“ทำไมลูกถึงดื้อแบบนี้นะ!” “บอกกี่ครั้งแล้วไม่เคยจำ!” แต่คุณแม่ทราบไหมคะว่า ลึกๆ แล้วภายใต้ท่าทีที่แข็งกร้าวหรือเมินเฉยนั้น ลูกชายตัวน้อยอาจกำลังร้องขอ บางอย่างจากเราอยู่ วันนี้ theAsianparent จะพาคุณแม่มาเจาะลึก สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ ทั้งเก่ง ดี และมีความสุข โดยอ้างอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกกันค่ะ
5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่
จากบทความใน Psychology Today ที่ได้รวบรวมงานวิจัยทาง จิตวิทยาเด็ก เกี่ยวกับความสัมพันธ์แม่และลูกชาย พบว่า “ความอ่อนโยนของแม่ คือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของลูก”
1. ไม่ใช้วิธีบังคับขู่เข็ญในช่วงวัยเด็ก
เคยไหมคะ? แม่สั่งให้ทำ -> ลูกไม่ทำ -> แม่ขึ้นเสียง -> ลูกเถียง/อาละวาด -> แม่เหนื่อยใจแล้วยอมแพ้ หรือระเบิดอารมณ์จนลูกกลัว
ในทางจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า “Coercive Cycle” หรือวงจรการบังคับขู่เข็ญ งานวิจัยจาก Oregon Social Learning Center โดย Dr. Gerald Patterson ชี้ให้เห็นว่า วงจรนี้คือกับดักที่อันตรายที่สุด เด็กชายที่เติบโตมาในวงจรนี้ ไม่ได้เรียนรู้วินัย แต่เรียนรู้ว่า “ใครเสียงดังกว่า หรือก้าวร้าวกว่า คนนั้นชนะ”
การเลี้ยงลูกชาย ด้วยการบังคับ ขู่เข็ญ หรือลงโทษรุนแรงทางร่างกาย มักนำไปสู่ ปัญหาลูกดื้อ และพฤติกรรมต่อต้านสังคม เด็กเหล่านี้มักมีปัญหาในการเข้ากับเพื่อนที่โรงเรียน เพราะเขาจะนำโมเดล “การข่มขู่” ที่เรียนรู้จากแม่ไปใช้กับเพื่อนๆ
สิ่งที่แม่ควรทำ
สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ คือ วิธีเลี้ยงลูกเชิงบวก (Positive Parenting) เปลี่ยนจากคำสั่งและการบังคับ เป็นการตั้งกติกาที่ชัดเจนและให้รางวัลเมื่อทำดี เน้นชื่นชมพฤติกรรมที่ดีมากกว่าจับผิดพฤติกรรมที่แย่ การทำเช่นนี้จะช่วยหยุดวงจรความก้าวร้าว และสร้างบรรยากาศในบ้านที่น่าอยู่ขึ้นค่ะ

2. ให้ความอบอุ่นสูงสุดและลดความขัดแย้ง
มีความเชื่อผิดๆ ว่า “เลี้ยงลูกชายต้องเลี้ยงให้เข้มแข็ง ห้ามโอ๋ เดี๋ยวไม่แมน” แต่ความจริงทางวิทยาศาสตร์กลับตรงกันข้ามค่ะ
งานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กจาก American Psychological Association (APA) ยืนยันว่า “ความอบอุ่น คือปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกชายมีทักษะทางสังคมที่ดี และลดความก้าวร้าวลง ความอบอุ่นในที่นี้ไม่ใช่การตามใจลูก (Spoiling) หรือยอมให้ทำผิด แต่คือการมอบความรัก ความมั่นคงทางใจ ให้เขารู้ว่า “แม่คือพื้นที่ปลอดภัย”
ความสัมพันธ์แม่ลูก ที่สมดุลคืออะไร?
รูปแบบการเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ “Authoritative Parenting” ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ:
- High Warmth: แม่มีความรัก ความเมตตา และพร้อมรับฟังเสมอ
- Firm Limits: แม่มีกฎกติกาที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ
หากแม่มีความขัดแย้งกับลูกบ่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อ พัฒนาการทางอารมณ์ของลูกโดยตรง เด็กชายที่เติบโตมากับแม่ที่อบอุ่นและเข้าใจ จะมีแนวโน้มพัฒนาจริยธรรมได้ดีกว่า เพราะเขาไม่อยากทำให้คนที่เขารักและรักเขาต้องเสียใจ
3. สนับสนุนให้ลูกรู้จัก “ควบคุมตนเอง”
ธรรมชาติของเด็กผู้ชายมักมีความหุนหันพลันแล่นมากกว่าเด็กผู้หญิงเนื่องจากระดับฮอร์โมนและพัฒนาการสมองส่วนหน้า สิ่งที่เขาต้องการจากแม่ไม่ใช่การ “ควบคุมเขา” แต่คือการสอนให้เขา “ควบคุมตัวเอง” หรือที่เรียกว่า Self-regulation คือ ทักษะในการจัดการความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
บทบาทของแม่ในการสร้าง Self-Regulation
หากแม่ใช้วิธีการควบคุม บงการ หรือพูดจาประชดประชัน เพื่อให้ลูกหยุดพฤติกรรม เช่น “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นแม่จะทิ้ง” จะทำให้ลูกขาดโอกาสในการฝึกจัดการอารมณ์ตัวเอง
ข้อมูลจาก Center on the Developing Child ของมหาวิทยาลัย Harvard เปรียบเทียบทักษะนี้ว่าเป็นเหมือน “หอควบคุมการบิน” ในสมอง เด็กไม่ได้เกิดมาพร้อมทักษะนี้ แต่ต้องฝึกฝนผ่านการเป็นแบบอย่างของพ่อแม่
สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ ในข้อนี้คือ การที่แม่ช่วยเป็นโค้ชสะท้อนอารมณ์ลูก เช่น “แม่รู้ว่าลูกโกรธที่ไม่ได้เล่นเกม แต่เราตกลงกันแล้วนะ” แทนที่จะใช้อำนาจกดดัน ซึ่งจะช่วยให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบและจัดการชีวิตตัวเองได้
4. แม่ที่ “นิ่ง” และตอบสนองอย่างมีเหตุผล
ลูกชายมักแสดงออกทางพฤติกรรมมากกว่าคำพูด เมื่อลูกอาละวาด นั่นคือสัญญาณขอความช่วยเหลือ หากแม่ตอบสนองด้วยความเกรี้ยวกราด ตะโกน หรือใช้อารมณ์รุนแรง จะยิ่งเหมือนการราดน้ำมันเข้ากองไฟ
งานวิจัยพบความเชื่อมโยงที่น่าตกใจว่า การเลี้ยงดูที่ใช้อารมณ์รุนแรงและขาดการตอบสนองที่ดี เพิ่มความเสี่ยงให้เด็กมีปัญหา ADHD ในเด็ก (สมาธิสั้น) และพฤติกรรมต่อต้าน ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะมีพื้นฐานพันธุกรรมสมาธิสั้นหรือไม่ก็ตาม
ทำไมอารมณ์แม่ถึงสำคัญต่อสมองลูก?
บทความวิชาการจาก National Institutes of Health (NIH) อธิบายว่า ความเครียดจากการถูกดุด่าอย่างรุนแรงส่งผลต่อการพัฒนาสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการควบคุมอารมณ์
สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ คือแม่ที่มีสติ การที่แม่ตอบสนองอย่างใจเย็น จะช่วยให้ระบบประสาทของลูกสงบลงและเรียนรู้วิธีจัดการความเครียดได้ดีขึ้น หากแม่รู้สึกโกรธ ลองนับ 1-10 หรือเดินเลี่ยงออกมาก่อนที่จะสอนลูก เพื่อไม่ให้เผลอใส่อารมณ์ใส่เขาค่ะ

5. ไม่วิจารณ์รุนแรงและไม่เข้าไปแบกรับความรู้สึกของลูกมากเกินไป
ลูกชายต้องการพื้นที่ในการเติบโต แม่ที่ “อิน” กับชีวิตลูกมากเกินไป เช่น เจ็บแทนลูก ปกป้องลูกเกินเหตุ หรือจัดการทุกอย่างให้ เพราะกลัวลูกลำบาก จะทำให้ลูกขาดภูมิต้านทานทางใจ และขาดความเป็นตัวของตัวเอง
ในขณะเดียวกัน การวิพากษ์วิจารณ์ตัวตนของลูก เช่น “แกมันไม่ได้เรื่อง” “ทำไมโง่แบบนี้” ไม่ได้ช่วยให้เขาปรับปรุงตัว แต่กลับสร้างบาดแผลลึกในใจ และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว
ทฤษฎี Self-Determination Theory
ข้อมูลจาก Department of Psychology, University of Rochester ชี้ว่า มนุษย์ทุกคนต้องการความรู้สึกว่าตนเองมีความสามารถ และมีอิสระในการเลือก การควบคุมของแม่ จะขัดขวางพัฒนาการนี้
สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ คือความเชื่อมั่น ว่าเขาสามารถล้มและลุกขึ้นเองได้ โดยมีแม่คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ไม่ใช่เข้าไปแก้ปัญหาให้ทั้งหมด และเมื่อเขาทำผิดพลาด ให้วิจารณ์ที่ “การกระทำ” ไม่ใช่ “ตัวตน” ของเขา
แด่คุณแม่ทุกคนที่มีลูกชาย
การเลี้ยงลูกชายให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้อาศัยความเฮี้ยบ หรือไม้เรียว แต่คือ สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ ทั้ง 5 ข้อนี้:
- เปลี่ยน การบังคับ เป็นความร่วมมือและวินัยเชิงบวก
- เพิ่ม ความอบอุ่น ให้มากกว่าความขัดแย้ง
- สอน ให้เขาคุมตัวเอง แทนที่จะไปคุมเขา
- เป็น น้ำเย็น เมื่อลูกเป็นไฟ เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาพฤติกรรมและ ADHD ในเด็ก
- ปล่อย ให้เขาเติบโต เชื่อมั่นในตัวเขา และลดคำวิจารณ์ที่บั่นทอน
ลูกชายอาจจะดูเข้มแข็งภายนอก แต่ภายในเขายังคงต้องการอ้อมกอดและความเข้าใจจากแม่เสมอ วันนี้ลองเริ่มจากกอดลูกให้แน่นขึ้นและฟังเขาให้มากขึ้นดูนะคะ เพราะความรักของแม่ คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของลูกชายค่ะ
ที่มา : Psychology Today , Oxford Bibliographies , American Psychological Association (APA) , Center on the Developing Child at Harvard University , National Institutes of Health (NIH)
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ทลายความเชื่อ ลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้! 4 เหตุผลที่ ลูกชายไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา
ลูกชายติดแม่ ลูกสาวติดพ่อ จริงไหม? มุมมองทางจิตวิทยาพัฒนาการสมัยใหม่
50 สิ่งที่พ่อควรสอนลูกชาย ตั้งแต่ยังเล็ก บทเรียนที่ลูกชายจะใช้ได้ตลอดไป
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!