เห็นผมหงอกแล้วรีบถอน? ลองคิดดูใหม่ เพราะงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโตเกียว เปิดเผยว่า ผมหงอก และมะเร็งผิวหนัง Melanoma นั้นเกี่ยวข้องกันในระดับเซลล์ และเส้นผมสีเทาที่คุณเห็นอาจเป็นหลักฐานว่าร่างกายกำลังทำงานเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งให้คุณอยู่ก็ได้
ผมหงอกเกิดจากอะไร?
ก่อนเข้าใจงานวิจัยนี้ ต้องทำความรู้จักกับ Melanocyte Stem Cells (McSCs) หรือเซลล์ต้นกำเนิดสร้างเม็ดสีผมกันก่อนค่ะ เซลล์เหล่านี้อยู่ในรูขุมขน ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีทำให้ผมมีสีตามธรรมชาติ เมื่อใดที่ McSCs สูญหายไป ผมก็จะกลายเป็นผมหงอก สีขาวหรือสีเทา
Professor Emi K. Nishimura จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ผู้ค้นพบ McSCs ในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2004 และได้รับการเลือกตั้งเป็น International Member of the U.S. National Academy of Sciences ในปี 2023 คือนักวิจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการค้นพบครั้งสำคัญนี้
ผมหงอก กับ มะเร็ง คือ “ทางแยก” ของเซลล์เดียวกัน
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Nature Cell Biology เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2025 โดย Professor Nishimura และ Assistant Professor Yasuaki Mohri พบว่า เมื่อ McSCs เผชิญกับความเสียหายของ DNA ร่างกายมีทางเลือกสองทาง และผลลัพธ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับ ประเภทของความเสียหาย ที่ได้รับ
ทางที่ 1 ผมหงอก (กลไกปกป้อง)
เมื่อ McSCs ได้รับความเสียหาย DNA แบบ double-strand breaks เช่น จากรังสี ร่างกายจะเปิดใช้กระบวนการที่เรียกว่า “seno-differentiation” โดย McSCs จะแปรสภาพและสูญหายไปอย่างถาวร ผลคือรูขุมขนไม่มีแหล่งผลิตเม็ดสีอีกต่อไป เส้นผมจึงกลายเป็น ผมหงอก นี่ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็น กลไกป้องกัน ที่ร่างกายยอมสูญเสียสีผมเพื่อกำจัดเซลล์อันตรายออกไป

ทางที่ 2 ทางสู่มะเร็ง (กลไกถูกข้ามผ่าน)
แต่เมื่อ McSCs ได้รับสารก่อมะเร็ง (carcinogens) หรือรังสี UVB เซลล์กลับข้ามผ่านกระบวนการ seno-differentiation ได้ แทนที่จะสูญหายไป McSCs กลับรักษาความสามารถในการแบ่งตัวและขยายตัวโดยโคลนตัวเอง เซลล์ที่มี DNA เสียหายจึงสะสมอยู่ในร่างกาย สุ่มเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็น มะเร็ง Melanoma ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดรุนแรง
ผมหงอก คือหลักฐานที่ร่างกายเคยปกป้องคุณ?
Professor Yasuaki Mohri ให้สัมภาษณ์กับ Newsweek ว่า ผมหงอกอาจเป็นสัญญาณว่าเซลล์ McSCs ที่เกินเกณฑ์ได้ถูกกำจัดออกไปแล้ว ซึ่งช่วยปกป้องผิวหนังจากความเสี่ยงมะเร็ง
ส่วน Professor Nishimura ระบุว่า การค้นพบนี้เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อผมหงอกและมะเร็ง Melanoma จากสองเรื่องที่ดูไม่เกี่ยวข้องกัน ให้กลายเป็นผลลัพธ์สองขั้วจากการตอบสนองของเซลล์ต้นกำเนิดต่อความเครียด
กล่าวคือ ผมหงอก อาจเป็นหลักฐานที่มองเห็นได้ว่าร่างกายเคยกำจัดเซลล์ที่มีความเสี่ยงออกไปสำเร็จแล้ว
ผมหงอกป้องกันมะเร็งได้จริงไหม?
นักวิจัยย้ำชัดเจนว่า งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่าผมหงอกป้องกันมะเร็ง แต่ seno-differentiation เป็นเพียงกระบวนการป้องกันที่เกิดจากความเครียด และเมื่อกระบวนการนี้ถูกข้ามผ่าน เซลล์ที่เสียหายอาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งได้
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจมีดังนี้
- งานวิจัยนี้ทดลองในหนู ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ เพื่อยืนยันกลไกเดียวกัน
- ผมหงอก และมะเร็งสามารถ เกิดขึ้นพร้อมกัน ในชีวิตจริงได้ เพราะสาเหตุของแต่ละกระบวนการต่างกัน
- ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งผิวหนังยังมีอีกมาก ทั้งพันธุกรรมและการสะสมของรังสี UV

สิ่งที่คุณทำได้ตั้งแต่วันนี้
แม้ผมหงอกอาจหมายถึงกลไกป้องกันกำลังทำงาน แต่สารก่อมะเร็งอย่าง UVB คือปัจจัยที่เราหลีกเลี่ยงได้
- ทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวัน แม้ในวันที่เมฆมาก
- สวมหมวกและเสื้อแขนยาว โดยเฉพาะช่วง 10.00–16.00 น.
- หลีกเลี่ยง tanning beds ซึ่งใช้รังสี UVA/UVB ในปริมาณสูง
- ตรวจผิวหนังสม่ำเสมอ หากพบไฝหรือรอยที่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง สี หรือขนาด ให้รีบพบแพทย์
สรุป ผมหงอกไม่ได้เป็นแค่สัญญาณของวัยที่เพิ่มขึ้น แต่เราเข้าใจแล้วว่า ผมหงอกและมะเร็งผิวหนัง Melanoma เป็นสองผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกันของกระบวนการเดียวกันในร่างกาย การค้นพบครั้งนี้เปิดประตูสู่การพัฒนาวิธีป้องกันและรักษามะเร็งผิวหนังในอนาคตต่อไปค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า
หนูน้อยหัวใจแกร่ง วัย 6 ขวบ สู้มะเร็งนาน 3 ปี จนหายขาด กลับเข้าโรงเรียนท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง
อุทาหรณ์! ลูกสาวป่วย มะเร็งเยื่อหุ้มปอด เหตุชอบใส่ “เสื้อคลุมของพ่อ”
แหล่งอ้างอิง
หมายเหตุ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพผิวหนัง กรุณาปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!