TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ของหวาน ดีต่อใจเด็ก แล้วดีต่อสุขภาพด้วยหรือเปล่า กินยังไงให้ปลอดภัย

บทความ 5 นาที
ของหวาน ดีต่อใจเด็ก แล้วดีต่อสุขภาพด้วยหรือเปล่า กินยังไงให้ปลอดภัย

ของหวาน ของทานเล่นที่รสชาติดี กินแล้วสดชื่น ของหวานดีต่อใจแล้วดีต่อสุขภาพด้วยหรือไม่

ของหวาน เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ชอบ และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ใหญ่อย่างเราก็ชอบด้วยเช่นกัน ของหวาน ๆ ที่ว่านี้ ดีต่อสุขภาพเด็กด้วยไหม theAsianparent Thailand จะมาเล่าให้ฟัง

 

ของหวาน ให้โทษไหม

อย่างที่ทุก ๆ คนรู้กันอยู่แล้ว ว่าของหวาน ก็คืออาหารรสชาติหวาน ที่คนมักรับประทานหลังจากทานข้าวเสร็จ เช่น ไอศกรีม คุ้กกี้ เค้ก พุดดิ้ง เป็นต้น โดยของหวานส่วนใหญ่นั้น มีสารอาหารน้อย และมักจะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการขัดสี ไขมันทรานส์ และน้ำตาล ซึ่งการรับประทานของที่หวานที่มีน้ำตาลสูง จะทำให้เด็กอิ่มไว จนไม่อยากรับประทานอาหารชนิดอื่นที่มีประโยชน์ แถมยังอาจทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ฟันผุ และมีปัญหาสุขภาพตามมา เช่น

  • ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นหวัด เป็นไข้ได้ง่าย
  • มีความสามารถในการจดจ่อลดลง
  • เสี่ยงเป็นโรคสมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย
  • ความสามารถในการเรียนรู้ลดลง
  • ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ปกติ
  • ลำไส้มีปัญหา ระบบขับถ่ายไม่ดี ทำให้ท้องเสีย
  • เป็นโรคเบาหวาน และเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
  • แพ้น้ำตาล เนื่องจากรับประทานน้ำตาลมากเกินไป
  • เสี่ยงเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง
  • เสี่ยงเป็นโรคหอบหืด
  • การมองเห็นแย่ลง

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่จะต้องห้ามไม่ให้เด็กกินของหวาน จริง ๆ แล้วเด็กยังคงกินของหวานได้ แต่คุณแม่ควรให้น้องกินแต่พอดีพอเหมาะ เพราะปัญหาสุขภาพเหล่านี้ มักเกิดจากการที่เด็กกินน้ำตาล หรือกินของที่รสชาติหวานจนเกินไป

บทความที่เกี่ยวข้อง :  โรค เบาหวาน เกิดจากอะไร ปัจจัยเสี่ยงของการเป็นเบาหวานคืออะไร?

 

ของหวานที่มีน้ำตาลสูง ของหวาน ต้องระวัง

ขนมหวานมีมากมายหลายประเภท โดยคุณแม่ควรพึงระวังของหวานที่มีน้ำตาลสูงต่อไปนี้

  1. ช็อกโกแลตเคลือบน้ำตาล
  2. มะขามคลุกน้ำตาล
  3. พุทราจีนอบแห้ง
  4. ไอศกรีมโคน
  5. กล้วยบวชชี
  6. ขนมหม้อแกง
  7. น้ำอัดลม
  8. น้ำผลไม้
  9. ทุเรียนกวน
  10. ชาไข่มุก
  11. กาแฟ
  12. อินทผลัม
  13. ชาเขียว
  14. ลูกเกด
  15. เค้ก

บทความที่เกี่ยวข้อง : น้ำตาล ภัยร้ายทำลูกป่วย

 

ของหวาน ดีต่อสุขภาพไหม 2

ลูกกวาดขนมหวาน สีสันหลากหลาย ของหวาน

 

ของหวานแบบไหนที่ไม่อันตราย

ยังมีอาหารหรือขนมบางชนิด ที่เด็ก ๆ สามารถกินทดแทนของหวานที่พวกเขาชอบได้ หากลูก ๆ อยากกินของหวาน แต่คุณแม่ก็เป็นห่วงสุขภาพของน้อง ๆ แนะนำให้ทดแทนของหวานด้วยอาหารต่อไปนี้

  • น้ำเปล่าผสมเลม่อน น้ำส้ม มะนาว หรือบวบที่หั่นเป็นแผ่นบาง ๆ
  • สมูทตี้ทำเอง ที่ทำจากนม โยเกิร์ต และผลไม้
  • พุดดิ้งหรือขนมทำเอง แต่ใส่น้ำตาลน้อย
  • แอปเปิ้ล มะม่วง หรือสัปปะรดที่หั่นเป็นชิ้น
  • เครื่องดื่มอัลมอนด์ที่ไม่มีน้ำตาล
  • โยเกิร์ตรสจืดผสมผลไม้บด
  • น้ำเต้าหู้ไม่ผสมน้ำตาล

บางคนอาจจะกำลังสงสัย ว่าจะใช้สารทดแทนความหวานแทนน้ำตาลได้ไหม คำตอบก็คือได้ เพราะมีส่วนผสมที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก แต่ก็ไม่ควรน้ำมาใช้ผสมอาหารบ่อย จนเด็กไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

บทความที่เกี่ยวข้อง :  การจำกัดปริมาณน้ำตาลในอาหาร สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

 

ของหวาน ๆ มีประโยชน์บ้างหรือเปล่า

ถึงแม้การรับประทานของหวานมากไปจะไม่ดีต่อสุขภาพ แต่หากทานในปริมาณที่เหมาะสม ก็อาจจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน ดังนี้

ของหวานทำให้อารมณ์ดี ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อาหารหรือของหวานที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ช่วยทำให้ร่างกายและสมองหลั่งสารเซโรโทนินออกมา ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้อารมณ์ดี ช่วยผ่อนคลายและลดความเครียด หากวันไหนน้อง ๆ งอแง ไม่เชื่อฟัง ลองให้เขากินของหวานในปริมาณที่พอเหมาะ และลองสังเกตดูว่า เขาอารมณ์ดีขึ้นไหม

ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง มีงานวิจัยทำการสำรวจผู้ชายสวีเดน ที่มีอายุระหว่าง 45-79 ปี โดยให้ทานดาร์กช็อกโกแลตเป็นประจำ เป็นเวลา 10 ปี พบว่า กลุ่มตัวอย่างเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองน้อยกว่าคนที่ไม่ได้กินดาร์กช็อกโกแล็ตถึง 17% ทีนี้ หากน้อง ๆ คนไหนชอบทานดาร์กช็อกโกแลต ก็สามารถให้เขาทานได้ แต่อย่าให้ทานเยอะจนเกินไปก็พอ

มีสารอาหารเยอะ แม้ของหวานจะน้ำตาลเยอะ แต่ของหวานบางชนิดนั้น มีสารอาหารอยู่มากมาย ซึ่งก็คือคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง และแม้ว่าคาร์โบไฮเดรตในของหวาน จะไม่ได้ให้พลังงานแก่ร่างกาย มากเท่าคาร์โบไฮเดรตที่หาได้จากอาหารชนิดอื่น แต่ก็ช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกายได้ หากกำลังมองหาของหวานที่ให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แนะนำให้ทานพายฟักทอง และดาร์กช็อกโกแลต เพราะของหวานสองอย่างนี้ มีวิตามิน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ

ช่วยลดน้ำหนัก มีงานวิจัยทำการทดลองให้กลุ่มตัวอย่างทานของหวานเป็นอาหารเช้า พบว่า การทานของหวานช่วยให้กลุ่มตัวอย่างลดน้ำหนักได้

บทความที่เกี่ยวข้อง :  10 ผลไม้ลดความอ้วน ผลไม้น้ำตาลน้อย กินยังไงก็ไม่อ้วน กินแล้วดีต่อร่างกาย

 

ของหวาน ดีต่อสุขภาพไหม

ของหวาน โยเกิร์ต ทานคู่ผลไม้

 

ของหวาน กินอย่างไรให้ปลอดภัย

หลาย ๆ ครอบครัว มักจะทานของหวานกัน หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ ซึ่งเมื่อคุณแม่เข้ามาอ่านบทความนี้ ก็อาจจะเริ่มกังวลเกี่ยวกับสุขภาพเด็ก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำทริคในการรับประทานของหวานให้ปลอดภัย ที่คุณแม่นำไปใช้ได้ ดังนี้

1. ไม่ให้เด็กกินของหวานเพียงลำพัง เพราะอาจทำให้กินเยอะมากผิดปกติ
2. อย่าให้เด็กหักดิบจนเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำตาล จนสุดท้ายต้องรับประทานของหวานทีละมาก ๆ
3. ผสมอาหารที่มีประโยชน์เข้ากับของหวาน โดยอาจให้เด็ก ๆ ทานไอศกรีมคู่กับผลไม้ หรือทานกล้วยจุ่มกับช็อกโกแลต
4. ทำของหวานให้เด็กทานเอง เพราะเราสามารถเลือกได้ว่าจะใส่น้ำตาลปริมาณเท่าไหร่
5. สอนให้เด็กกินของหวานตามโอกาส กินเป็นครั้งเป็นคราว และไม่กินทุกวัน
6. ให้เด็กรับประทานของหวานที่ให้ความหวานโดยธรรมชาติอย่างผลไม้หรือน้ำผึ้ง
7. ไม่ให้เด็กรับประทานของหวานที่ผสมน้ำตาล แป้ง และเนย
8. ตกแต่งผลไม้ให้ดูน่ารับประทาน ดึงดูดใจเด็ก
9. ไม่ให้ขนมหวานหรือลูกอมเป็นของรางวัลเด็ก
10. ไม่ให้เด็กรับประทานของหวานก่อนนอน

ความจริงแล้ว อาหารที่เรากินอยู่ทุกวันอย่างนมสด ผลไม้ และผักบางชนิด มีน้ำตาลอยู่แล้ว แถมยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นการรับประทานสิ่งเหล่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

การรับประทานของหวานนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากรับประทานมากไป สามารถก่อให้เกิดผลเสียกับร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม หากน้อง ๆ ยังอยากกินของหวานอยู่ คุณแม่สามารถให้น้อง ๆ รับประทานได้ เพียงแต่ต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลในของหวาน และไม่ให้เด็กกินของหวานพร่ำเพรื่อ รวมทั้งควรสอนให้เขาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

ที่มา : clevelandclinic , unlockfood , nyahomedical , goodparentingbrighterchildren , despinascafe , wikipedia , mthai

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Kanokwan Suparat

  • หน้าแรก
  • /
  • ช่วงวัยของเด็ก
  • /
  • ของหวาน ดีต่อใจเด็ก แล้วดีต่อสุขภาพด้วยหรือเปล่า กินยังไงให้ปลอดภัย
แชร์ :
  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว