TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เช็กด่วน! 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด

บทความ 5 นาที
เช็กด่วน! 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด

แม้การฟื้นตัวหลังคลอดจะใช้เวลา แต่หากคุณแม่เริ่ม มีไข้หลังผ่าคลอด นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายบอกว่ากำลังต้องการการดูแลเป็นพิเศษ มาลองเช็ก 4 สาเหตุยอดฮิตที่เป็นต้นเหตุของอาการไข้หลังคลอด

ช่วงเวลาหลังผ่าตัดคลอด ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่คุณแม่จะได้ชื่นชมเจ้าตัวเล็กอย่างเต็มที่ใช่ไหมคะ? แต่สำหรับคุณแม่หลายท่าน ความกังวลใจอาจเกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ ร่างกายกลับส่งสัญญาณผิดปกติอย่างอาการตัวร้อน หรือ มีไข้หลังผ่าคลอด ออกมาเสียอย่างนั้น

แน่นอนว่าการผ่าตัดใหญ่ย่อมทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ แต่หากอาการไข้มาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายตัวอื่น ๆ นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านค่ะ เพราะอาการมีไข้หลังผ่าตัดคลอด อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผลผ่าตัด หรือระบบต่าง ๆ ที่กำลังฟื้นฟู

เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และเพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงพร้อมดูแลลูกน้อยได้ไวที่สุด วันนี้ theAsianparent จะพาไปเช็ก 4 สาเหตุยอดฮิตที่มักทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด เพื่อที่คุณแม่จะได้สังเกตอาการตัวเองได้อย่างถูกต้องและรับมือได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

แม่มีไข้หลังผ่าคลอด

 

มีไข้หลังผ่าคลอด เช็ก 4 สาเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

แม้ว่าหลังการผ่าคลอด ร่างกายอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยจากการที่ระบบต่าง ๆ เร่งซ่อมแซมแผลและเนื้อเยื่อ แต่หากคุณแม่เริ่มมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือมีไข้ต่ำ ๆ แต่ลากยาวไม่หายขาด นั่นอาจไม่ใช่ความเพลียจากการคลอดธรรมดาแล้วล่ะค่ะ เพื่อให้คุณแม่เฝ้าระวังตัวเองได้อย่างตรงจุด ลองมาเช็ก “4 สาเหตุยอดฮิต” ที่เป็นต้นเหตุของอาการ มีไข้หลังผ่าคลอด ซึ่งแต่ละจุดมีสัญญาณเตือนที่แตกต่างกันดังนี้ค่ะ

1. แผลผ่าตัดติดเชื้อ (Infection after C-section)

การผ่าคลอดถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อบริเวณแผลได้มากกว่าการคลอดธรรมชาติ คุณแม่ที่มีไข้ ควรสังเกตความผิดปกติของแผลเป็นอันดับแรก โดยสัญญาณเตือนที่ต้องระวังคือ

  • บริเวณแผลผ่าตัดมีอาการบวม แดง หรือรู้สึกร้อนผิดปกติ
  • มีหนองหรือของเหลวไหลออกมาจากแผล
  • มีเลือดออก หรือแผลเริ่มแยกออกจากกัน
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง หรือเจ็บแปลบที่แผลจนทนไม่ไหว

2. มดลูกอักเสบ (Endometritis)

ภาวะนี้คือการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณแม่มีไข้หลังผ่าคลอด ภายใน 2-3 วันหลังคลอด สาเหตุอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การอักเสบจากน้ำคร่ำแตกนาน หรือมีเศษรกค้างอยู่ภายในมดลูก อาการที่ควรรีบเช็กคือ

  • มีอาการหนาวสั่นร่วมกับไข้สูง
  • ปวดหน่วงหรือกดเจ็บบริเวณท้องน้อย
  • น้ำคาวปลาส่งกลิ่นเหม็นผิดปกติ (แม้ว่าจะมีเลือดออกหลังคลอดเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เรื่องกลิ่นคือจุดสังเกตสำคัญค่ะ)

3. เต้านมอักเสบ (Mastitis)

คุณแม่ที่กำลังเริ่มให้นมมักจะเจออาการนี้ได้บ่อยค่ะ เกิดจากการที่ท่อน้ำลมอุดตันจนทำให้น้ำนมค้างอยู่ในเต้ามากเกินไปจนเกิดการอักเสบ หรือมีแบคทีเรียเข้าไปตามรอยแตกของหัวนม ซึ่งนอกจากจะทำให้มีไข้หลังผ่าคลอด แล้วยังมีอาการเฉพาะทางกายภาพดังนี้

  • เต้านมบวมแดง มีรอยแดงเป็นปื้น หรือมีก้อนแข็งที่กดแล้วเจ็บมาก
  • รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดหัว คล้ายจะเป็นไข้หวัดใหญ่

ข้อสังเกตหากเป็นเพียงอาการ “ไข้จากนมคัด” (Milk coming in) ไข้มักจะหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นเต้านมอักเสบติดเชื้อ ไข้มักจะสูงและไม่ลดลงค่ะ

4. การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI)

การใช้สายสวนปัสสาวะระหว่างหรือหลังการผ่าตัด รวมถึงแบคทีเรียที่เข้าสู่ทางเดินปัสสาวะระหว่างคลอด เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่หลายคนมีไข้หลังผ่าคลอด ได้ แม้ว่าการแสบขัดหลังคลอดจะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยอาจหมายถึงการติดเชื้อค่ะ

  • ปวดหลังส่วนล่างหรือปวดบริเวณสีข้าง
  • รู้สึกปัสสาวะไม่สุด หรือปวดปัสสาวะบ่อยแต่ไม่มีอะไรออกมา
  • ปัสสาวะมีสีขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ

นอกเหนือจาก 4 สาเหตุหลักข้างต้นแล้ว ร่างกายของคุณแม่หลังคลอดต้องผ่านกระบวนการซ่อมแซมตัวเองครั้งใหญ่ ทั้งแผลจากการผ่าตัดภายใน และแผลเย็บภายนอก (ในกรณีที่มีการทำหมันร่วมด้วย หรือการเย็บแผลฝีเย็บในคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ)

ในช่วงที่ร่างกายเกิดการอักเสบเพื่อสมานแผล คุณแม่อาจ มีไข้หลังผ่าคลอด แบบต่ำ ๆ ได้บ้างจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน แต่หากไข้เริ่มสูงขึ้น หรือมีความเจ็บปวดผิดปกติในจุดที่เย็บแผล นั่นอาจหมายถึงการติดเชื้อภายในที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที

มีไข้หลังผ่าคลอด

มีไข้หลังผ่าคลอดที่ต้องพบแพทย์ด่วน?

หากคุณแม่พบว่าตัวเองมีไข้หลังผ่าคลอดอย่าฝืนทนหรือนิ่งนอนใจนะคะ เพราะไข้คือสัญญาณที่ร่างกายบอกว่า “ต้องการความช่วยเหลือ” ค่ะ หากมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ให้รีบติดต่อคุณหมอหรือไปโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส: ไม่ว่าจะวัดกี่ครั้งไข้ก็ยังไม่ลด
  • ปวดหรือบวมที่ขา: อาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง: เจ็บเกร็งจนผิดปกติ ไม่ใช่แค่ปวดแผลผ่าตัดตามธรรมดา
  • เลือดออกผิดปกติ: มีเลือดออกจากช่องคลอดมากจนชุ่มผ้าอนามัยภายใน 1 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่หลุดออกมา
  • ความผิดปกติที่แผลผ่าตัด: มีเลือดซึม มีหนอง หรือแผลแยก

 

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น เพื่อป้องกันการ “มีไข้หลังผ่าคลอด”

ในกรณีส่วนใหญ่ หากคุณแม่ดูแลร่างกายให้แข็งแรงและรักษาความสะอาดอยู่เสมอ อาการไข้ต่ำ ๆ มักจะฟื้นตัวและหายไปเองได้ค่ะ แต่แน่นอนว่าการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ถึงแม้เราจะไม่สามารถห้ามการติดเชื้อได้ 100% แต่การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการ มีไข้หลังผ่าคลอด ได้อย่างมากค่ะ

1. การพักผ่อนและการฟื้นฟูร่างกาย

  • พักผ่อนให้มากที่สุด: ร่างกายที่อ่อนเพลียจากการผ่าตัดและการให้นมลูกตอนกลางคืนจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ควรหาโอกาสนอนหลับไปพร้อมกับลูกทุกครั้งที่ทำได้เพื่อให้ร่างกายมีพลังในการซ่อมแซมตัวเองค่ะ
  • จัดการความปวด: หากมีอาการปวดหรือมีไข้ต่ำๆ สามารถรับประทานยาลดไข้แก้ปวดตามที่คุณหมอจัดให้ได้อย่างเคร่งครัด ไม่แนะนำให้ซื้อยาทานเอง เพราะอาจมีผลต่อลูกน้อยผ่านการให้นมได้ค่ะ

2. การรับประทานอาหารเพื่อระบบขับถ่ายที่ดี

การดูแลระบบขับถ่ายให้ทำงานปกติช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในช่องท้องและทางเดินปัสสาวะได้ค่ะ

  • เริ่มจากอาหารอ่อน: ในช่วงแรกควรเริ่มจากการจิบน้ำ ซุปใส หรือโจ๊กตามที่โรงพยาบาลจัดให้ ก่อนเปลี่ยนเป็นอาหารรสจืดที่ย่อยง่าย
  • สิ่งที่ควรเลี่ยง: งดอาหารรสจัด อาหารหมักดอง แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีน รวมถึงเลี่ยงน้ำอัดลมและนมในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ท้องอืดเนื่องจากลำไส้ยังขยับตัวได้ไม่เต็มที่หลังผ่าตัด
  • สังเกตการขับถ่าย: หลังถอดสายสวนปัสสาวะ คุณแม่ควรปัสสาวะเองให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมง และหากผ่านไป 3 วันแล้วยังไม่ถ่ายอุจจาระ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อใช้ยาช่วยระบายค่ะ

3. การรักษาความสะอาดแผลและจุดซ่อนเร้น

ดูแลแผลผ่าตัดและมดลูก: ช่วงแรกต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น แผลบวม แดง ร้อน หรือมีเลือดซึม ส่วนอาการเจ็บมดลูกขณะให้นมเป็นเรื่องปกติที่มดลูกกำลังหดตัว แต่ต้องไม่มีไข้สูงร่วมด้วยนะคะ

  • จัดการน้ำคาวปลา: น้ำคาวปลาจะมีสีแดงสดในวันแรกๆ และค่อยๆ จางลงจนแห้งไปในสัปดาห์ที่ 2-3 คุณแม่ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ เพื่อความสะอาดและลดการสะสมเชื้อโรค
  • ชำระล้างหลังเข้าห้องน้ำ: ทุกครั้งหลังปัสสาวะหรือขับถ่าย ควรล้างทำความสะอาดและซับให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันแบคทีเรียย้อนกลับเข้าไปทำให้ มีไข้หลังผ่าคลอด ค่ะ

4. การดูแลเต้านมและท่อน้ำนม

  • รักษาความสะอาดหัวนม: เช็ดทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังให้นมลูก เพื่อป้องกันแบคทีเรียเข้าสู่ท่อน้ำนมจนเกิดการอักเสบ
  • ระบายน้ำนมอย่างถูกวิธี: หากเต้านมคัดตึง ให้บีบออกเพียงเล็กน้อยพอให้บรรเทาปวด (ไม่ควรปั๊มจนเกลี้ยงเต้าหากไม่ได้ตั้งใจกระตุ้นนมเพิ่ม) การใช้ประคบเย็นหรือ “ใบกะหล่ำปลีล้างสะอาดแช่เย็น” มาประคบจะช่วยลดอาการบวมอักเสบได้ดีมากค่ะ

สุดท้ายนี้ อาการมีไข้หลังผ่าคลอดแม้จะเป็นสัญญาณที่พบได้บ่อยและอาจเกิดจากกระบวนการฟื้นตัวตามปกติของร่างกาย แต่ก็เป็นเรื่องที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจค่ะ เพียงแค่หมั่นสังเกตสัญญาณเตือน รักษาความสะอาด และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีไข้ที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด หากคุณแม่รู้สึกว่า ‘ไข้ไม่ลดลง’ หรือ ‘มีความเจ็บปวดผิดปกติ’ การรีบแจ้งให้คุณหมอทราบคือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณแม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที และกลับมาแข็งแรงพร้อมมอบรอยยิ้มให้กับเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ วันค่ะ

 

เครดิต
What to Do If You Have a Fever After Pregnancy, Healthline

การดูแลหลังคลอด แบบผ่าตัดทางหน้าท้อง, โรงพยาบาลสมิติเวช

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

7 อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด แบบไหนคืออักเสบข้างใน แบบไหนคือใกล้หาย

รู้จัก Gentle C-Section (ผ่าคลอดแบบอ่อนโยน) ทางเลือกใหม่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนคลอดธรรมชาติ

ผ่าคลอด บล็อกหลังเจ็บไหม? ทำให้ปวดหลังหลังคลอด จริงหรือเปล่า?

เจ็บแผลผ่าคลอด จี๊ดๆ ปกติไหม? 10 วิธีบรรเทาอาการเจ็บแผลผ่าคลอด

บทความจากพันธมิตร
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
ที่สุดแห่งผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนม Milk Plus & More  คว้ารางวัล Parents' Choice ตอกย้ำความเป็นผู้นำใน theAsianparent Awards 2025
ที่สุดแห่งผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนม Milk Plus & More คว้ารางวัล Parents' Choice ตอกย้ำความเป็นผู้นำใน theAsianparent Awards 2025

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

อภิญญา คำเอก

  • หน้าแรก
  • /
  • หลังคลอด
  • /
  • เช็กด่วน! 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด
แชร์ :
  • จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
    บทความจากพันธมิตร

    จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
    บทความจากพันธมิตร

    จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว