อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว! แค่ 15 นาที เด็กอาจเสียชีวิตได้

อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว! แค่ 15 นาที เด็กอาจเสียชีวิตได้

ร่วมกันช่วยเตือนผู้ปกครองทั้งหลายว่าการปล่อยให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว โดยเฉพาะเมื่อจอดรถกลางแดดอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ในเวลาเพียง 15 นาที

อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว! แค่ 15 นาที เด็กอาจเสียชีวิตได้

อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว

อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว! แค่ 15 นาที เด็กอาจเสียชีวิตได้

เมื่อปล่อยเด็กอยู่ในภายในรถที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสเพียง 15 นาที การทำงานของสมองหรือไตจะถูกทำลาย และเมื่ออุณภูมิสูงถึง 41.6 องศาเซลเซียส เด็กก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ทันที

ทารกเดินทางไกล นั่งคาร์ซีท

ทารกเดินทางไกล นั่งคาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ลูกต้องนั่งอยู่ในคาร์ซีท

พาทารกเดินทางไกล หรือเดินทางใกล้ ๆ ก็ต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีท

ช่วงวันหยุดยาว หลาย ๆ ครอบครัว ก็มักจะวางแผนพาลูกเดินทางไกล พาทารกไปหาปู่ย่าตายาย สำหรับพ่อแม่ที่ขับรถ อย่าลืมให้ลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

ความสำคัญของคาร์ซีท

จากสถิติแสดงให้เห็นว่าคาร์ซีทสามารถลดอัตราการตายหรือบาดเจ็บได้ถึงร้อยละ 70 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ รถทุกคันจึงควรมีคาร์ซีท เพื่อปกป้องชีวิตของทารก แต่ถ้าจะพูดถึงความปลอดภัยอย่างเดียว อาจไม่เห็นภาพ เรามาดูอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เมื่อมีอุบัติเหตุกันค่ะ

อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว

พาทารกเดินทางไกล หรือเดินทางใกล้ ๆ ก็ต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีท

หากเกิดอุบัติเหตุตอนอุ้มลูกนั่งตักในรถยนต์

  • แรงกระแทกจะทำให้เด็กหลุดจากมือ อาจไปกระแทกกระจก และหลุดออกนอกรถได้เลย
  • เด็กถูกร่างกายของผู้อุ้มกระแทกอย่างแรง ถึงแม้ว่าผู้อุ้มจะมีน้ำหนักเพียง 45 กก. แต่เนื่องจากแรงของรถ จะทำให้เหมือนกับมีของหนัก 1,360 กก. กระแทกมาบนตัวน้อย ๆ ของลูก

คาร์ซีทสามารถนั่งได้ตั้งแต่แรกเกิด หลาย ๆ ครอบครัว พาลูกกลับบ้านด้วยการให้ทารกแรกเกิดนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัย และทารกจะนั่งคาร์ซีทไปได้จนอายุ 4 ปี (หรือตามกำหนดอายุของคาร์ซีทรุ่นที่ใช้) หลังจากนั้นก็ควรใช้ที่นั่งเสริมสำหรับเด็ก (Booster seat) ซึ่งเด็กใช้ได้จนถึงอายุ 12 ปี หรือตามคำแนะนำของสินค้า

การติดตั้งคาร์ซีท ควรติดตั้งอย่างถูกวิธี บนเบาะหลังของรถ โดยติดตั้งแบบหันหลัง (ให้ลูกหันหน้าเข้าหาเบาะ) โดยเฉพาะในทารก เพราะสามารถปกป้องศีรษะและกระดูกสันหลังของเด็กได้ดีกว่า ปัจจุบัน สมาคมกุมารแพทย์ของอเมริกา แนะนำให้ติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหลังจนอายุ 2 ปี

คำแนะนำสำหรับทารกนั่งคาร์ซีทเดินทางไกลนาน ๆ

การพาทารกเดินทางไกล นั่งคาร์ซีทเป็นเวลานาน ๆ ควรหยุดรถทุก 1-3 ชั่วโมง อย่าให้ทารกนั่งคาร์ซีทติดต่อกันนานเกินไป นำลูกออกมายืดเส้นยืดสายบ้าง

ถ้าลูกร้องเวลาให้นั่งคาร์ซีท พ่อแม่ต้องทนหนวกหู และไม่ใจอ่อนนะคะ ลูกจะได้เรียนรู้ว่า ต้องนั่งคาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยของชีวิตลูก ขณะเดียวกันก็ต้องมีกิจกรรมกับลูก เช่น ร้องเพลง เล่านิทาน เพื่อดึงความสนใจลูก หรือถ้าคุณพ่อขับรถ คุณแม่ก็นั่งกับลูก (แม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยนะคะ) แล้วคอยอยู่ใกล้ ๆ เล่นกับลูก เอาของเล่นชิ้นโปรด หมอนใบโปรดลูกมาด้วย สำหรับลูกในวัยทารก อาจต้องคอยเช็คด้วยว่าลูกร้องเพราะหิว ถ่าย หรือเปล่า

อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว

เตรียมกระเป๋ายาเพื่อการดูแลเบื้องต้นหากลูกมีการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง

ทารกเดินทางไกล ต้องเตรียมอะไรบ้าง

กระเป๋ายาเพื่อการดูแลเบื้องต้นหากลูกมีการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง

เนื่องจากโรคที่อาจเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยได้บ่อยระหว่างการเดินทางในเด็ก ได้แก่ อุบัติเหตุมีแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ไข้ โรคในระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคหืดกำเริบ ท้องเสีย โรคผิวหนังอักเสบ ผื่นคันจากการแพ้ แมลงสัตว์กัดต่อย ผิวไหม้แดด เป็นต้น ดังนั้นยาที่ควรนำไป ได้แก่

  • พลาสเตอร์ยา
  • ยาปฏิชีวนะแบบที่ใช้ทา
  • ยาแก้ปวดลดไข้ paracetamol
  • ยาบรรเทาอาการหวัดคัดจมูก
  • ยาแก้แพ้ antihistamine
  • ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน เช่น domperidone
  • น้ำเกลือแร่ซอง ORS
  • ยา steroid ทาแก้ผื่นแพ้
  • ยาทากันยุง
  • ครีมกันแดดสำหรับเด็ก

หากลูกมีโรคประจำตัวที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อเตรียมยาที่จำเป็นและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง

อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว

ร่ม หรือ เสื้อกันฝนเด็ก หากเดินทางไปในบริเวณที่มีแดดร้อนจัด หรือน่าจะมีฝนตก

น้ำนมแม่ อาหารทารก

สำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อยวัยทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน หากทานนมแม่ล้วนก็ว่าโชคดีมากค่ะเพราะจะไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ใดเพื่อเป็นอาหารของลูก นอกจากน้ำนมแม่ หากลูกน้อยอายุมากกว่า 6 เดือน ก็ต้องเตรียมอาหารตามวัยให้ด้วย โดยหากไม่สะดวกจะเตรียมอาหารระหว่างการเดินทางก็ควรเตรียมแบบสำเร็จรูปไปให้พอดีกับมื้อและวันที่ต้องเดินทางไป

อุปกรณ์อื่น ๆ ระหว่างเดินทาง ที่ควรเตรียมไป ได้แก่

  • ของเล่นที่ลูกชอบหรือคุ้นเคย ที่ดึงดูดความสนใจได้ดี อย่างน้อย 2-3 ชิ้น
  • รถเข็นเด็กแบบที่เบา พับง่าย เพื่อความสะดวกในการเดินทาง
  • เป้อุ้มเด็ก
  • ผ้ายางรองเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ถุงซิปล็อค ใช้ใส่ผ้าอ้อมใช้แล้วหรือผ้าเปียกเปื้อนของเด็ก
  • ทิชชู่เปียก เพื่อใช้ทำความสะอาด
  • ร่ม หรือ เสื้อกันฝนเด็ก หากเดินทางไปในบริเวณที่มีแดดร้อนจัด หรือน่าจะมีฝนตก

อย่าลืมนะคะทารกเดินทางไกล นั่งคาร์ซีทเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

อย่าให้เด็กนั่งอยู่ในรถคนเดียว

อย่าลืมนะคะทารกเดินทางไกล นั่งคาร์ซีทเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และในเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งานฟรี เพื่อติดตามพัฒนาการของทารก ตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุด และผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์ และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

โศกนาฏกรรมของหนูน้อย Joel กับการเปลี่ยนวิธีนั่งคาร์ซีทของเด็ก

สาวน้อยร้องเพลง Old MacDonald Had a Farm…ต้องดูจนจบ

10 อาหารอันตรายหน้าโรงเรียน ภัยอันตรายจากอาหารหน้าโรงเรียน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner