่ไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ในห้องนอน จำกัดเวลาการใช้โทรศัพท์มือถือหรือการดูทีวีของลูก และควรวางทีวีและคอมพิวเตอร์ไว้ในพื้นที่ส่วนกลางในบ้านเพื่อช่วยในการควบคุมเวลา

 

3. อย่าดูทีวีขณะกิน

การปล่อยให้ลูกกิน และดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปด้วย เป็นการเพิ่มเวลาการหน้าจอให้กับลูก และนี้ยังเป็นการทำให้กินเพลินจนทำให้อาหารหมดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : หยุดดูจอ ก่อนจะสายเกินแก้ เทคโนโลยีส่งผลต่อสุขภาพของคุณอย่างไร? 

 

มีส่วนร่วมมากที่สุดเมื่อดูทีวีควร

1. เลือกให้

แทนที่จะเลือกดูช่องต่าง ๆ ให้หาวิดีโอหรือรายการที่มีคุณภาพ ลองใช้การตั้งค่าการควบคุมโดยผู้ปกครองบนทีวี และคอมพิวเตอร์ของคุณ ดูตัวอย่างวิดีโอและเช็กแอปพลิเคชัน ก่อนที่จะอนุญาตให้ลูกเล่นเกมหรือดูวิดีโอนั้น ๆ

 

2. ดูกับลูก

เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ ให้ดูรายการต่าง ๆ ด้วยกัน และพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเห็น เช่น ค่านิยมของครอบครัว ความรุนแรง หรือการใช้ยาในทางที่ผิด หากคุณเห็นโฆษณาอาหารขยะ ให้อธิบายว่า แค่เพราะมันอยู่ในทีวี ไม่ได้หมายความว่ามันดี

 

3. บันทึกรายการและดูในภายหลัง

จะช่วยให้คุณสามารถข้ามโฆษณาขายของเล่น อาหารขยะ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คุณไม่สนใจได้อย่างรวดเร็ว หากเมื่อรับชมรายการสด ให้ใช้ปุ่มปิดเสียงในระหว่างที่มีโฆษณา

 

4. ไม่นั่งดูเฉย ๆ

ให้ลูกยืดเส้นยืดสาย หรือออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ขณะดูทีวี เล่นเกมกับครอบครัว ดูว่าใครสามารถกระโดดตบได้มากที่สุดในช่วงพักโฆษณา หรือเลือกวิดีโอเกมที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย

 

การเริ่มจำกัดเวลาหน้าจอของลูกอาจเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม มันก็คุ้มค่ากับความพยายาม ด้วยการสร้างกฎใหม่ และเปลี่ยนแปลงกิจวัตรเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ คุณจะสามารถลดเวลาในการอยู่หน้าจอ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

 

การอยู่กับจอให้เกิดประโยชน์

การดูทีวี หรือการดูจอสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย ไม่เร็วเกินไปที่จะวางแผน การใช้เวลาที่อยู่หน้าจอกับครอบครัวของคุณ ให้ลูกช่วยออกความคิดเห็น และนี่คือสิ่งที่ควรรู้

  • ทำความคุ้นเคยเพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะสมกับวัย
  • พูดคุยกับลูกของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่พวกลูกเห็น ชี้ให้เห็นพฤติกรรมที่ดี เช่น ความร่วมมือ มิตรภาพ และความห่วงใยผู้อื่น เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่มีความหมายหรือสถานที่ที่น่าสนใจ
  • ระวังโฆษณาและอิทธิพลของโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการเลือก
  • ส่งเสริมให้ลูกของคุณเรียนรู้กิจกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬา ดนตรี ศิลปะ และงานอดิเรกที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าจอ
  • สร้างตัวอย่างที่ดีด้วยนิสัยการติดหน้าจอที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพของคุณเอง
  • สอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยออนไลน์
  • ส่งเสริมการใช้หน้าจอในลักษณะที่สร้างความคิดสร้างสรรค์
  • พิจารณาวุฒิภาวะและนิสัยของลูก เพราะเด็กแต่ละคนมีวุฒิภาวะไม่เท่ากัน

 

เด็ก ๆ ไม่ควรดูจอ มากเกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน เพราะจะทำให้สามารถเป็นอันตรายได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน การนอนผิดเวลา มีปัญหาพฤติกรรม ส่งผลให้ผลการเรียนต่ำลง รวมถึงปัญหาความรุนแรง และทำให้มีเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นลดลง หากเมื่อเด็กอยู่กับจอพ่อแม่ควรอยู่ข้าง ๆ เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสม และควรแนะนำให้เด็ก ๆ ใช้การดูหน้าจอให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

5 วิธีจำกัดสื่อออนไลน์สำหรับเด็ก ช่วยลูกพ้นจากสื่อที่เกินคำว่าเหมาะสม

ลูกดูทีวีดูมือถือทั้งวัน จอจนตาอักเสบรุนแรง! พ่อโพสต์เตือนอย่าปล่อยลูกดู ทีวี มือถือ ยิ่งนานยิ่งอันตราย

เด็กติดอินเทอร์เน็ต สื่อออนไลน์ ติดมือถือ ติดคอม แก้ไขและป้องกันได้อย่างไร?

ที่มา : medlineplus, mayoclinichealthsystem

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Kanjana Thammachai

  • หน้าแรก
  • /
  • การเลี้ยงลูก
  • /
  • เด็กควรดูทีวีนานแค่ไหน ดูนานเกินไปอันตรายกว่าที่คิด!
แชร์ :
  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว