TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

แพ้ท้องกี่เดือนหาย อาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่? รับมือยังไง แพ้ท้องแบบไหนต้องระวัง?

บทความ 5 นาที
แพ้ท้องกี่เดือนหาย อาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่? รับมือยังไง แพ้ท้องแบบไหนต้องระวัง?

คุณแม่ท้องไตรมาสแรก อยากรู้ไหมว่า อาการแพ้ท้องจะอยู่กับเราไปนานเท่าไร มาดูคำตอบกันค่ะ

คุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก ท้องอ่อนๆ ที่กำลังพบกับภาวะแพ้ท้อง อาจจะพอทำความเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องปกติที่คนท้องต้องเจอ แต่เมื่ออาการแพ้ท้องถาโถมมากขึ้น นานวันเข้าอาจเกิดคำถามว่า จะต้องแพ้ท้องไปนานแค่ไหน แพ้ท้องกี่เดือนหาย ควรจะรับมือกับอาการที่สร้างความอ่อนเพลียนี้อย่างไรดี แล้วมีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังการแพ้ท้องตามมา theAsianparent รวมคำตอบของความสงสัยต่างๆ นี้มาให้ค่ะ

แพ้ท้องตอนไหน

สารบัญ

  • ทำไม? คุณแม่มีอาการแพ้ท้อง
  • ลักษณะอาการแพ้ท้องที่พบบ่อย
  • แม่ท้อง แพ้ท้องกี่เดือนหาย อาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่?
  • รับมืออาการแพ้ท้องยังไงดี?
  • รับมืออาการแพ้ท้องตอนเช้า
  • ดูแลอาการแพ้ท้องระหว่างวัน
  • ตอนเย็น
  • แพ้ท้องแบบไหนที่ต้องระวัง?
  • 10 อาหารต้านอาการแพ้ท้อง

ทำไม? คุณแม่มีอาการแพ้ท้อง

จริงๆ แล้วอาการแพ้ท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะครรภ์อ่อนๆ นั้นยังไม่สามารถสรุปที่มาได้อย่างชัดเจนค่ะ แต่คาดกันว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงฮอร์โมนในการตั้งครรภ์ และสภาวะจิตใจของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีความวิตกกังวล ความเครียด ซึ่งความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้สามารถส่งผลให้เกิดอาการแพ้ท้องได้ ยิ่งคุณแม่บางมีความวิตกกังวลมากขึ้น อาการแพ้ท้องอาจเป็นมากขึ้นได้ด้วย ส่วนคุณแม่ที่ไม่แพ้ท้อง ไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะคะแต่อาจมีผลจากจิตใจที่มั่นคง ไม่กังวล หรือมีความเครียดน้อยนั่นเองค่ะ

ลักษณะอาการแพ้ท้องที่พบบ่อย

  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา
  • ไม่อยากอาหาร รู้สึกขมในปาก
  • ไวต่อกลิ่น เกิดความรู้สึกเหม็นหรือหอม กับบางสิ่งได้เร็ว

แพ้ท้องกี่เดือนหาย

แม่ท้อง แพ้ท้องกี่เดือนหาย อาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่?

ตามปกติแล้ว 3 ใน 4 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ จะมี “อาการแพ้ท้อง” (Morning Sickness) ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ คือเริ่มต้นประมาณเดือนแรก หรือสัปดาห์ที่ 4-6 โดยอาการจะเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้นในเดือนต่อๆ ไป และมักจะหายไปในช่วงเดือนที่ 3 หรือประมาณสัปดาห์ที่ 12-14 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งคุณแม่บางคนอาจมีอาการแพ้ท้องนานกว่านี้ หรืออาจมีอาการแพ้ท้องเล็กน้อยไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใกล้คลอด

ดังนั้น คำถามที่ว่า แพ้ท้องกี่เดือนหาย จึงมีคำตอบว่าประมาณ 3 เดือนนั่นเองค่ะ โดยอาการแพ้ท้องมักจะมีความรุนแรงที่สุดในช่วงเดือนแรก แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อย ในขณะที่บางคนอาจมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง

รับมืออาการแพ้ท้อง

รับมืออาการแพ้ท้องยังไงดี?

  • รับมืออาการแพ้ท้องตอนเช้า

อาการแพ้ท้อง ชื่อก็บอกอยู่แล้วค่ะว่า Morning Sickness ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ในทุกๆ เช้าหลังตื่นนอนคุณแม่ควรหาของกินง่ายๆ เช่น ซีเรียล แครกเกอร์ วางไว้ใกล้ๆ กับเตียงนอน เพื่อที่หลังจากตื่นนอนจะสามารถกินเพื่อตอบสนองอาการอยากอาหารได้ในทันทีค่ะ

  • ดูแลอาการแพ้ท้องระหว่างวัน

  1. อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว แต่ก็ไม่ควรกินเยอะ หรือกินตลอดเวลา แต่ควรกินอาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง แบ่งการกินเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวัน หรือหาอาหารว่างเบาๆ มากินเสริม แทนการกินมื้อใหญ่ๆ 3 มื้อ การแบ่งมื้อแบบนี้จะช่วยให้กระเพาะไม่ว่าง ลดอาการคลื่นไส้ได้
  2. ดื่มน้ำก่อนหรือหลังอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อช่วยให้อาหารสามารถเคลื่อนย้ายและย่อยได้ง่ายขึ้น รวมถึงป้องกันการขาดน้ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากการอาเจียนหรือคลื่นไส้
  3. แม้คุณแม่จะสามารถนอนพักผ่อนได้ตลอดวัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการงีบหลับหลังมื้ออาหาร เพราะอาจทำให้อาการคลื่นไส้แย่ลงไปกว่าเดิม
  4. กินน้ำขิง หรือชาที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งขิงสามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ดี โดยคุณแม่กินได้ทั้งขิงสด หรือน้ำขิง หรือชารสเปรี้ยวในช่วงที่รู้สึกไม่สบายด้วยอาการแพ้ท้อง
  5. หลีกเลี่ยงกลิ่นอาหาร หรือสิ่งใดก็ตามที่มีกลิ่นแรง เพราะอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้
  • ตอนเย็น

หลีกเลี่ยงการปรุงรสชาติอาหาร เพราะอาหารรสเผ็ด หรือมีรสเลี่ยน จะยิ่งเพิ่มระดับอาการคลื่นไส้ให้มากขึ้น คุณแม่ควรเลือกกินอาหารอ่อนๆ และไม่มีกลิ่น และพยายามเข้านอนให้เร็วขึ้น เพื่อให้ร่างกายของคุณแม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ช่วยลดความเหนื่อยล้า ร่างกายได้ฟื้นฟู และลดความเครียดที่อาจทำให้อาการแพ้ท้องรุนแรงขึ้น

 

แพ้ท้องรุนแรงแค่ไหนต้องพบแพทย์

แพ้ท้องแบบไหนที่ต้องระวัง?

ถึงแม้อาการแพ้ท้องจะเป็นอาการธรรมดาในระหว่างการตั้งครรภ์ แต่ยังมีบางกรณีที่ต้องระวังและต้องไปพบแพทย์ทันที ได้แก่

  • อาเจียนอย่างรุนแรง อาเจียนบ่อย จนไม่สามารถดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและขาดสารอาหาร หรือ “Hyperemesis Gravidarum” ควรได้รับการดูแลจากแพทย์
  • น้ำหนักลดมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์ได้
  • มีอาการปวดท้องรุนแรง เจ็บท้อง หรือมีเลือดออก ควบคู่กับอาการแพ้ท้อง อาจเป็นสัญญาณของปัญหาภายในที่ต้องได้รับการตรวจจากแพทย์
  • อาการแพ้ท้องรุนแรงในช่วงที่ไม่คาดคิด แม้จะผ่านพ้นช่วงไตรมาสแรกแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาแทรกซ้อนที่จะกระทบกับการตั้งครรภ์

การแพ้ท้องไม่มีระดับเกณฑ์วัดที่ชัดเจนนะคะว่ามากหรือน้อย แต่เป็นการพิจารณาจากอาการและสภาพร่างกายของคุณแม่เองเป็นหลักเท่านั้น แต่ละคนจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน คนที่จะประเมินได้ดีที่สุดคือสูตินรีแพทย์ โดยในเบื้องต้นคุณแม่อาจได้รับยาแก้แพ้ช่วยบรรเทาอาการอาเจียน ยาช่วยย่อย ยาขับลม แต่กรณีที่มีอาการแพ้ท้องรุนแรงข้างต้น ร่างกายจะขาดอาหาร อ่อนเพลีย พักผ่อนได้น้อย ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ คุณแม่อาจต้องนอนพักเพื่อให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล เป็นการป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ และเพื่อตรวจพิจารณาการแพ้ท้องที่เป็นมากเพิ่มเติมอย่างละเอียดค่ะ

อาหารต้านแพ้ท้อง

 

10 อาหารต้านอาการแพ้ท้อง

1. ขนมปัง  ขนมปังที่ทำจากธัญพืชอาจช่วยลดคลื่นไส้ได้ และควรเลือกขนมปังที่มีใยอาหารสูง
2. ไข่  มีโปรตีนที่ดี เป็นตัวช่วยในการลดอาการคลื่นไส้ได้
3. กล้วย  เป็นผลไม้ที่มีวิตามินบี 6 ช่วยเพิ่มพลังานแก่ร่างกาย ลดอาการคลื่นไส้ในช่วงตั้งครรภ์
4. นมเปรี้ยว  นมเปรี้ยวและโยเกิร์ต อุดมไปด้วยโพรไบโอติก มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร
5. ข้าวกล้อง  เป็นแหล่งพลังงานที่ดีและอาหารที่ทำให้รู้สึกอิ่ม
6. น้ำมะนาว  น้ำมะนาวหรือน้ำมะเขือเทศสามารถช่วยลดคลื่นไส้ และมีประโยชน์จากวิตามิน C
7. น้ำมะพร้าว  มีคุณสมบัติในการบรรเทาความร้อนในท้อง
8. ซีเรียล  มีวิตามินบี 6 สูง เป็นหนึ่งในวิตามินที่ช่วยลดอาการคลื่นไส้ แต่ควรเลือกซีเรียลที่มีธัญพืชสูงและน้ำตาลต่ำ
9. ผักใบเขียว  เต็มไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม วิตามิน A และ C ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง และช่วยให้แม่ท้องสดชื่นมากขึ้น
10. แอปเปิ้ล  อุดมไปด้วยกากใยจำนวนมาก ซึ่งเป็นกากใยที่สามารถกำจัดสารเคมีบางชนิดที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ท้องหรืออาเจียนได้

 

 

ที่มา : www.phyathai.com , www.paolohospital.com , cryoviva.com

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เช็กอาการ! ตกขาวแบบไหน “ท้อง” ตกขาวคนท้องระยะแรก เป็นยังไง

คนท้องขึ้นเครื่องบิน กี่เดือนห้ามบิน! วิธีเตรียมพร้อมให้แม่ท้องเดินทางปลอดภัย

โฟลิก ห้ามกินพร้อมอะไร ? วิตามินบำรุงครรภ์ที่แม่ท้องต้อง “กินเป็น”

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

จันทนา ชัยมี

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • แพ้ท้องกี่เดือนหาย อาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่? รับมือยังไง แพ้ท้องแบบไหนต้องระวัง?
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว