การกลั่นแกล้งกัน ภัยร้ายที่อาจจะนำไปสู่ความตาย ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กๆ

การกลั่นแกล้งกัน ภัยร้ายที่อาจจะนำไปสู่ความตาย ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กๆ

แม้ว่าจะมีกฏหมายมากมาย ออกมาปกป้อง การกลั่นแกล้งกันจะมีออกมามากมาย แต่เด็กที่ได้รับผลกระทบ จากการกลั่นแกล้งนั้น ดูเหมือนจะไม่มีลดลง

การกลั่นแกล้งกัน ภัยร้ายที่อาจจะนำไปสู่ความตาย ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กๆ

แม้ว่าจะมีกฏหมายมากมาย ออกมาปกป้อง การกลั่นแกล้งกัน หรือที่คนสมัยใหม่มักจะเรียกกันว่า Bully จะมีออกมามากมาย แต่ตัวเลขของเด็กที่ได้นับผลกระทบ จากการกลั่นแกล้งนั้น ดูเหมือนจะไม่มีลดลงเลย แต่กลับมีทีท่าว่าจะสูงขึ้นมากทุกวัน การแกล้งกันในสังคไทยไม่ใช่เรื่องใหม่

การกลั่นแกล้งกัน

การก ลั่นแกล้งกัน

ในอดีต คนไทยมักจะ ล้อกันเรื่อง น้ำหนัก สีผิว หน้าตา กันจนเป็นเรื่องปกติ ถ่ายทอดมาจนถึงทุกวันนี้ เห็นได้ว่า บางทีผู้ใหญ่ทักเด็ก ที่ไม่ได้เจอกันเป็นเวลานานว่า อ้วนขึ้นรึเปล่า ดำขึ้นรึเปล่า ทุกอย่างล้วนหล่อหลอมให้สำหรับ สายตาผู้ใหญ่แล้ว เรื่องการกลั่นแกล้งกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป

โชคดีที่ในสังคมปัจจุบัน เริ่มมีคนออกมาพูดเรื่องการบลูลี่ มากขึ้น ทำให้คนกลุ่มใหญ่ได้รู้ถึงอันตราย ที่มากับค่านิยมผิดๆ การกลั่นแกล้งกันไม่ใช่ เรื่องของเด็ก มันเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าที่ใคร คิดและนำความสูญเสีย มาสู่หลายครอบครัว ที่มองข้าม ปัญหานี้ออกไปโดยมองว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่เด็กเล่นกันเท่านั้น

เหยื่อมักไม่ยอมพูด

อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้คนที่โดนกลั่นแกล้ง ไม่กล้าออกมาก็เป็นเพราะสังคม จะมองเหนื่อยว่าเป็นผู้ผิด อาจจะเกิดการโทษเหยื่อว่า ทำตัวแบบนั้นเอง ไปอยู่ตรงนั้นเอง ไม่แข็งแรงพอบ้าง ทำให้ตัวเหยื่อนั้น ไม่กล้าออกมาเล่าเรื่องราวของตัวเองทำให้เป็นปัญหาคาราคาซังตามมา เมื่อเห็นว่าเหยื่อไม่ยอมพูด ผู้ถูกกระทำ ก็จะยิ่งทำ เพราะในสายตาคนภายนอกแล้ว ส่วนใหญ่ยังมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็ก ที่ไม่มีผิดไม่มีภัยอยู่

ปัญหาหลายอย่างจะตามมา

การกลั่นแกล้งนำมาซึ่งปัญหามากมายหลายต่อหลายอย่าง อาจจะเริ่มต้นด้วยความเครียด ปัญหาทางด้านระบบขับถ่าย ปวดหัว อาการความเครียดนั้นจะ นำไปสู่ความเครียดขั้นสูง ไมเกรน ความเจ็บป่วยด้านจิตใจ เช่นโรคซึมเศร้า เด็กที่มีความเครียดสะสม บางคนอาจจะคิดสั้นถึงขั้น ฆ่าตัวตาย เด็กบางคนอาจจะกลายเป็นคนปลีกตัว ไม่เข้ากับสังคม ติดยา กลายเป็นอาชญกร

การกลั่นแกล้งกัน

การก ลั่นแกล้งกัน

ใน สหรัฐอเมริกา ในหลายๆโรงเรียนเริ่ม ที่กฏการห้ามการกลั่นแกล้ง ขึ้นมาอย่างจริงจัง โทษของคนที่เป็นผู้กระทำ อาจจะเป็นพักการเรียน หรือ ไล่ออก ในโรงเรียนที่อเมริกาบางส่วนเริ่มมีครู หรือ นักจิตวิทยา เข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยตรง เพื่อรับมือกับปัญหาการกลั่นแกล้ง ที่ดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้นไปทุกวัน

การกลั่นแกล้งหลายรูปแบบ

ในสมัยก่อน การกลั่นแกล้งอาจจะมาจากในรูปแบบของ การทำร้ายร่างกาย หรือ การล้อเลียน หุ่น สีผิว เพศสภาพ แต่ในปัจจุบันที่มีโซเชี่ยลมีเดีย ทำให้ภัยการกลั่นแกล้งนั้น ทำได้หลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลายปล่อยข่าวมั่วๆ เพื่อให้ใครคนนึงเสียหาย ในปัจจุบัน การกลั่นแกล้งของเด็กพัฒนารูปแบบไปเป็นการคุมคาม ที่โหดร้ายเกินกว่าผู้ปกครองจะตามทัน เหยื่อยังเป็นใครก็ได้ เพราะเด็กไม่มีทางรู้เลยว่า ใครเป็นคนที่ไม่ชอบเขา หรือ อะไรที่ทำให้คนอื่นไม่ชอบ เรียนไม่เก่ง นิสัยไม่ดี เรียนเก่ง หน้าตาดี เป็น LGBT ปัญหาจากการกลั่นแกล้ง และ แหล่งที่มานั้น หลากหลายมาก

การกลั่นแกล้งกัน

การกลั่นแก ล้งกัน

การบลูลี่ในปัจจุบัน ในบางเคสแม้เหยื่อจะไม่ได้ถูกทำร้าย ทางร่างกาย แต่จิตใจของเขาถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี มันยิ่งทำให้การพูดกับคนอื่นเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก เพราะเขาไม่อาจ ไว้ใจใครได้ ไม่มีหลักฐาน กลัวที่จะโดนตัดสิน

ทำอย่างไรดีเมื่อลูกถูกบลูลี่

ก่อนอื่น คุณจะต้องมีการพูดคุยสารทุกข์ สุขดิบกับลูกบ้าง เพื่อให้ลูกไว้ใจ และ เชื่อใจคุณมากพอ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานาน เพราะความเชื่อใจไม่ได้ ได้มาง่ายๆ ถ้าคุณไม่ได้สนิทกับลูก หรือ เคยแสดงท่าทีว่าคุ้นจะตัดสินลูก ไม่ว่าลูกจะทำอะไรมาก่อน นี้อาจจะเป็นปัญหาในอนาคต เพราะลูกจะไม่เชื่อใจคุณ และจะไม่เล่าให้ฟังเวลาเขามีปัญหา เพราะเขารู้ดีว่า ถ้ามีเรื่อง พ่อแม่ ไม่ได้จะมาปลอบเขา แต่อาจจะมาด่าซ้ำเติม ซึ่งมันเป็นการสุมไฟ ให้ลุกขึ้นมาอีก

การกลั่นแกล้งกัน

การกลั่น แกล้งกัน

เมื่อพูดคุยกันแล้ว สิ่งที่คุณทำได้ก็คือ พูดคุยปรึกษาอับอาจารย์ ในประเทศไทย อาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะ ในสังคมโรงเรียน ครูเก่าๆบางคน ยังไม่เห็นความโหดร้าย และ ผลกระทบของการบลูลี่มากเท่าไหร่ หนำซ้ำครูบางคนยังเป็นคน บลูลี่เด็กเองก็มี ถ้าคุณมีครูที่เข้าใจและให้คำปรึกษาได้ ให้หาทางทำความเข้าใจถึงปัญหาและช่วยกันแก้ไข

ส่วนลูก คุณต้องทำให้ลูกมั่นใจว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณจะคอยรับฟังและอยู่ข้างๆกับลูกเสมอ แม้ว่าที่โรงเรียนจะมีเรื่องราวโหดร้ายอะไร เกิดขึ้นก็ตาม อย่างน้อยลูกก็มั่นใจได้ว่า ยังมีพื้นที่ ที่บ้านให้เขากลับไป อย่างน้อยเขาก็มีความหวังเล็กๆ ให้ลูกพูดคุยกับเพื่อนสนิท ถึงปัญหาถ้าเขามีคนที่พูดคุยด้วยได้ ก็จะมีคนช่วยระบายเรื่องลึกๆ ที่อยู่ในใจ

ผู้ถูกกระทำก็เป็นเด็กมีปัญหาเช่นเดียวกัน

การกลั่นแกล้งกัน

การก ลั่นแกล้งกัน

ตามการรายงานข่าวของสำนักข่าว CBS บอกว่า National Academies of Sciences Engineering and Medicine หรือ หน่วยวิจัยด้านวิศวกรรมและการแพทย์แห่งชาติ กล่าวว่า จริงๆแล้ว กฏเหล่านี้ ไม่ได้ช่วยมากเท่าไหร่นัก เพราะเด็กที่มีปัญหาเป็นผู้ถูกกระทำ หลังจากถูกไล่ออก ก็ต้องกลายมาเป็นเด็กที่ไร้อนาคต เป็นพลเมืองที่ไม่ดีต่อไป สิ่งที่รัฐบาลควรเข้ามาจัดการก็คือ หาวิธีอบรมเด็กกลุ่มนี้ให้กลับตัวกลับใจ เพราะเด็กที่ชอบแกล้งคนอื่นพวกนี้ คงจะมีปัญหาอะไรอยู่ในใจเช่นเดัยวกัน เขาถึงได้มาลงกับเด็กคนอื่นๆ แทนที่จะเผชิญกับปัญหานั้น

Source : .theasianparent, parents

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ :

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกโดนเพื่อนแกล้ง ในวัยอนุบาล

ใครมีลูกวัยเรียนต้องอ่าน “สอนลูกให้รับมือกับการถูกแกล้ง” งานนี้ต้องรอด!

หรือสวรรค์แกล้ง? 6 ชีวิตรันทด วอนผู้ใจบุญให้การช่วยเหลือ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

J.J.

app info
get app banner