ช่วงเวลาหลังผ่าตัดคลอด ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่คุณแม่จะได้ชื่นชมเจ้าตัวเล็กอย่างเต็มที่ใช่ไหมคะ? แต่สำหรับคุณแม่หลายท่าน ความกังวลใจอาจเกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ ร่างกายกลับส่งสัญญาณผิดปกติอย่างอาการตัวร้อน หรือ มีไข้หลังผ่าคลอด ออกมาเสียอย่างนั้น
แน่นอนว่าการผ่าตัดใหญ่ย่อมทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ แต่หากอาการไข้มาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายตัวอื่น ๆ นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านค่ะ เพราะอาการมีไข้หลังผ่าตัดคลอด อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผลผ่าตัด หรือระบบต่าง ๆ ที่กำลังฟื้นฟู
เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และเพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงพร้อมดูแลลูกน้อยได้ไวที่สุด วันนี้ theAsianparent จะพาไปเช็ก 4 สาเหตุยอดฮิตที่มักทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด เพื่อที่คุณแม่จะได้สังเกตอาการตัวเองได้อย่างถูกต้องและรับมือได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

มีไข้หลังผ่าคลอด เช็ก 4 สาเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้
แม้ว่าหลังการผ่าคลอด ร่างกายอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยจากการที่ระบบต่าง ๆ เร่งซ่อมแซมแผลและเนื้อเยื่อ แต่หากคุณแม่เริ่มมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือมีไข้ต่ำ ๆ แต่ลากยาวไม่หายขาด นั่นอาจไม่ใช่ความเพลียจากการคลอดธรรมดาแล้วล่ะค่ะ เพื่อให้คุณแม่เฝ้าระวังตัวเองได้อย่างตรงจุด ลองมาเช็ก “4 สาเหตุยอดฮิต” ที่เป็นต้นเหตุของอาการ มีไข้หลังผ่าคลอด ซึ่งแต่ละจุดมีสัญญาณเตือนที่แตกต่างกันดังนี้ค่ะ
1. แผลผ่าตัดติดเชื้อ (Infection after C-section)
การผ่าคลอดถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อบริเวณแผลได้มากกว่าการคลอดธรรมชาติ คุณแม่ที่มีไข้ ควรสังเกตความผิดปกติของแผลเป็นอันดับแรก โดยสัญญาณเตือนที่ต้องระวังคือ
- บริเวณแผลผ่าตัดมีอาการบวม แดง หรือรู้สึกร้อนผิดปกติ
- มีหนองหรือของเหลวไหลออกมาจากแผล
- มีเลือดออก หรือแผลเริ่มแยกออกจากกัน
- ปวดท้องอย่างรุนแรง หรือเจ็บแปลบที่แผลจนทนไม่ไหว
2. มดลูกอักเสบ (Endometritis)
ภาวะนี้คือการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณแม่มีไข้หลังผ่าคลอด ภายใน 2-3 วันหลังคลอด สาเหตุอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การอักเสบจากน้ำคร่ำแตกนาน หรือมีเศษรกค้างอยู่ภายในมดลูก อาการที่ควรรีบเช็กคือ
- มีอาการหนาวสั่นร่วมกับไข้สูง
- ปวดหน่วงหรือกดเจ็บบริเวณท้องน้อย
- น้ำคาวปลาส่งกลิ่นเหม็นผิดปกติ (แม้ว่าจะมีเลือดออกหลังคลอดเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เรื่องกลิ่นคือจุดสังเกตสำคัญค่ะ)
3. เต้านมอักเสบ (Mastitis)
คุณแม่ที่กำลังเริ่มให้นมมักจะเจออาการนี้ได้บ่อยค่ะ เกิดจากการที่ท่อน้ำลมอุดตันจนทำให้น้ำนมค้างอยู่ในเต้ามากเกินไปจนเกิดการอักเสบ หรือมีแบคทีเรียเข้าไปตามรอยแตกของหัวนม ซึ่งนอกจากจะทำให้มีไข้หลังผ่าคลอด แล้วยังมีอาการเฉพาะทางกายภาพดังนี้
- เต้านมบวมแดง มีรอยแดงเป็นปื้น หรือมีก้อนแข็งที่กดแล้วเจ็บมาก
- รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดหัว คล้ายจะเป็นไข้หวัดใหญ่
ข้อสังเกตหากเป็นเพียงอาการ “ไข้จากนมคัด” (Milk coming in) ไข้มักจะหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นเต้านมอักเสบติดเชื้อ ไข้มักจะสูงและไม่ลดลงค่ะ
4. การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI)
การใช้สายสวนปัสสาวะระหว่างหรือหลังการผ่าตัด รวมถึงแบคทีเรียที่เข้าสู่ทางเดินปัสสาวะระหว่างคลอด เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่หลายคนมีไข้หลังผ่าคลอด ได้ แม้ว่าการแสบขัดหลังคลอดจะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยอาจหมายถึงการติดเชื้อค่ะ
- ปวดหลังส่วนล่างหรือปวดบริเวณสีข้าง
- รู้สึกปัสสาวะไม่สุด หรือปวดปัสสาวะบ่อยแต่ไม่มีอะไรออกมา
- ปัสสาวะมีสีขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ
นอกเหนือจาก 4 สาเหตุหลักข้างต้นแล้ว ร่างกายของคุณแม่หลังคลอดต้องผ่านกระบวนการซ่อมแซมตัวเองครั้งใหญ่ ทั้งแผลจากการผ่าตัดภายใน และแผลเย็บภายนอก (ในกรณีที่มีการทำหมันร่วมด้วย หรือการเย็บแผลฝีเย็บในคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ)
ในช่วงที่ร่างกายเกิดการอักเสบเพื่อสมานแผล คุณแม่อาจ มีไข้หลังผ่าคลอด แบบต่ำ ๆ ได้บ้างจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน แต่หากไข้เริ่มสูงขึ้น หรือมีความเจ็บปวดผิดปกติในจุดที่เย็บแผล นั่นอาจหมายถึงการติดเชื้อภายในที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที

มีไข้หลังผ่าคลอดที่ต้องพบแพทย์ด่วน?
หากคุณแม่พบว่าตัวเองมีไข้หลังผ่าคลอดอย่าฝืนทนหรือนิ่งนอนใจนะคะ เพราะไข้คือสัญญาณที่ร่างกายบอกว่า “ต้องการความช่วยเหลือ” ค่ะ หากมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ให้รีบติดต่อคุณหมอหรือไปโรงพยาบาลทันที
- ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส: ไม่ว่าจะวัดกี่ครั้งไข้ก็ยังไม่ลด
- ปวดหรือบวมที่ขา: อาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย
- ปวดท้องอย่างรุนแรง: เจ็บเกร็งจนผิดปกติ ไม่ใช่แค่ปวดแผลผ่าตัดตามธรรมดา
- เลือดออกผิดปกติ: มีเลือดออกจากช่องคลอดมากจนชุ่มผ้าอนามัยภายใน 1 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่หลุดออกมา
- ความผิดปกติที่แผลผ่าตัด: มีเลือดซึม มีหนอง หรือแผลแยก
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น เพื่อป้องกันการ “มีไข้หลังผ่าคลอด”
ในกรณีส่วนใหญ่ หากคุณแม่ดูแลร่างกายให้แข็งแรงและรักษาความสะอาดอยู่เสมอ อาการไข้ต่ำ ๆ มักจะฟื้นตัวและหายไปเองได้ค่ะ แต่แน่นอนว่าการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ถึงแม้เราจะไม่สามารถห้ามการติดเชื้อได้ 100% แต่การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการ มีไข้หลังผ่าคลอด ได้อย่างมากค่ะ
1. การพักผ่อนและการฟื้นฟูร่างกาย
- พักผ่อนให้มากที่สุด: ร่างกายที่อ่อนเพลียจากการผ่าตัดและการให้นมลูกตอนกลางคืนจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ควรหาโอกาสนอนหลับไปพร้อมกับลูกทุกครั้งที่ทำได้เพื่อให้ร่างกายมีพลังในการซ่อมแซมตัวเองค่ะ
- จัดการความปวด: หากมีอาการปวดหรือมีไข้ต่ำๆ สามารถรับประทานยาลดไข้แก้ปวดตามที่คุณหมอจัดให้ได้อย่างเคร่งครัด ไม่แนะนำให้ซื้อยาทานเอง เพราะอาจมีผลต่อลูกน้อยผ่านการให้นมได้ค่ะ
2. การรับประทานอาหารเพื่อระบบขับถ่ายที่ดี
การดูแลระบบขับถ่ายให้ทำงานปกติช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในช่องท้องและทางเดินปัสสาวะได้ค่ะ
- เริ่มจากอาหารอ่อน: ในช่วงแรกควรเริ่มจากการจิบน้ำ ซุปใส หรือโจ๊กตามที่โรงพยาบาลจัดให้ ก่อนเปลี่ยนเป็นอาหารรสจืดที่ย่อยง่าย
- สิ่งที่ควรเลี่ยง: งดอาหารรสจัด อาหารหมักดอง แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีน รวมถึงเลี่ยงน้ำอัดลมและนมในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ท้องอืดเนื่องจากลำไส้ยังขยับตัวได้ไม่เต็มที่หลังผ่าตัด
- สังเกตการขับถ่าย: หลังถอดสายสวนปัสสาวะ คุณแม่ควรปัสสาวะเองให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมง และหากผ่านไป 3 วันแล้วยังไม่ถ่ายอุจจาระ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อใช้ยาช่วยระบายค่ะ
3. การรักษาความสะอาดแผลและจุดซ่อนเร้น
ดูแลแผลผ่าตัดและมดลูก: ช่วงแรกต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น แผลบวม แดง ร้อน หรือมีเลือดซึม ส่วนอาการเจ็บมดลูกขณะให้นมเป็นเรื่องปกติที่มดลูกกำลังหดตัว แต่ต้องไม่มีไข้สูงร่วมด้วยนะคะ
- จัดการน้ำคาวปลา: น้ำคาวปลาจะมีสีแดงสดในวันแรกๆ และค่อยๆ จางลงจนแห้งไปในสัปดาห์ที่ 2-3 คุณแม่ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ เพื่อความสะอาดและลดการสะสมเชื้อโรค
- ชำระล้างหลังเข้าห้องน้ำ: ทุกครั้งหลังปัสสาวะหรือขับถ่าย ควรล้างทำความสะอาดและซับให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันแบคทีเรียย้อนกลับเข้าไปทำให้ มีไข้หลังผ่าคลอด ค่ะ
4. การดูแลเต้านมและท่อน้ำนม
- รักษาความสะอาดหัวนม: เช็ดทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังให้นมลูก เพื่อป้องกันแบคทีเรียเข้าสู่ท่อน้ำนมจนเกิดการอักเสบ
- ระบายน้ำนมอย่างถูกวิธี: หากเต้านมคัดตึง ให้บีบออกเพียงเล็กน้อยพอให้บรรเทาปวด (ไม่ควรปั๊มจนเกลี้ยงเต้าหากไม่ได้ตั้งใจกระตุ้นนมเพิ่ม) การใช้ประคบเย็นหรือ “ใบกะหล่ำปลีล้างสะอาดแช่เย็น” มาประคบจะช่วยลดอาการบวมอักเสบได้ดีมากค่ะ
สุดท้ายนี้ อาการมีไข้หลังผ่าคลอดแม้จะเป็นสัญญาณที่พบได้บ่อยและอาจเกิดจากกระบวนการฟื้นตัวตามปกติของร่างกาย แต่ก็เป็นเรื่องที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจค่ะ เพียงแค่หมั่นสังเกตสัญญาณเตือน รักษาความสะอาด และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไวขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีไข้ที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด หากคุณแม่รู้สึกว่า ‘ไข้ไม่ลดลง’ หรือ ‘มีความเจ็บปวดผิดปกติ’ การรีบแจ้งให้คุณหมอทราบคือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณแม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที และกลับมาแข็งแรงพร้อมมอบรอยยิ้มให้กับเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ วันค่ะ
เครดิต
What to Do If You Have a Fever After Pregnancy, Healthline
การดูแลหลังคลอด แบบผ่าตัดทางหน้าท้อง, โรงพยาบาลสมิติเวช
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
7 อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด แบบไหนคืออักเสบข้างใน แบบไหนคือใกล้หาย
รู้จัก Gentle C-Section (ผ่าคลอดแบบอ่อนโยน) ทางเลือกใหม่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนคลอดธรรมชาติ
ผ่าคลอด บล็อกหลังเจ็บไหม? ทำให้ปวดหลังหลังคลอด จริงหรือเปล่า?
เจ็บแผลผ่าคลอด จี๊ดๆ ปกติไหม? 10 วิธีบรรเทาอาการเจ็บแผลผ่าคลอด
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!