TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก เหนื่อย ใจสั่น อาการแบบนี้ปกติไหม

บทความ 10 นาที
ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก เหนื่อย ใจสั่น อาการแบบนี้ปกติไหม

อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น และหายใจแล้วรู้สึกฝืดในช่วงไตรมาสที่สองถึงสามนั้น พบได้บ่อยมากในคุณแม่ตั้งครรภ์ เกิดจากหัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้นถึงเกือบ 50%…

อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น และรู้สึกว่าท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก (Dyspnea and Palpitation) ถือเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ทั่วไป โดยอาการเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุครรภ์เข้าใกล้กำหนดคลอด แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงตามปกติของร่างกาย แต่ในบางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนได้ บทความนี้จะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจสาเหตุ พร้อมวิธีแยกแยะว่าอาการแบบไหนที่ยังปลอดภัย และอาการแบบใดที่ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ1

สรุปสั้น ๆ

  • ใจสั่นและเหนื่อยง่ายในช่วงท้อง 20 สัปดาห์ขึ้นไปเป็นเรื่องปกติ เพราะหัวใจทำงานหนักขึ้นมาก
  • ภาวะโลหิตจาง (ธาตุเหล็กต่ำ) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการนี้ในคุณแม่ไทย
  • ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอก หน้ามืด หายใจหอบรุนแรง หรือใจสั่นนานเกิน 15 นาทีโดยไม่หยุด ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
  • การพักผ่อน นอนตะแคงซ้าย กินธาตุเหล็กให้ครบ และดื่มน้ำเพียงพอ ช่วยได้จริง
  • อย่าวินิจฉัยตัวเองว่าปกติ ให้แจ้งอาการทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ตามนัด

 

ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก …ทำไมตั้งครรภ์แล้วถึงเหนื่อยและใจสั่นได้?1,2

อาการหายใจไม่เต็มอิ่ม เหนื่อยง่าย และใจสั่น เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ต้องเผชิญ โดยมีแนวโน้มจะพบมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากปัจจัยหลักทางการแพทย์และกลไกของร่างกายดังนี้

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนกระตุ้นการหายใจ

หลายคนมักเข้าใจว่าอาการหายใจไม่อิ่มเกิดจากมดลูกโตขึ้นไปกดเบียดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง คุณแม่เริ่มมีอาการเหนื่อยและหายใจฝืดได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกหรือช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 19 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สั่งการไปยังระบบประสาทสั่งการหายใจ ทำให้ร่างกายรับรู้ถึงความลึกของการหายใจในแต่ละครั้งมากขึ้น (Tidal Volume) คุณแม่จึงรู้สึกเหมือนตัวเองต้องหายใจลึกหรือหายใจถี่ขึ้นอยู่ตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงของระบบหัวใจและหลอดเลือด

ตลอดการตั้งครรภ์ หัวใจต้องปรับตัวอย่างมาก ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น ปริมาณเลือดที่ถูกบีบออกจากหัวใจในแต่ละครั้งเพิ่มขึ้น (Stroke Volume) และความต้านทานของหลอดเลือดส่วนปลายลดลง การทำงานที่หนักขึ้นของระบบไหลเวียนโลหิตนี้เองที่มักกระตุ้นให้คุณแม่รู้สึก “ใจสั่น” ได้บ่อยครั้ง แม้ส่วนใหญ่เมื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วจะไม่พบความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจที่อันตรายก็ตาม

มดลูกขยายตัวดันกระบังลม

เมื่อก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 25 จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่สาม ทารกในครรภ์จะมีขนาดตัวโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มดลูกที่ขยายใหญ่จึงเริ่มดันกระเพาะอาหารและกระบังลมให้ยกตัวสูงขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ขยายตัวของปอดลดน้อยลง คุณแม่จึงมักรู้สึกแน่นท้อง หายใจตื้น อึดอัด และเหนื่อยง่ายขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อขยับตัวหรือทำกิจวัตรประจำวัน

ปัจจัยทางอารมณ์และสภาพแวดล้อม

สภาพแวดล้อม ความอ่อนเพลียสะสม และความวิตกกังวลในชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานไวขึ้น ส่งผลให้ความรู้สึกใจสั่นและเหนื่อยง่ายแสดงอาการเด่นชัดขึ้นได้

ดังนั้น อาการเหนื่อย หายใจไม่สะดวก และใจสั่นในช่วงตั้งครรภ์ จึงเกิดจากการทำงานผสานกันระหว่างฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง การปรับตัวของระบบหัวใจ และขนาดมดลูกที่เริ่มเบียดพื้นที่ช่องอก ซึ่งมักจะค่อย ๆ บรรเทาลงและหายเป็นปกติได้เองหลังคลอดค่ะ

 

ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก

ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก …อาการแบบไหนที่ “ปกติ” และอาการแบบไหนที่ต้อง “รีบไปหาหมอ”?

ขณะตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่ต้องรับภาระงานหนักขึ้นอย่างมาก โดยหัวใจต้องสูบฉีดเลือดทำงานหนักขึ้นถึง 50% และเม็ดเลือดแดงต้องลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั้งร่างกายของแม่และทารก ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำในร่างกายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจทำให้ความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงเจือจางลง ประกอบกับสรีระที่เปลี่ยนไปจนทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่เต็มที่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายขึ้นเป็นปกติ3

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้คุณแม่กังวลจนเกินไป หรือเผลอมองข้ามสัญญาณอันตราย สามารถแยกแยะอาการที่พบได้ทั่วไปออกจากสัญญาณเตือนทางการแพทย์ได้ดังนี้

อาการที่พบได้ทั่วไปในคนท้อง (ไม่น่าเป็นห่วง)2,7

  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติเมื่อต้องออกแรง เช่น ขึ้นบันได เดินเร็ว หรือทำงานบ้าน
  • ใจสั่นหรือรู้สึกหัวใจเต้นเร็วเป็นครั้งคราว แต่อาการทุเลาและหายได้เองภายในไม่กี่นาทีเมื่อนั่งพัก
  • หายใจสั้นลงหรืออึดอัดเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงนอนราบ
  • รู้สึกอ่อนเพลีย หมดพลังในช่วงบ่าย หรือหลังจากทำกิจกรรมต่อเนื่อง

สัญญาณเตือนที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที (อย่ารอถึงวันนัดฝากครรภ์)7

  • ใจสั่นต่อเนื่องนานเกิน 15 นาที และอาการไม่ดีขึ้นแม้จะได้นั่งพักนิ่ง ๆ
  • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก จุกแน่นรุนแรง หรือรู้สึกได้ชัดเจนว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • มีอาการหน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ หรือรู้สึกวูบคล้ายจะเป็นลม
  • หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หายใจลำบากแม้จะนั่งพักอยู่เฉย ๆ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเริ่มมีสีซีด ขาว หรือเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน
  • มีอาการบวมผิดปกติบริเวณมือ เท้า หรือใบหน้า ร่วมกับอาการปวดศีรษะรุนแรง จุกแน่นลิ้นปี่ หรือตาพร่ามัว (ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะครรภ์เป็นพิษ)4

 

ภาวะโลหิตจาง สาเหตุที่มองข้ามไม่ได้5

อาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และใจสั่นในช่วงตั้งครรภ์ มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนโลหิต โดยธรรมชาติของคุณแม่ครรภ์เดี่ยว ปริมาณเลือดในร่างกายจะเพิ่มขึ้นทั้งหมดประมาณ 50% (ราว 1,000 มล.) แต่ปริมาณเม็ดเลือดแดงจะสร้างเพิ่มขึ้นได้เพียงประมาณ 25% (ราว 300 มล.) การที่ปริมาณน้ำเลือด (พลาสมา) เพิ่มสูงขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าเม็ดเลือดแดงนี้ จึงส่งผลให้เกิดภาวะเลือดเจือจางตามสรีรวิทยา (Hemodilution) ซึ่งยังไม่ใช่ภาวะโลหิตจางที่แท้จริง และระดับฮีโมโกลบิน (Hb) มักจะไม่ต่ำกว่า 10 g/dl

อย่างไรก็ตาม หากร่างกายของคุณแม่ขาดธาตุเหล็กหรือสารอาหารจำเป็น ก็จะพัฒนาไปสู่ “ภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์” ได้ ซึ่งตามเกณฑ์ทางการแพทย์ (อ้างอิงจากองค์การอนามัยโลก WHO และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค CDC) มีเกณฑ์วินิจฉัยดังนี้

  1. ตามเกณฑ์ของ WHO: ระดับฮีโมโกลบิน (Hb) ต่ำกว่า 11 g/dl ตลอดการตั้งครรภ์
  2. ตามเเกณฑ์ของ CDC แบ่งตามไตรมาส:
  • ไตรมาสที่ 1 และ 3: Hb ต่ำกว่า 11 g/dl หรือฮีมาโตคริต (Hct) ต่ำกว่า 33%
  • ไตรมาสที่ 2 (รวมถึงช่วงอายุครรภ์ 25 สัปดาห์): Hb ต่ำกว่า 5 g/dl หรือ Hct ต่ำกว่า 32%

เมื่อเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอต่อการลำเลียงออกซิเจน หัวใจจึงต้องเร่งบีบตัวและเต้นเร็วขึ้นเพื่อชดเชย คุณแม่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นได้ดังนี้

  • เปลือกตาด้านในซีดขาว (ปกติควรมีสีชมพูเรื่อ)
  • ริมฝีปากและเล็บซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • อ่อนเพลียและเหนื่อยล้าผิดปกติ แม้จะนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว
  • หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หรือหน้ามืดได้ง่าย เพียงแค่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ

หากคุณแม่มีอาการเหนื่อยง่ายผิดสังเกต ควรแจ้งสูติแพทย์ในการตรวจครรภ์ครั้งถัดไปเพื่อตรวจเช็กค่าเลือด และที่สำคัญที่สุดคือการรับประทานยาวิตามินบำรุงเลือดและธาตุเหล็กตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ไม่ควรละเลยหรือหยุดยาเองค่ะ

 

ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก

 

อายุครรภ์ 25 สัปดาห์ ร่างกายเปลี่ยนไปอย่างไร?6

เมื่อเข้าสู่อายุครรภ์ 25 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงปลายของไตรมาสที่สอง ร่างกายของคุณแม่จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเพื่อรองรับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของลูกน้อย โดยมีอาการทางกายที่พบได้บ่อยดังนี้

  • มดลูกขยายตัวดันขึ้นด้านบน: มดลูกที่โตขึ้นเรื่อย ๆ จะเริ่มขยับสูงขึ้นจนดันไปถึงบริเวณใต้ชายโครง ทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัด แน่นช่วงซี่โครง และหายใจเข้าได้ไม่เต็มปอดเหมือนเดิม
  • อาหารไม่ย่อยและแสบร้อนกลางอก (Heartburn): การที่มดลูกดันกระเพาะอาหารขึ้นด้านบน ประกอบกับการคลายตัวของหูรูดทางเดินอาหารจากฮอร์โมน มักทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง และกรดไหลย้อน บรรเทาได้ด้วยการแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อยขึ้น เลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นกรด หากอาการแน่นหน้าอกหรือแสบร้อนรุนแรงผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ เพราะในบางรายอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนอย่างครรภ์เป็นพิษได้
  • ตะคริวที่ขา: ปัญหายอดฮิตที่เริ่มพบบ่อยขึ้นโดยเฉพาะช่วงเวลานอนตอนกลางคืน แม้ตะคริวจะไม่อันตรายแต่สร้างความรำคาญได้มาก บรรเทาได้โดยการเหยียดขาให้ตรงแล้วกระดกปลายเท้าเข้าหาหัวเข่า หรือลุกขึ้นยืนลงน้ำหนักที่เท้าเพื่อยืดคลายกล้ามเนื้อ
  • การวางแผนล่วงหน้า: ในช่วงปลายไตรมาสสองนี้ เป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มพูดคุยกับคนในครอบครัวเรื่องแผนการเดินทางไปโรงพยาบาลเมื่อถึงวันคลอด วางแผนการเดินทางล่วงหน้า (ไม่ควรขับรถไปเองเมื่อเริ่มเจ็บครรภ์) และเตรียมเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ให้พร้อม เผื่อเกิดเหตุการณ์เจ็บครรภ์คลอดเร็วกว่ากำหนด จะได้รับมือได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยค่ะ

อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า พบได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นส่งผลต่อระบบพลังงานของร่างกายโดยตรง ดังนั้นความเหนื่อยล้าที่คุณแม่รู้สึกอยู่ไม่ใช่เรื่องของจิตใจ แต่เป็นการตอบสนองของร่างกายจริง ๆ

 

ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก …วิธีบรรเทาอาการเหนื่อยและใจสั่นระหว่างตั้งครรภ์3

เมื่อร่างกายต้องรับบทบาทหนักขึ้น การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันจะช่วยให้คุณแม่หายใจได้โล่งขึ้น ลดอาการใจสั่น และฟื้นฟูพลังงานให้กลับมาสดชื่นได้ ดังนี้

  • เน้นอาหารบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กสูง

รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะแหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อป้องกันภาวะเลือดจาง เช่น ตับหมู เนื้อหมู เนื้อไก่ ผักกาดหอม มะเขือพวง มะเขือเทศ และเมล็ดฟักทอง ควบคู่กับการรับประทานวิตามินบำรุงที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ

  • จัดเวลานอนพักผ่อนให้มีคุณภาพ

เข้านอนแต่หัวค่ำ หลีกเลี่ยงการนอนดึก หากตอนกลางคืนนอนหลับไม่สนิทจากสรีระท้องที่ขยายใหญ่ขึ้น ให้หาเวลางีบหลับพักผ่อนระหว่างวันประมาณ 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง เพื่อชดเชยพลังงาน

  • เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงต่อเนื่อง

ลดการเดินติดต่อกันเป็นเวลานาน งดการเดินช้อปปิ้งนาน ๆ หรือยกของหนัก หากรู้สึกเริ่มเหนื่อยหรือหายใจขัด ให้หยุดนั่งพักทันที

  • แบ่งเบาภาระการดูแลลูกเล็ก

สำหรับคุณแม่ที่มีลูกวัยเตาะแตะที่ยังต้องดูแล ควรขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อหรือคนในครอบครัวให้ช่วยสลับมาดูแลบ้าง เพื่อให้คุณแม่ได้มีช่วงเวลาพักฟื้นร่างกาย ไม่เหนื่อยล้าสะสมจนเกินไป

  • ยืดเหยียดร่างกายเบา ๆ

ขยับร่างกายด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การยืดเส้นยืดสายหรือโยคะคนท้อง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (สารแห่งความสุข) ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น

  • ดูแลสุขภาพใจและพบปะสังสรรค์

หาเวลาว่างผ่อนคลายความเครียด พูดคุยกับเพื่อนสนิท นัดเจอกันที่ร้านอาหารหรือสวนสาธารณะใกล้บ้าน การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวจะช่วยให้จิตใจแจ่มใส ลดความตึงเครียดของระบบประสาทอัตโนมัติ และทำให้อาการใจสั่นทุเลาลงได้ค่ะ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่คุณแม่อาจมองข้ามคือการเลือกเครื่องแต่งกาย เพราะเสื้อผ้าและชุดชั้นในที่รัดแน่นเกินไปก็มีส่วนทำให้หายใจไม่สะดวก หากพบปัญหา ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก ร่วมกับอาการหน่วงท้อง การใช้ผ้าพันท้องหรืออุปกรณ์พยุงหน้าท้องควรเลือกแบบที่ปรับขนาดได้และไม่บีบรัดช่วงซี่โครง เช่น สายรัดท้องแบบที่ปรับกระชับได้ตามขนาดท้องที่ขยายขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยพยุงน้ำหนักหน้าท้องและกระจายแรงกดทับอย่างเหมาะสม โดยไม่ไปกดทับการหายใจ ทำให้คุณแม่เคลื่อนไหวได้คล่องตัวและหายใจได้ปลอดโปร่งยิ่งขึ้นค่ะ

 

ตารางเปรียบเทียบ: อาการที่ “รอได้” vs อาการที่ “ไปหาหมอทันที”7

อาการ

รอฝากครรภ์ตามนัด

ไปโรงพยาบาลทันที

เหนื่อยง่ายเมื่อขึ้นบันได ✅
ใจสั่นแป๊บเดียว หายเองเมื่อพัก ✅
หายใจสั้นลงเล็กน้อย ✅
ใจสั่นนานกว่า 15 นาทีไม่หาย ✅
เจ็บแน่นหน้าอก ✅
หน้ามืด จะเป็นลม ✅
หายใจหอบแม้นั่งนิ่ง ๆ ✅
ปลายนิ้วหรือริมฝีปากเขียวคล้ำ ✅
บวมมาก + ปวดหัวรุนแรง ✅

เช็กลิสต์สิ่งที่ต้องแจ้งหมอตอนฝากครรภ์

  • เหนื่อยมากแค่ไหน เปรียบกับสัปดาห์ก่อน ๆ
  • ใจสั่นบ่อยแค่ไหน นานแค่ไหนแต่ละครั้ง
  • มีอาการหน้ามืดหรือเวียนหัวร่วมด้วยไหม
  • นอนท่าไหนถึงสบายที่สุด มีอาการเพิ่มขึ้นตอนนอนหงายไหม
  • กินยาบำรุงครรภ์และยาธาตุเหล็กครบไหม
  • ดื่มน้ำวันละกี่แก้ว
  • มีภาวะความดันโลหิตผิดปกติในครอบครัวหรือเปล่า

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเรื่อง หายใจไม่ค่อยออก ตอนท้อง

1. ท้อง 25 สัปดาห์ เหนื่อยและใจสั่น ถือว่าปกติไหม?3

ส่วนใหญ่ปกติค่ะ เพราะร่างกายกำลังทำงานหนักมากเพื่อเลี้ยงลูก แต่ต้องคอยสังเกตว่ามีอาการรุนแรงร่วมด้วยไหม เช่น เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือใจสั่นนานต่อเนื่อง ถ้าไม่มีก็แจ้งหมอตอนฝากครรภ์ครั้งถัดไปได้เลยค่ะ

2. อาการใจสั่นตอนตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายต่อลูกไหม?7

ในกรณีที่เป็นอาการปกติจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไม่เป็นอันตรายต่อลูกค่ะ ข้อมูลจาก Apollo Hospitals ระบุว่าอาการใจสั่นระดับไม่รุนแรงโดยทั่วไปไม่ส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ แต่ถ้ามีสาเหตุที่ต้องรักษา เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะจริง ๆ หรือโลหิตจางรุนแรง ก็ต้องได้รับการดูแลให้ถูกต้องก่อน

3. ทำไมพอนอนหงายแล้วเหนื่อยและใจสั่นมากขึ้น?

ท้องที่ใหญ่ขึ้นจะกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่นำเลือดกลับเข้าหัวใจ เมื่อเลือดไหลกลับได้น้อยลง หัวใจต้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อชดเชย ทำให้รู้สึกใจสั่น การเปลี่ยนมานอนตะแคงซ้ายจะช่วยได้

4. โลหิตจางจากการตั้งครรภ์รู้ได้อย่างไร?8

สังเกตได้จากอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรงแม้พักผ่อนพอ เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม ผิวซีดไม่เปล่งปลั่ง ขี้หนาว มือเท้าเย็น ปวดหัว เวียนศีรษะ ใจสั่น ลิ้นเจ็บบวม หรือมีความรู้สึกอยากขยับขาตลอดเวลาช่วงค่ำ แต่การยืนยันที่แม่นยำต้องอาศัยการตรวจเลือดเท่านั้น หากมีสัญญาณเหล่านี้ แนะนำให้แจ้งสูติแพทย์เพื่อตรวจวัดระดับความเข้มข้นของเลือดอย่างละเอียดค่ะ

5. ควรหยุดออกกำลังกายไหมถ้ามีอาการนี้?

หากคุณแม่เริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือหายใจไม่ค่อยออก การออกกำลังกายรวมถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาขอคำแนะนำที่เหมาะสมจากสูติแพทย์ที่ดูแลครรภ์ก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพร่างกายและระดับกิจกรรมที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่และทารกในครรภ์เป็นรายบุคคล และหากในระหว่างวันเกิดอาการเหนื่อยหอบหรือหายใจไม่ออกกะทันหัน ควรหยุดพักทันทีและรีบไปพบแพทย์ค่ะ

6. กินยาธาตุเหล็กแล้วยังเหนื่อยอยู่ ต้องทำอย่างไร?

หากคุณแม่รับประทานยาบำรุงธาตุเหล็กตามที่สูติแพทย์จัดให้อย่างสม่ำเสมอแล้ว แต่ยังคงมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือหายใจไม่สะดวกอยู่ แนะนำให้แจ้งอาการกับคุณหมอผู้ดูแลครรภ์อีกครั้งในการตรวจครั้งถัดไป (หรือเข้าพบแพทย์ก่อนวันนัดหากอาการรบกวนชีวิตประจำวัน) เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาวะทางร่างกายอย่างละเอียด ตรวจเช็กระดับความเข้มข้นของเลือดซ้ำ และพิจารณาปรับแนวทางการดูแลที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณแม่ค่ะ

7. ถ้าใจสั่นตอนกลางดึก ควรรีบไปโรงพยาบาลไหม?

หากมีอาการใจสั่นตอนกลางคืน แนะนำให้ลองปรับท่านอนมาเป็นท่านอนตะแคงซ้ายและผ่อนคลายลมหายใจ หากอาการค่อย ๆ ทุเลาลงและหายได้เองภายใน 5–10 นาที มักไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่หากรู้สึกว่ามีอาการใจสั่นมาก ใจเต้นเร็วผิดปกติอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถนอนต่อได้ หรือมีอาการร่วมอย่างเจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง และหน้ามืด แนะนำให้เดินทางไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอจนถึงเช้า เพื่อให้แพทย์ตรวจเช็กอย่างปลอดภัยค่ะ

8. พอท้องใหญ่ขึ้นอาการจะหนักขึ้นอีกไหม?2

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สาม อาการเหล่านี้อาจเด่นชัดขึ้นได้ค่ะ เนื่องจากทารกในครรภ์มีขนาดตัวโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มดลูกจึงขยายตัวดันกระเพาะอาหารและกระบังลม ส่งผลให้คุณแม่รู้สึกแน่นท้อง อึดอัด หายใจตื้นและเร็ว หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย ลุกนั่งไม่สะดวก และอาจมีอาการบวม จุกเสียดหน้าอก รวมถึงท้องผูกร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตามสรีรวิทยาของร่างกายที่พบได้บ่อยในช่วงใกล้คลอดค่ะ

ถ้ายังไม่ถึงนัดฝากครรภ์ แต่กังวลมาก ควรทำอย่างไร?

คุณแม่สามารถติดต่อสอบถามไปยังคลินิกหรือแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลที่ดูแลอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดค่ะ หรือหากรู้สึกไม่สบายใจ มีอาการผิดปกติที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถเดินทางเข้าไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินได้ก่อนกำหนด เพราะความสบายใจและความปลอดภัยของคุณแม่และทารกในครรภ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด การได้รับการตรวจยืนยันและคำแนะนำโดยตรงจากบุคลากรทางการแพทย์ย่อมแม่นยำและช่วยคลายความกังวลได้ดีที่สุดค่ะ

