ภาพไวรัลสุดน่ารักของเด็กชายตัวน้อยที่มีสีหน้ากังวล ในมือข้างหนึ่งอุ้มลูกเจี๊ยบที่ถูกรถชน และอีกมือหนึ่งกำเงินแน่นเพื่อขอให้คุณหมอช่วยรักษา เรามาดูเรื่องราวเบื้องหลังภาพนี้ พร้อม วิธีเลี้ยงลูกให้มีเมตตา เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่อ่อนโยนและมีความสุขกันค่ะ
ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ของหนูน้อยวัย 6 ขวบ
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ รัฐมิโซรัม ประเทศอินเดีย พระเอกตัวน้อยของเราคือ เด็กชายเดเร็ก ซี ลาลจันหิมา (Derek C Lalchhanhima) วัย 6 ขวบ
ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เดเร็กกำลังปั่นจักรยานเล่นอย่างสนุกสนานตามประสาเด็ก อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจักรยานของเขาพุ่งชนลูกเจี๊ยบของเพื่อนบ้านเข้าอย่างจัง สำหรับผู้ใหญ่บางคน เรื่องนี้อาจเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย “ก็แค่ไก่ตัวหนึ่ง” แต่สำหรับเดเร็ก นี่คือเรื่องใหญ่หลวง
ด้วยความที่ยังเด็ก เขาไม่เข้าใจเรื่องความตายอย่างถ่องแท้ แต่เขารู้สึกได้ทันทีถึงความเจ็บปวดของผู้อื่น เดเร็กไม่ได้เลือกที่จะปั่นจักรยานหนี หรือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขารีบอุ้มร่างลูกเจี๊ยบ วิ่งหน้าตั้งไปที่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านเพียงลำพัง
ภาพจำที่โลกไม่ลืม
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล เขายื่นลูกเจี๊ยบให้พยาบาลพร้อมกับยื่นเงิน 10 รูปี (ประมาณ 5 บาท) ซึ่งเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่มี เพื่อขอร้องให้หมอช่วยชีวิตไก่ตัวนี้ แม้พยาบาลจะบอกว่าช่วยไม่ได้แล้ว แต่ความพยายามของเดเร็กยังไม่สิ้นสุด เขาวิ่งกลับบ้านไปขอเงินพ่อแม่เพิ่ม แล้วกลับมาพร้อมแบงก์ 100 รูปี ด้วยความหวังว่า “ถ้ามีเงินเยอะขึ้น หมออาจจะช่วยมันได้” จนพ่อแม่ต้องค่อยๆ อธิบายความจริงให้เขาเข้าใจ
พยาบาลที่โรงพยาบาลประทับใจในความไร้เดียงสาและจิตใจที่งดงาม จึงถ่ายรูปแล้วส่งต่อให้เพื่อนนำไปโพสต์ลง Facebook จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก
ทางโรงเรียนของเดเร็กได้มอบเกียรติบัตรและห่มผ้าคลุมไหล่แบบดั้งเดิม ซึ่งตามประเพณีของชาวมิโซรัม จะมอบให้กับผู้ที่มีความกล้าหาญและน่ายกย่อง
เรื่องนี้โด่งดังจนองค์กร PETA India (องค์กรพิทักษ์สัตว์) มอบรางวัล “Compassionate Kid Award” (รางวัลเด็กผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา) ให้กับเขาอีกด้วย
เรื่องราวของเดเร็กไม่ได้เป็นแค่ข่าวน่ารักๆ แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใหญ่ทั่วโลกเห็นว่า ความเห็นอกเห็นใจ คือพื้นฐานที่บริสุทธิ์ที่สุดของมนุษย์ และเราไม่ควรหลงลืมสิ่งนี้ไปเมื่อโตขึ้น

ทำไม “ความเมตตา” ถึงสำคัญกว่าความเก่ง?
ในยุคที่เรามุ่งเน้นให้ลูกเรียนเก่ง มีทักษะรอบด้าน เพื่อแข่งขันในโลกอนาคต เรามักลืมไปว่า ทักษะที่จะทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนที่สุดคือ ความเมตตากรุณา (Compassion)
งานวิจัยทางจิตวิทยาเด็กระบุว่า เด็กที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (High Empathy) มักจะ:
- มีทักษะทางสังคมที่ดีกว่า เข้ากับคนง่าย
- มีความฉลาดทางอารมณ์สูง (EQ) จัดการอารมณ์ตัวเองได้ดี
- มีภาวะผู้นำที่คนรักและศรัทธา
- มีความสุขในการใช้ชีวิตมากกว่า เพราะรู้จักการ “ให้” โดยไม่หวังผล
7 วิธีเลี้ยงลูกให้มีเมตตา
คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่า แล้วเราจะทำอย่างไรให้ลูกของเรามีจิตใจที่อ่อนโยน รู้จักผิดชอบชั่วดี และมีความเมตตาเหมือนกับหนูน้อยเดเร็ก? และนี่คือ 7 วิธีเลี้ยงลูกให้มีเมตตา ที่คุณพ่อคุณแม่เริ่มทำได้ทันทีที่บ้านค่ะ
1. เป็นต้นแบบแห่งความเมตตา
เด็กเรียนรู้ผ่านการมองเห็น มากกว่าการฟัง หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกใจดี เราต้องแสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง
- เริ่มจากเรื่องเล็กๆ: กล่าวขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ, ช่วยถือของให้คุณยาย, หรือพูดจาสุภาพกับแม่บ้าน
- แสดงความห่วงใย: เมื่อเห็นคนในข่าวประสบภัย ลองพูดคุยกับลูกว่า “น่าสงสารจังเลยลูก ถ้าเราช่วยอะไรได้บ้างก็คงดีนะ” เพื่อให้ลูกซึมซับทัศนคติแห่งความห่วงใย
2. สอนให้ลูกรู้จักและระบุอารมณ์
จุดเริ่มต้นของความเมตตา คือการเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น (Empathy)
- ถามความรู้สึก: เมื่อลูกร้องไห้หรือเสียใจ อย่าเพิ่งห้าม แต่ให้ถามว่า “หนูเสียใจใช่ไหมลูก?” หรือเมื่อเห็นเพื่อนร้องไห้ ลองถามลูกว่า “หนูคิดว่าเพื่อนรู้สึกยังไงคะ?”
- เชื่อมโยงการกระทำ: อธิบายว่าการกระทำของเราส่งผลต่อความรู้สึกคนอื่นอย่างไร เช่น “ถ้าหนูแย่งของเล่น เพื่อนจะเสียใจนะลูก เหมือนตอนที่หนูโดนแย่งไงคะ”
3. เลี้ยงสัตว์ หรือดูแลสิ่งมีชีวิต
กรณีของหนูน้อยเดเร็กแสดงให้เห็นชัดเจนว่า สัตว์เลี้ยงเป็นครูที่ดีที่สุดในการสอนเรื่องความอ่อนโยน
- มอบหมายหน้าที่: หากที่บ้านมีสัตว์เลี้ยง ให้ลูกช่วยเทอาหาร หรือแปรงขน เพื่อฝึกความรับผิดชอบ
- สอนความอ่อนโยน: สอนลูกเสมอว่า สัตว์ก็เจ็บเป็น ต้องจับเบาๆ ไม่รังแก
- หากไม่มีสัตว์เลี้ยง: สามารถพาลูกไปให้อาหารปลาตามวัด หรือสอนให้ไม่บี้มด ไม่เด็ดดอกไม้เล่น เพื่อปลูกฝังว่าทุกชีวิตมีค่า

4. ฝึกการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน
การให้คือหัวใจของความเมตตา ลองพาลูกทำกิจกรรมจิตอาสาตามวัย
- วัยอนุบาล: ชวนคัดแยกของเล่นเก่าสภาพดี ไปบริจาคให้เด็กด้อยโอกาส อธิบายให้ลูกฟังว่า “ของเล่นชิ้นนี้จะทำให้เพื่อนคนอื่นมีความสุขมากแค่ไหน”
- วัยประถม: พาลูกไปร่วมกิจกรรมปลูกป่า เก็บขยะริมหาด หรือหยอดกระปุกเพื่อการกุศล
5. ระวังคำพูดและการตีตรา
หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่ลดทอนคุณค่าของความเมตตา เช่น “อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่น”, “ลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้” หรือ “โลกนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”
เปลี่ยนเป็น: สนับสนุนเมื่อลูกแสดงความกังวลต่อผู้อื่น เช่น “หนูเป็นเด็กดีมากเลยลูก ที่เป็นห่วงเพื่อน” สิ่งนี้จะช่วยยืนยันพฤติกรรมที่ดีให้คงอยู่
6. อ่านนิทานที่สอนเรื่องคุณธรรม
นิทานเป็นเครื่องมือวิเศษในการจำลองสถานการณ์ เลือกนิทานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ การแบ่งปัน หรือความเห็นอกเห็นใจ หลังจากอ่านจบ ลองชวนลูกคุยว่า “ถ้าหนูเป็นตัวละครนี้ หนูจะทำอย่างไร?”
7. ชื่นชมที่การกระทำ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์
เมื่อลูกทำดี แม้ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ (เหมือนหนูน้อยเดเร็กที่ช่วยไก่ไม่ได้ แต่เขาได้พยายามแล้ว) คุณพ่อคุณแม่ต้องชื่นชมในเจตนาของเขา
ตัวอย่างคำชม “แม่ภูมิใจมากที่หนูพยายามช่วยเพื่อน”, “ขอบคุณนะที่หนูมีน้ำใจแบ่งขนมให้น้อง” การชมเชยจะทำให้ลูกรู้สึกว่าความเมตตา คือสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ
เมล็ดพันธุ์แห่งความดี ต้องเริ่มปลูกตั้งแต่วันนี้
เรื่องราวของหนูน้อยเดเร็ก ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นข้ามคืน แต่เกิดจากพื้นฐานครอบครัวและสังคมที่หล่อหลอมให้เขามองเห็นคุณค่าของทุกชีวิต วิธีเลี้ยงลูกให้มีเมตตา เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ในบ้าน คำพูดที่อ่อนหวาน การกอดที่อบอุ่น และการเป็นแบบอย่างที่ดี
เพราะในวันที่ลูกเติบโตขึ้น เขาอาจจะไม่ต้องเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก แต่ถ้าเขาเป็นคนที่มีหัวใจ ที่เมตตาที่สุด เขาจะเป็นคนที่โลกใบนี้ต้องการ และเป็นคนที่มีความสุขที่สุดอย่างแน่นอนค่ะ
ที่มาและภาพประกอบจาก: Spirit Science, Sanga Says
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
50 สิ่งที่พ่อควรสอนลูกชาย ตั้งแต่เด็ก บทเรียนที่ลูกชายจะใช้ได้ตลอดไป
ฮาร์วาร์ดชี้! เดือนเกิดลูกมีผลต่อสติปัญญา เด็กเกิด 3 เดือนนี้จะฉลาด!?
คำชมทรงพลัง! 4 วิธีชมลูก ที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกอยากพัฒนาตัวเอง
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!