เชื่อว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคน เมื่อจับได้ว่าเจ้าตัวแสบที่บ้านเริ่มมีพฤติกรรม “พูดไม่จริง” คุณแม่อาจรู้สึกโกรธ ผิดหวัง หรือแม้กระทั่งความกังวลว่าเราเลี้ยงลูกพลาดไปตรงไหน? ทำไมเด็กถึงโกหก? คุณแม่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การโกหกในเด็กนั้นไม่ใช่เรื่องของจริยธรรมที่ล้มเหลวเสมอไป แต่คือส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ทางสังคมที่เราต้องรับมือด้วยความเข้าใจค่ะ
เจาะลึก… ทำไมเด็กถึงโกหก?
การจะแก้ปัญหาให้ตรงจุด เราต้องรู้ก่อนว่าแรงจูงใจเบื้องหลังคืออะไร บทวิจัยหลายฉบับชี้ให้เห็นว่าสาเหตุที่ ทำไมเด็กถึงโกหก นั้นมีความหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับบริบทและสภาพแวดล้อม
1. เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ
นี่คือสาเหตุยอดฮิตอันดับหนึ่ง เมื่อเด็กทำแจกันแตก หรือไม่ได้ทำการบ้าน สมองส่วนเอาตัวรอดจะทำงานทันที หากเขารู้สึกว่าการพูดความจริงจะนำมาซึ่งเสียงดุด่าหรือการทำโทษที่รุนแรง การโกหกจึงกลายเป็น “ทางออกที่ปลอดภัย” ในสายตาเด็ก
เมื่อเด็กอายุประมาณ 3-4 ขวบ เขาจะเริ่มเข้าใจว่า “แม่ไม่ได้รู้ทุกอย่างที่ฉันคิด” การลองโกหกจึงเปรียบเสมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของเด็ก เพื่อดูว่าเขาสามารถ ควบคุมความเชื่อของคนอื่นได้ไหม ซึ่งในแง่หนึ่งมันคือสัญญาณว่าลูกมีพัฒนาการทางสติปัญญาที่ก้าวหน้าขึ้นค่ะ
3. เพื่อสร้างความมั่นใจหรือการยอมรับ
บางครั้งคำถามที่ว่า ทำไมเด็กถึงโกหก อาจมีคำตอบที่น่าเศร้า คือลูกรู้สึกว่า “ตัวตนจริงๆ ของเขาไม่ดีพอ” เด็กจึงเลือกที่จะ “โม้” หรือเล่าเรื่องเกินจริงเพื่อให้เพื่อนยอมรับ หรือเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเขา

พัฒนาการ การโกหก ตามช่วงวัย: ลูกบ้านไหนวัยไหน ต้องอ่าน!
การเข้าใจว่า ทำไมเด็กถึงโกหก ในแต่ละช่วงอายุ จะช่วยให้เราเลือกใช้คำพูดและวิธีจัดการได้เหมาะสมที่สุดค่ะ
-
วัยเตาะแตะ (1-3 ขวบ): โกหกเพราะความปรารถนา
ในวัยนี้ ลูกยังแยกไม่ออกระหว่าง “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” กับ “สิ่งที่เขาอยากให้เป็น” เช่น ลูกบอกว่า “หนูไม่ได้กินคุกกี้” ทั้งที่เศษคุกกี้เต็มพุง นั่นไม่ใช่เพราะลูกอยากหลอกลวงคุณแม่นะคะ แต่ลูกเขากำลังพูดในสิ่งที่เขาปรารถนา (คือเขาไม่อยากให้คุกกี้ชิ้นนั้นถูกกินไปจนแม่โกรธนั่นเอง)
-
วัยอนุบาล (3-5 ขวบ): โกหกตามจินตนาการ
วัยนี้คือวัยแห่งโลกนิทาน ในวัยนี้มักเกี่ยวข้องกับเพื่อนในจินตนาการ หรือเรื่องเหนือธรรมชาติ หากลูกบอกว่า “มีมังกรมากินเค้กในตู้เย็น” แทนที่จะดุว่าลูกโกหก ลองใช้โอกาสนี้คุยเรื่องจินตนาการไปพร้อมกับการสอนเรื่องความรับผิดชอบดูครับ
-
วัยประถม (6-12 ขวบ): โกหกเพื่อรักษาหน้าตาและเข้าสังคม
เมื่อเข้าโรงเรียน เด็กจะเริ่มเข้าใจเรื่องผลกระทบทางสังคมมากขึ้น เขาอาจโกหกเพื่อเลี่ยงงานที่ยาก หรือเพื่อไม่ให้โดนเพื่อนล้อ การสอนในวัยนี้ควรเน้นไปที่ “ความเชื่อใจ” (Trust) มากกว่าการลงโทษด้วยความรุนแรง
-
วัยรุ่น (13 ขวบขึ้นไป): โกหกเพื่อความเป็นอิสระ
วัยรุ่นเริ่มมีโลกส่วนตัว การโกหกของเด็กในวัยนี้ มักจะเป็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวและการพิสูจน์อำนาจในตัวเอง เขาอาจจะบอกความจริงเพียงครึ่งเดียวเพื่อเลี่ยงการถูกบงการชีวิต
5 กลยุทธ์รับมือ เมื่อจับได้ว่าลูกโกหก
หากเราเข้าใจแล้วว่า ทำไมลูกถึงโกหก ขั้นตอนต่อไปคือการแก้ไขอย่างละมุนละม่อม มาดูวิธีการกันเลยค่ะ
1. อย่า “ต้อนให้จนมุม”
หากคุณแม่รู้ความจริงอยู่แล้วว่าลูกไม่ได้ล้างจาน อย่าถามว่า “ล้างจานหรือยัง?” เพราะนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกโกหกเพื่อเอาตัวรอด ให้เปลี่ยนเป็นพูดว่า “แม่เห็นว่าจานยังไม่ได้ล้างเลย เราไปช่วยกันทำตอนไหนดีจ๊ะ?” วิธีนี้จะช่วยลดความกดดันที่ทำให้เด็กต้องโกหกค่ะ
2. ขอบคุณใน ความกล้าที่จะพูดความจริง
เมื่อไหร่ที่ลูกยอมรับผิด แม้จะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหน สิ่งแรกที่คุณควรทำคือพูดว่า “แม่ขอบคุณนะที่ลูกกล้าหาญยอมบอกความจริงกับแม่” การชื่นชมความสัตย์จริงจะทำให้ลูกรู้สึกว่าการพูดความจริงนั้นคุ้มค่ากว่าการปกปิด

3. แยก “พฤติกรรม” ออกจาก “ตัวตน”
อย่าตราหน้าลูกว่าเป็น “เด็กขี้โกหก” เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกว่านั่นคือตัวตนของเขาและไม่มีทางแก้ได้ ให้เน้นไปที่เหตุการณ์นั้นๆ เช่น “สิ่งที่ลูกพูดเมื่อกี้ไม่จริงนะจ๊ะ และแม่ให้ความสำคัญกับการพูดความจริงมาก”
4. ใช้บทลงโทษที่สมเหตุสมผล
หากลูกโกหกเรื่องการเล่นเกมแทนการทำการบ้าน บทลงโทษไม่ควรเป็นการตี แต่ควรเป็นการงดเล่นเกมในวันถัดไป เพื่อให้เขาเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง “การกระทำ” และ “ผลลัพธ์”
5. เป็นต้นแบบความซื่อสัตย์
บางครั้งการที่ลูกโกหก อาจมาจากสิ่งที่เราทำโดยไม่รู้ตัว เช่น เราบอกให้ลูกไปรับโทรศัพท์แล้วบอกว่า “แม่ไม่อยู่” เด็กจะเรียนรู้ทันทีว่าการโกหกเพื่อความสะดวกนั้นทำได้ ดังนั้น พ่อแม่ต้องซื่อสัตย์ให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่างก่อนครับ
บ้านคือ “พื้นที่ปลอดภัย” หัวใจสำคัญของการสร้างความซื่อสัตย์
ท้ายที่สุดแล้ว สาเหตุที่ว่า ทำไมเด็กถึงโกหกมักจะย้อนกลับมาที่ความรู้สึก “ไม่ปลอดภัย” หากบ้านเป็นที่ที่พูดความจริงแล้วโดนด่า พูดความผิดแล้วโดนตี เด็กจะพัฒนาทักษะการโกหกให้แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความอยู่รอด
ในฐานะพ่อแม่ เป้าหมายของเราไม่ใช่การมีลูกที่สมบูรณ์แบบที่ไม่เคยทำผิดเลย แต่คือการมีลูกที่เมื่อเขาทำผิดแล้ว เขากล้าเดินมาบอกเราเป็นคนแรก เพราะเขารู้ว่าแม่จะช่วยแก้ไข ไม่ใช่ซ้ำเติม
ขอเพียงคุณพ่อคุณแม่หนักแน่นในความรัก ใจเย็นในการรับฟัง และสม่ำเสมอในการเป็นต้นแบบที่ดี ในที่สุดความซื่อสัตย์จะกลายเป็นนิสัยที่ติดตัวลูกไปตลอดชีวิตค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
มารยาททางสังคมที่ควรสอนลูก ปลูกฝังลูกให้เป็นเด็กดี
เคล็ดลับปรับนิสัย เด็กดื้อเงียบ เด็กขี้โกหก
เหตุผลที่สอนลูกไม่ได้ผล ? ลูกไม่เชื่อฟัง ถึงเวลาพ่อแม่ยุคใหม่ต้องเปลี่ยน
ที่มา : Psychology Today
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!