อาการเหนื่อยและใจสั่นในช่วงที่รู้สึกว่า ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก ไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการหมั่นสังเกตร่างกายเพื่อแยกให้ออกว่า อาการที่เกิดขึ้นเป็นการปรับตัวตามธรรมชาติ หรือกำลังส่งสัญญาณเตือนที่ต้องได้รับการดูแล หากรู้สึกไม่มั่นใจ แนะนำให้จดบันทึกอาการไว้และแจ้งสูติแพทย์ในการตรวจครรภ์ครั้งถัดไปเสมอ เพราะในทางการแพทย์ การสอบถามหรือบอกเล่าความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ไม่เคยเป็นเรื่องที่มากเกินไปสำหรับความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรคโลหิตจาง ในคนท้อง หากแม่ท้องขาดธาตุเหล็กเสี่ยงแท้งหรือเปล่า?

คนท้องเหนื่อยง่าย หายใจไม่ทัน หายใจไม่สะดวก อันตรายไหม รับมือยังไง

อาการคนท้อง ตั้งครรภ์ 6 เดือน เป็นอย่างไร 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 20

 

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Dyspnea and Palpitation during Pregnancy, NIH
  2. คำแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ไตรมาส 1-3, โรงพยาบาลบางปะกอก สมุทรปราการ
  3. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียขณะตั้งครรภ์…ควรทำอย่างไร?, โรงพยาบาลพญาไท 2 สนามเป้า
  4. ครรภ์เป็นพิษ เรื่องที่แม่ท้องต้องระวัง, โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
  5. ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  6. Pregnancy at week 25, Pregnancybirth&baby
  7. Heart Palpitations In Pregnancy – Causes, Symptoms, Diagnosis, Treatment, and Prevention, Apollo Hospital
  8. คนท้องโลหิตจาง ภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์, โรงพยาบาล MedPark

บทความอัปเดตล่าสุด กันยายน 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก เหนื่อย ใจสั่น อาการแบบนี้ปกติไหม
แชร์ :
  • คนท้องขูดหินปูนได้ไหม ทำได้ตอนกี่สัปดาห์? เรื่องฟันที่แม่ต้องรู้ก่อนส่งผลถึงลูก

    คนท้องขูดหินปูนได้ไหม ทำได้ตอนกี่สัปดาห์? เรื่องฟันที่แม่ต้องรู้ก่อนส่งผลถึงลูก

  • ท้อง 31 สัปดาห์ มีมูกใสก่อนคลอด อันตรายไหม? เช็กสัญญาณเตือนที่แม่ต้องระวัง

    ท้อง 31 สัปดาห์ มีมูกใสก่อนคลอด อันตรายไหม? เช็กสัญญาณเตือนที่แม่ต้องระวัง

  • คนท้อง อัลตร้าซาวด์กี่ครั้ง ตอนไหนบ้าง ครั้งแรกกี่สัปดาห์

    คนท้อง อัลตร้าซาวด์กี่ครั้ง ตอนไหนบ้าง ครั้งแรกกี่สัปดาห์

Author Image

theAsianparent Editorial

  • คนท้องขูดหินปูนได้ไหม ทำได้ตอนกี่สัปดาห์? เรื่องฟันที่แม่ต้องรู้ก่อนส่งผลถึงลูก

    คนท้องขูดหินปูนได้ไหม ทำได้ตอนกี่สัปดาห์? เรื่องฟันที่แม่ต้องรู้ก่อนส่งผลถึงลูก

  • ท้อง 31 สัปดาห์ มีมูกใสก่อนคลอด อันตรายไหม? เช็กสัญญาณเตือนที่แม่ต้องระวัง

    ท้อง 31 สัปดาห์ มีมูกใสก่อนคลอด อันตรายไหม? เช็กสัญญาณเตือนที่แม่ต้องระวัง

  • คนท้อง อัลตร้าซาวด์กี่ครั้ง ตอนไหนบ้าง ครั้งแรกกี่สัปดาห์

    คนท้อง อัลตร้าซาวด์กี่ครั้ง ตอนไหนบ้าง ครั้งแรกกี่สัปดาห์

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว