คุณแม่รู้ไหมคะว่า ทำไม “เดนมาร์ก” ถึงเป็นประเทศที่ผู้คนมีความสุขติดอันดับต้นๆ ของโลกตลอดกาล? เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่เงินเดือนสูงหรือสวัสดิการดีเท่านั้นค่ะ! แต่พวกเขาปลูกฝังสิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ “สอนความเห็นอกเห็นใจ” (Empathy)! ให้ลูก ๆ ตั้งแต่เล็ก ๆ
ที่เดนมาร์ก ไม่ได้มองว่า Empathy เป็นแค่เรื่องดี ๆ แต่เป็น “ทักษะสำคัญ” ที่ต้องสอนในโรงเรียนเหมือนคณิตศาสตร์เลยค่ะ!
ชั่วโมงเรียนแห่งความสุข: “Klassens tid” คืออะไร?
ตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมา โรงเรียนในเดนมาร์กได้กำหนดให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ 6 – 16 ปี ต้องเข้าเรียนวิชาพิเศษที่เรียกว่า “Klassens tid” สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหัวใจของการ สอนความเห็นอกเห็นใจ เลยค่ะ
ในชั่วโมงนี้เด็กเรียนรู้อะไรบ้าง?
- ชั่วโมงแชร์ปัญหา: คุณครูจะเปิดโอกาสให้นักเรียนพูดคุยปัญหาที่เจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถูกเพื่อนแกล้ง มีปัญหากับคุณพ่อคุณแม่ หรือแม้แต่ความกังวลเล็ก ๆ น้อย ๆ
- ฝึกเป็นผู้ฟังที่ดี: เพื่อน ๆ ทุกคนในชั้นเรียน (รวมถึงครูด้วย!) จะต้องตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายคือ ความเข้าใจ ไม่ใช่ ตัดสินว่าใครผิดใครถูก
- ระดมสมองช่วยแก้ปัญหา: ทุกคนจะช่วยกันเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาให้กับเพื่อนที่กำลังลำบาก การทำแบบนี้เป็นการฝึกให้เด็กมองเห็นโลกผ่านสายตาของคนอื่น และเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือผู้อื่นโดยอัตโนมัติ
- ถ้าไม่มีปัญหา… ก็ “ฮุกกะ” (Hygge)! ถ้าวันไหนไม่มีปัญหาให้คุยกัน พวกเขาก็จะใช้เวลานั้นในการผ่อนคลาย สร้างบรรยากาศสบาย ๆ อบอุ่น และใกล้ชิดกัน ซึ่งคำว่า “Hygge” นี้เป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุขนั่นเองค่ะ!

3 เหตุผลที่ Empathy สำคัญกว่าเกรด!
บทความต่าง ๆ เน้นย้ำว่าการ สอนความเห็นอกเห็นใจ ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในระยะยาว และคุณแม่ต้อง สอนความเห็นอกเห็นใจ ให้ลูกด้วยเหตุผลต่อไปนี้ค่ะ
1. ลดปัญหาบูลลี่ (Bullying)
เมื่อเด็กเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น โอกาสที่จะไปทำร้ายหรือกลั่นแกล้งเพื่อนก็แทบจะไม่มีเลยค่ะ! บทเรียนนี้ช่วยให้เดนมาร์กมีอัตราการกลั่นแกล้งในโรงเรียนที่ต่ำมากที่สุดในยุโรป
2. สร้างความสำเร็จในชีวิตจริง
นักวิจัยพบว่า เด็กที่มีทักษะความเห็นอกเห็นใจสูง มักจะ…
- ปรับตัวได้ดีกว่า และรับมือกับความท้าทายในชีวิตได้ดี
- สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งในเพื่อนร่วมงานและคู่ชีวิต
- ประสบความสำเร็จในการทำงาน เพราะพวกเขาเป็น Team Player ที่เก่งกาจ!
3. เป็นพลเมืองแห่งความสุข!
การเห็นอกเห็นใจช่วยสร้างสังคมที่เกื้อกูลกัน ทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและได้รับการยอมรับ ซึ่งนำไปสู่การเป็นประเทศที่มีความสุขอันดับต้นๆ ของโลกนั่นเองค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง 5 วิธี เลี้ยงลูกให้มีความเห็นอกเห็นใจ งดงามจากภายใน อยู่ที่ไหนใครๆ ก็รัก

เคล็ดลับทำ “Klassens tid” ฉบับครอบครัวไทย!
คุณแม่สามารถนำแนวคิดนี้มาใช้ที่บ้านได้ง่าย ๆ เลยค่ะ!
- กำหนดชั่วโมงหัวใจ: จัดเวลา 10-15 นาที/สัปดาห์ ในการนั่งคุยกันแบบสบาย ๆ (อาจจะเป็นคืนวันศุกร์) โดยไม่มีมือถือ ไม่มีทีวี และให้ลูกทุกคนมีโอกาสพูดถึงสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกดี หรือรู้สึกไม่สบายใจในสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ใช้คำพูดที่เข้าใจความรู้สึก: เมื่อลูกโมโห หรือเศร้า ให้ลองใช้คำพูดที่สะท้อนความรู้สึกเขาออกไปก่อน เช่น “แม่รู้ว่าหนูโกรธมากที่ของเล่นพัง” แทนที่จะบอกว่า “หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้!” การทำแบบนี้จะสอนให้ลูกรู้ว่าความรู้สึกของเขามีค่า
- ฝึกให้ลูกช่วยเหลือผู้อื่น: มอบหมายหน้าที่เล็ก ๆ ในบ้านที่ส่งผลดีต่อคนอื่น เช่น ให้ลูกดูแลสัตว์เลี้ยง หรือช่วยคุณย่าถือของ เป็นการฝึกให้ลูกนึกถึงความต้องการของผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนค่ะ
การสอนความเห็นอกเห็นใจ ไม่ได้ใช้เวลามากเลยใช่ไหมคะ? แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่ามหาศาล เพราะลูกเราจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ และที่สำคัญที่สุดคือ มีความสุขค่ะ!
ที่มา : Adecco Group
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
15 มารยาททางสังคมที่ควรสอนลูก ปลูกฝังลูกให้เป็นเด็กดี มีมารยาท
5 แนวคิดการเงินฉบับ “วิน ภาสวิน” ที่พ่อแม่สอนลูกได้
สอนลูกเรียนรู้จากปัญหา จาก 10 ตัวอย่างสถานการณ์จากปัญหาใกล้ตัว
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!