TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ส้นเท้าแตก เกิดจากอะไร? มีวิธีบำรุงให้เท้าเนียนสวยไร้รอยแตกอย่างไรบ้าง?

บทความ 5 นาที
ส้นเท้าแตก เกิดจากอะไร? มีวิธีบำรุงให้เท้าเนียนสวยไร้รอยแตกอย่างไรบ้าง?

ส้นเท้าแตก ถือเป็นปัญหาที่หลาย ๆ คนจะต้องเคยพบเจอ เพราะเท้าถือเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานแทบตลอดทั้งวัน และสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาส้นเท้าแตกเกิดขึ้นนั้นก็มาจากหลากหลายปัจจัยมาก ๆ ดังนั้น เราจะมาดูกันค่ะว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ส้นเท้าแตก และเราก็มีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยรักษาอาการส้นเท้าแห้งแตกแบบง่าย ๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยากมาฝากกัน ทุกคนสามารถลองไปทำตามกันได้อย่างแน่นอนค่ะ ไปดูกันเลย

 

ส้นเท้าแตก เกิดจากอะไร?

  • อาการส้นเท้าแตกสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัยมาก ๆ โดยเราจะแบ่งออกเป็น ดังนี้
  • เกิดจากกรรมพันธุ์ บางครั้งอาการส้นเท้าแตกก็อาจจะเกิดจากกรรมพันธุ์ได้เช่นกันนะคะ ถ้าหากพ่อแม่เป็นลูกก็มักจะมีปัญหาตามมาด้วย
  • ชอบเดินไปมาด้วยเท้าเปล่า ซึ่งการเดินด้วยเท้าเปล่าด้วยความแข็งของพื้น และความเย็นที่สัมผัสก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้านั้นเกิดความแห้งได้ค่ะ
  • การสวมใส่รองเท้าที่ไม่ได้มาตรฐานก็ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ส้นเท้าเกิดการหนาตัว ขึ้น และทำให้แตกได้ง่ายขึ้น
  • อาจจะเกิดจากการเจ็บป่วยจากโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบเรื้อรัง รวมถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • การดื่มน้ำน้อย หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ส้นเท้าแตกได้เช่นกันนะคะ
  • อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นที่ร้อนจนเกินไป หรือแช่อยู่ในน้ำร้อนเป็นเวลานาน หรือบ่อยเกินไปรวมทั้งการใช้สบู่ที่ทำให้ผิวแห้งจนขาดความชุ่มชื้นก็เป็นอีกสาเหตุที่ส่งผลให้ส้นเท้าแตกได้ค่ะ
  • อากาศก็ส่งผลทำให้ส้นเท้าแตกได้เช่นกันนะคะ และยิ่งถ้าหากอยู่ในบริเวณที่มีอากาศเย็นเป็นประจำ และไม่ทาครีมบำรุงเพื่อทำให้ผิวชุ่มชื้น ก็ส่งผลทำให้เกิดส้นเท้าแตกได้ค่ะ
  • ไม่ทาครีมบำรุงผิวบริเวณส้นเท้า ก็ถือเป็นสาเหตุที่ทำให้ส้นเท้าแตกได้ เพราะส้นเท้านั้นถูกเสียดสีอยู่ตลอดเวลาจากการสวมใส่รองเท้าส่งผลให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ดังนั้น บริเวณส้นเท้าก็ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ควรได้รับการบำรุงผิวเช่นกันค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 สมุนไพรแช่เท้า ลดกลิ่นอับ ผ่อนคลาย ปลอดภัย แม่ท้องก็แช่ได้ !

 

ส้นเท้าแตก

วิธีรักษาส้นเท้าแตก

  • ครีมทาส้นเท้าแตก

ครีมบำรุงส้นเท้าแตก เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวบริเวณส้นเท้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันได้มีการผลิตออกมาจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อมาก ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีอาการส้นเท้าแตก ซึ่งวิธีใช้งานแนะนำให้ทาไปบนบริเวณที่เป็นรอยแตก

ถ้าหากใช้งานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ผิวที่แตกค่อย ๆ กลับมาเรียบเนียนขึ้น แล้วก็อย่าลืมตรวจดูส่วนผสมของครีมด้วยนะคะ ว่ามีส่วนผสมที่จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง และเพิ่มความชุ่มชื้นกักเก็บน้ำให้แก่ผิวมากแค่ไหน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่สุดแนะนำให้ใช้ทาหลังอาบน้ำเสร็จนะคะ

 

  • วาสลีน

วาสลีน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่จะช่วยฟื้นฟูปัญหาส้นเท้าแตกได้อย่างมีประสิทธิภาพสุด ๆ เลยค่ะ แถมยังเป็นที่ช่วยประหยัดงบอีกด้วย ซึ่งวิธีนี้ก็เพียงแค่คุณเอาวาสลีนมาทาบริเวณส้นเท้าที่มีรอยแตก จากนั้นก็ทำการสวมถุงเท้าเนื้อนุ่มไว้ข้ามคืน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวได้แล้วค่ะ ซึ่งบอกเลยว่าวิธีนี้บำรุงลึกไปถึงผิวหนังชั้นในเลยค่ะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแนะนำให้ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องนะคะ

 

  • ใส่รองเท้าในบ้าน

เนื่องจากการเดินเท้าเปล่าในบ้านนั้นส่งผลทำให้เกิดส้นเท้าแตกได้ ดังนั้น การดูแลรักษาส้นเท้าไม่ให้แห้งแตกหนักกว่าเดิมก็คือคุณจะต้องใส่รองเท้าสลิปเปอร์ในขณะที่อยู่ในบ้าน และสวมถุงเท้าทุกครั้ง เมื่อต้องเดินในระยะทางไกล เพราะจะได้ช่วยลดการเสียดสีกับพื้นเวลาเดินได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : ป้ายยา 10 ครีมทาส้นเท้าแตก กู้เท้าพังให้กลับมาเนียนนุ่มได้อีกครั้ง!!

 

ส้นเท้าแตก

 

  • สปาเท้า

การทำสปาเท้าโดยแช่เท้าประมาณ 15 นาที ในน้ำอุ่นผสมกับมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติ ที่มีสารสกัดช่วยบำรุงผิวที่จะเพิ่มความนุ่มชุ่มชื่นให้กับส้นเท้า ก็จะสามารถฟื้นฟูเท้าที่แห้งแตกให้กลับมาเนียนนุ่มได้ค่ะ ซึ่งวิธีนี้แนะนำให้ใช้แปรงขัดเท้าขัดบริเวณส้นเท้าเบา ๆ นะคะ จะเป็นการช่วยกำจัดเซลล์ผิวบริเวณเท้าที่ตายแล้วให้หลุดออก

จากนั้น ก็ทำการใช้ผ้าขนหนูซับเท้าให้แห้ง แล้วก็อาจจะทาครีมบำรุงเท้าเพื่อช่วยคืนความชุ่มชื่นให้กับเท้า และลดรอยแห้งแตกค่ะ แล้วก็อีกหนึ่งอย่างที่จะต้องระวังนะคะ ก็คืออย่าขัดเท้าแรงจนเกินไป เพราะจะทำให้บริเวณที่แห้งแตกเป็นแผลได้ค่ะ

 

  • การดื่มน้ำ

วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ง่ายมาก ๆ สำหรับคนที่ปัญหาส้นเท้าแห้งแตกสามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะการที่ร่างกายนั้นขาดน้ำก็ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ส้นเท้านั้นเกิดการแห้งแตกได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรที่จะดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ หรือร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน เพราะถ้าหากมีน้ำอยู่ภายในร่างกายน้อย ก็จะส่งผลให้เกิดอาการปากแห้ง คอแห้ง และส่งผลต่อสภาพผิวที่แห้งแตกได้ ดังนั้น การดื่มน้ำจึงเป็นการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่บริเวณส้นเท้าแห้งแตกได้ค่ะ

 

รักษาส้นเท้าแตกด้วยวิธีธรรมชาติ

  • กล้วย

กล้วย ถือเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่หลากหลาย ซึ่งหนึ่งในประโยชน์นั้นก็คือการช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื้น สามารถสมานแผลของส้นเท้าที่แตกได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสามารถทำได้ง่าย ๆโดยการนำกล้วยสุกมาบดให้ละเอียด เมื่อได้กล้วยที่บดละเอียดแล้ว คุณก็ทำการล้างเท้าให้สะอาด จากนั้นก็นำกล้วยที่ถูกบดละเอียดมาพอกทิ้งไว้ให้ทั่วส้นเท้า และทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที และค่อยล้างเท้าให้สะอาด จากนั้นก็นำเท้าไปแช่ในน้ำเย็นอีก 5-10 นาที เพื่อการเห็นผลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำนะคะ

 

  • น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง ถือเป็นมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารแอนตี้แบคทีเรีย ซึ่งถ้าหากนำน้ำผึ้งมาบำรุงเท้าบริเวณที่เกิดการแห้งแตกก็จะช่วยเท้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการนำน้ำผึ้งผสมกับน้ำอุ่น จากนั้นก็นำเท้าลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เพื่อผลลัพธ์ที่ดี แนะนำให้ทำก่อนนอนทุกคืนนะคะ

 

  • มะนาว

มะนาว ถือเป็นวัตถุดิบที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกได้อย่างง่ายดาย และอุดมไปด้วยวิตามินอีที่จะช่วยสมานผิวแตกให้เรียบเนียนขึ้น ซึ่งวิธีการบำรุงก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่คุณนำเอามะนาวมาคั้นเอาน้ำมะนาว จากนั้นก็นำมาผสมกับน้ำอุ่น จากนั้นนำเท้าลงไปแช่สักพัก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เท้านุ่มขึ้นได้แล้วค่ะ และก็อีกหนึ่งวิธีในการขัดผิวบริเวณที่แห้งแตก คุณสามารถนำเปลือกมะนาวผสมเกลือ จากนั้นก็นำไปขัดบริเวณรอยแตกก็จะช่วยให้ผิวหนังที่แห้งลอกออกไปค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 ประโยชน์ของมะนาว และสรรพคุณของมะนาวที่คุณอาจจะยังไม่รู้

 

ส้นเท้าแตก

 

  • ยางมะละกอ

รู้หรือไม่ ยางมะละกอก็สามารถบรรเทาอาการส้นเท้าแตกให้ดีขึ้นได้ และรวดเร็วมาก ๆ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แนะนำให้นำยางมะละกอมาทาบริเวณรอยแตก เป็นประจำทุกวัน จากนั้นผิวบริเวณที่แห้งแตกจะนุ่มขึ้น และรอยแห้งแตกก็จะค่อย ๆ จางหายไปค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิธีรักษา ส้นเท้าแตก ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แถมขั้นตอนก็ยังง่าย และสะดวกสุด ๆ ซึ่งบอกเลยว่าใครที่มีปัญหาส้นเท้าแตกอยู่ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดนะคะ ถ้าไม่รีบทำการรักษาในอนาคตก็จะทำให้รักษายากยิ่งกว่าเดิม และถ้าหากใครที่ไม่อยากให้เกิดปัญหาส้นเท้าแตก ก็อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง และหมั่นเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวเป็นประจำนะคะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

10 รองเท้าเพื่อสุขภาพ เบา นุ่ม สบาย ดีไซน์สวย ใส่แล้วไม่เจ็บเท้า !

วิธีดูแลผิวแห้ง กู้ผิวให้กลับมานุ่ม ชุ่มชื้น หมดปัญหาผิวหยาบกร้าน

วิธีการเลือกออยล์ทาผิว เลือกอย่างไร ให้เหมาะกับผิวของตัวเองที่สุด

ที่มา : eucerin, central

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Suttida Butdeewong

  • หน้าแรก
  • /
  • ความงาม
  • /
  • ส้นเท้าแตก เกิดจากอะไร? มีวิธีบำรุงให้เท้าเนียนสวยไร้รอยแตกอย่างไรบ้าง?
แชร์ :
  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • หย่านมยังไงไม่ให้น้ำหนักพุ่ง! แจกสูตร คุมอาหารหลังหย่านม แบบเห็นผลจริง

    หย่านมยังไงไม่ให้น้ำหนักพุ่ง! แจกสูตร คุมอาหารหลังหย่านม แบบเห็นผลจริง

  • ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ! อายุ 11-20 ปี Walk-in ได้ถึง 30 เม.ย. 2568

    ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ! อายุ 11-20 ปี Walk-in ได้ถึง 30 เม.ย. 2568

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • หย่านมยังไงไม่ให้น้ำหนักพุ่ง! แจกสูตร คุมอาหารหลังหย่านม แบบเห็นผลจริง

    หย่านมยังไงไม่ให้น้ำหนักพุ่ง! แจกสูตร คุมอาหารหลังหย่านม แบบเห็นผลจริง

  • ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ! อายุ 11-20 ปี Walk-in ได้ถึง 30 เม.ย. 2568

    ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ! อายุ 11-20 ปี Walk-in ได้ถึง 30 เม.ย. 2568

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว