TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

14 พฤศจิกายน วันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงเบาหวานได้

บทความ 5 นาที
14 พฤศจิกายน วันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงเบาหวานได้

วันเบาหวานโลก ถูกกำหนดขึ้นโดย สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation) ร่วมกับ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1911 เพื่อตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับโรคเบาหวานที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี

วันเบาหวานโลก มีสัญลักษณ์เป็น รูปวงกลมสีฟ้า สื่อความหมายถึงชีวิตและสุขภาพ “สีฟ้า” หมายถึง ท้องฟ้า ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนในโลกก็จะเห็นท้องฟ้าเป็นสีเดียวกัน เมื่อนำสี และสัญลักษณ์ มารวมกัน จึงหมายความว่า การรวมเป็นหนึ่งเดียวกันของประชากรโลก ที่ต้องเผชิญหน้ากับภาวะเบาหวานที่กระจายอยู่ทั่วโลก

เนื่องใน วันเบาหวานโลก เราทุกคนควรตระหนักถึงความรุนแรงของโรคเบาหวานที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี โดยสถิติผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า 5 ล้านคน

วันเบาหวานโลก

มีการคาดการณ์ว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1 แสนคน และกว่า 40 % ยังไม่รู้ว่าตนเองกำลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน ในขณะที่ตัวเลขของผู้ที่เข้ารับการวินิจฉัยและทำการรักษาอย่างเหมาะสมมีเพียง 2.6 ล้านคนเท่านั้น ซึ่ง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษากลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ ทำให้ตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานในประเทศไทยสูงถึง 200 รายต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์เพิ่มเติมด้วยว่า ภายในปี พ.ศ. 2583 ความชุกของโรคเบาหวานในประเทศไทย จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.3 ล้านคน

จากสถานการณ์โรคเบาหวานที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของผู้ที่มีอายุน้อย เช่น วัยเด็ก วัยเรียน หนุ่มสาววัยทำงาน ไปจนถึงผู้ใหญ่วัยเริ่มต้น ซึ่งมีการตอบสนองต่อการรักษาได้น้อยกว่าผู้ป่วยที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ หรือวัยสูงอายุ ด้วยสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวานได้ตลอดเวลา เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การไม่ออกกำลังกาย การพักผ่อนไม่เพียงพอ มีภาวะเครียด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เป็นต้น 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุยังน้อย จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งไม่อยู่ในสิทธิเบิกจ่ายของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) ทำให้ต้องออกค่าใช้จ่ายเองประมาณ 13,000 บาท เป็นสาเหตุให้เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจนมากกว่า 100,000 คน ขาดโอกาสในการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องไปอย่างน่าเสียดาย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง เบาหวานในเด็ก ภัยเงียบที่ผู้ปกตรองต้องระวัง และดูแลอย่างใกล้ชิด

 

เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้ตระหนักและตื่นรู้เกี่ยวกับ โรคเบาหวาน ซึ่งเป็น 1 ในโรคกลุ่ม NCDs (โรคติดต่อไม่เรื้อรัง) ที่คร่าชีวิตประชากรโลก และคนไทยสูงเป็นอันดับ 1 theAsianparent ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ โรคเบาหวาน มาให้อ่านกันดังนี้

ทำความรู้จักกับ โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus) 

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติในกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในลือดให้เป็นพลังงาน ซึ่งเกิดจากความบกพร่องของฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตจากตับอ่อน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ

โรคเบาหวาน แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ตามสาเหตุของการเกิดโรค ดังนี้

  • เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes Mellitus, T1DM) เกิดจากเซลล์ตับอ่อนถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ขาดอินซูลิน พบประมาณ 5 – 10 % ของโรคเบาหวานทั้งหมด โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดเบาหวานชนิดนี้ คือ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเอง
  • เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes Mellitus, T2DM) พบมากถึงร้อยละ 90 – 95 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด สาเหตุเกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่วนมากเกิดกับผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะอ้วน อายุที่มากขึ้น เคยมีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มาก่อน มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ เคยมีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เป็นต้น
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes mellitus, GDM) พบได้ในหญิงตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2 – 3 พบว่า 2 – 5 % ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด โดยร้อยละ 40 ของคุณแม่ที่เป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์มีโอกาสพัฒนาเป็นเบาหวานต่อไปได้ในอนาคต
  • เบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ (Specific Types of Diabetes Due to Other Causes) เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดปกติทางพันธุกรรม การผ่าตัด สารเสพติด ภาวะขาดสารอาหาร การติดเชื้อ หรือแม้กระทั่งเกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคจากตับอ่อน โรคทางต่อมไร้ท่อ หรืออาจเกิดจากการใช้ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น

 

บทความที่เกี่ยวข้อง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ รับมืออย่างไรดี และจะมีผลกับลูกในท้องหรือไม่

 

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคเบาหวาน 

หลักเกณฑ์ที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยโรคเบาหวาน มี 4 วิธี ดังนี้

วันเบาหวานโลก

 

  1. การวัดระดับกลูโคสในพลาสมา (Fasting plasma glucose : FPG) เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยที่นิยมใช้กันทั่วไป แต่บางครั้งแพทย์อาจเลือกใช้วิธีวัดความทนทานน้ำตาลกลูโคส (Oral glucose tolerance test: OGTT) ก็ได้เช่นกัน
  2. ตรวจวัดระดับน้ำตาลแล้วพบว่า มีค่าน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)**
  3. ผลการสุ่มวัดระดับกลูโคลในพลาสมา กับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ว่ามีภาวะเบาหวานชัดเจน คือ หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก น้ำหนักตัวลดลงอย่างไม่มีสาเหตุ โดยแพทย์จะให้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่สั่งงดอาหารและน้ำ หากมีค่าตั้งแต่ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) ขึ้นไป จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน
  4. การวัดความทนทานน้ำตาลกลูโคส (Oral glucose tolerance test: OGTT) แพทย์จะให้ดื่มน้ำผสมน้ำตาล 75  กรัม แล้ววัดระดับน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงหลังจากดื่มน้ำตาล หากมีค่าน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) ขึ้นไป สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคเบาหวาน

หากวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคเบาหวาน คุณหมอจะแนะนำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงกับค่าปกติ โดยรูปแบบของการควบคุมระดับน้ำตาล และวิธีรักษาภาวะเบาหวานแต่ละชนิด ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกันของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งมีทั้งการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการฉีดอินซูลิน ร่วมกับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำทุกวัน

 

บทความที่เกี่ยวข้อง เบาหวานขณะตั้งครรภ์อันตรายแค่ไหน? หมอให้กินน้ำตาลก่อนตรวจเบาหวาน แม่ท้องควรน้ำหนักขึ้นกี่กิโลกรัม

 

โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากภาวะเบาหวานชนิดต่าง ๆ 

วันเบาหวานโลก

  • โรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงขึ้น 2 – 4 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง ร้อยละ 60 – 65 ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะมีภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
  • สูญเสียการมองเห็น ผู้ป่วยเบาหวานที่มีอายุ 20 – 74 ปี มีโอกาสตาบอด
  • โรคไต ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคไตวายเรื้อรัง และโรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุหลักของโรคไตวายระยะสุดท้าย
  • สูญเสียอวัยวะอื่น ๆ ผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมาก ต้องลงเอยด้วยการตัดอวัยวะทิ้งจากการติดเชื้อ เช่น แขน ขา เท้า
  • สตรีที่ไม่ได้วางแผนเตรียมพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงที่ทำให้ ทารกมีความผิดปกติแต่กำเนิด สูงถึง 10 %

 

ห่างไกลโรคเบาหวานได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Lifestyle Modification)

World Diabetes Day

 

เนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานในปัจจุบัน ล้วนมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น จึงถือเป็นอีกหนึ่งวิธีดี ๆ ที่ช่วยลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้ดีเยี่ยม ทั้งในผู้ที่มีภาวะเสี่ยง และผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Pre – Diabetes) โดยทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ได้ดังนี้

 

บทความจากพันธมิตร
รวม 7 แบรนด์ของใช้แม่และเด็ก สายธรรมชาติ อ่อนโยนตัวจริง
รวม 7 แบรนด์ของใช้แม่และเด็ก สายธรรมชาติ อ่อนโยนตัวจริง
รวมไอเทมเด็ด 17 แบรนด์ดัง อุปกรณ์การกินของลูกน้อย ตั้งแต่นมมื้อแรก จนเริ่มหม่ำข้าว!
รวมไอเทมเด็ด 17 แบรนด์ดัง อุปกรณ์การกินของลูกน้อย ตั้งแต่นมมื้อแรก จนเริ่มหม่ำข้าว!
เช็กลิสต์ เสื้อผ้าเด็ก ที่ต้องมีติดตู้ ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด-วัยซน
เช็กลิสต์ เสื้อผ้าเด็ก ที่ต้องมีติดตู้ ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด-วัยซน
ช้อปเซ็นทรัล เบบี้แฟร์ ดี มีคืนเงินเพิ่ม! สินค้าแม่ลูกลดสูงสุด 70% พร้อมโปรลับ Mega On-Top ลดเพิ่มสูงสุด 20%!
ช้อปเซ็นทรัล เบบี้แฟร์ ดี มีคืนเงินเพิ่ม! สินค้าแม่ลูกลดสูงสุด 70% พร้อมโปรลับ Mega On-Top ลดเพิ่มสูงสุด 20%!

World Diabetes Day

 

  • รับประทานอาหารให้ครบหมู่ แต่ควรลดอาหารที่มีไขมันสูง หลีกเลี่ยงเมนูทอด เปลี่ยนมาทานเมนูต้ม และนึ่งแทน พร้อมกันนี้ให้เพิ่มอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ อกไก่ ปลานึ่ง เต้าหู้ และเน้นบริโภคผักผลไม้กากใยสูง
  • การรับประทานน้ำตาลเทียม แม้จะช่วยให้คุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี แต่กลับมาผลข้างเคียงคือทำให้เกิดการอยากกินของหวานเพิ่มมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ควรหันมาดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 6 – 8 แก้ว
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือทำกิจกรรมที่มีการเผาผลาญพลังงานให้ได้อย่างน้อย 700 แคลลอรี่ต่อสัปดาห์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเครียดเป็นระยะเวลานาน

หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้ตามข้อแนะนำข้างต้น ก็จะช่วยให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และป้องกันการเกิดโรคอื่น ๆ ในกลุ่ม NCDs ได้อีกด้วย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 35 ทำไมแม่ท้องต้องระวังน้ำตาล

อาหารที่ควรเลี่ยง กับเด็กที่เป็นเบาหวานประเภท 1 และ 2

กินน้ำตาลได้แค่ไหนเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

ที่มา: dmthai.org , bumrungrad.com , bangkokhospital.com, hfocus.org 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Molwalee Moungchoo

  • หน้าแรก
  • /
  • ไลฟ์สไตล์
  • /
  • 14 พฤศจิกายน วันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงเบาหวานได้
แชร์ :
  • รวม 7 แบรนด์ของใช้แม่และเด็ก สายธรรมชาติ อ่อนโยนตัวจริง
    บทความจากพันธมิตร

    รวม 7 แบรนด์ของใช้แม่และเด็ก สายธรรมชาติ อ่อนโยนตัวจริง

  • รวมไอเทมเด็ด 17 แบรนด์ดัง อุปกรณ์การกินของลูกน้อย ตั้งแต่นมมื้อแรก จนเริ่มหม่ำข้าว!
    บทความจากพันธมิตร

    รวมไอเทมเด็ด 17 แบรนด์ดัง อุปกรณ์การกินของลูกน้อย ตั้งแต่นมมื้อแรก จนเริ่มหม่ำข้าว!

  • เช็กลิสต์ เสื้อผ้าเด็ก ที่ต้องมีติดตู้ ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด-วัยซน
    บทความจากพันธมิตร

    เช็กลิสต์ เสื้อผ้าเด็ก ที่ต้องมีติดตู้ ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด-วัยซน

  • รวม 7 แบรนด์ของใช้แม่และเด็ก สายธรรมชาติ อ่อนโยนตัวจริง
    บทความจากพันธมิตร

    รวม 7 แบรนด์ของใช้แม่และเด็ก สายธรรมชาติ อ่อนโยนตัวจริง

  • รวมไอเทมเด็ด 17 แบรนด์ดัง อุปกรณ์การกินของลูกน้อย ตั้งแต่นมมื้อแรก จนเริ่มหม่ำข้าว!
    บทความจากพันธมิตร

    รวมไอเทมเด็ด 17 แบรนด์ดัง อุปกรณ์การกินของลูกน้อย ตั้งแต่นมมื้อแรก จนเริ่มหม่ำข้าว!

  • เช็กลิสต์ เสื้อผ้าเด็ก ที่ต้องมีติดตู้ ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด-วัยซน
    บทความจากพันธมิตร

    เช็กลิสต์ เสื้อผ้าเด็ก ที่ต้องมีติดตู้ ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด-วัยซน

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว