100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 14 นั่งคาร์ซีทอย่างไร

100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 14 นั่งคาร์ซีทอย่างไร

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะยังไม่มีประสบการณ์เลยไม่รู้ว่า ควร นั่งคาร์ซีทอย่างไร ถึงจะปลอดภัย และควรเอาฝึกลูก นั่งคาร์ซีทอย่างไร ถึงจะยอมนั่ง

 

ทำไมต้องเอาลูกนั่งคาร์ซีท ?

คาร์ซีทเป็นที่นั่งที่มีเข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เนื่องจากรถยนต์จะไม่เหมาะกับรูปร่างของเด็ก จึงอาจจะเกิดอันตรายในการใช้งาน และเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ ไม่สามารถป้องกันหรือลดโอกาส หรือ ความรุนแรงจากการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์กับเด็กได้

 

ลูกอายุเท่าไหร่ถึงนั่งคาร์ซีท

นั่งคาร์ซีท

นั่งคาร์ซีท

คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกนั่งคาร์ซีทได้ทันทีที่ต้องเดินทางโดยรถยนต์ คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกนั่งคาร์ซีทได้ตั้งแต่ทารกในวันแรกที่เดินทางออกจากโรงพยาบาล เพื่อฝึกความเคยชินตั้งแต่เด็ก ๆ และสามารถใช้ต่อเนื่องได้ไปจนถึงอายุ 12 ปี

 

วิธีเลือกใช้คาร์ซีท

คาร์ซีทมีหลากหลายรูปแบบ คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกใช้โดยความเหมาะสมของช่วงวัย โดยวัดจากน้ำหนักส่วนสูงของเด็ก ในช่วงเด็กแรกเกิดน้ำหนักจะไม่ถึง 9 กก. ให้นั่งคาร์ซีทที่หันหน้าเข้าหาพนักพิงเบาะหลัง และเปลี่ยนไปใช้แบบหันไปทางหน้ารถได้ตอนอายุประมาณ 3-2 ปี น้ำหนักโดยประมาณ 9-36 กก.

 

วิธีการนั่งคาร์ซีท

วัยแรกเกิด – 12 เดือน

ควรติดตั้งคาร์ซีทไว้ที่เบาะหลัง หันคาร์ซีทเข้าหาเบาะหลัง ยึดคาร์ซีทเข้ากับตัวล็อคเข็มขัดนิรภัย และผูกสายเข้ากับเบาะหน้า (ส่วนที่หลังคาร์ซีทชนกับด้านหลังของเบาะหน้าพอดี)

วัย 1-3 ปี

ควรติดตั้งคาร์ซีทไว้เบาะหลัง หันคาร์ซีทออกด้านหน้าวิวเดียวกับคุณพ่อคุณแม่

วัย 4-7 ปี

ควรติดตั้งคาร์ซีทไว้เบาะหลัง หันคาร์ซีทออกด้านหน้าวิวเดียวกลับคุณพ่อคุณแม่ หรืออาจเปลี่ยนจากคาร์ซีทเป็น Booster Seat ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่ยังคงมีความปลอดภัยในการล็อกที่นั่งและตัวลูกกับที่นั่ง

  • ข้อควรระวังในการใช้ Booster Seat
    • ใช้คู่มือ เข็มขัดนิรภัย Booster เพื่อให้แน่ใจว่า ส่วนเอวของ เข็มขัดนิรภัย ติดตั้งบนไหล่ ของเด็ก
    • หากมีสายรัดด้านบน ให้ตรวจสอบ ให้แน่ใจว่า ได้ติดตั้ง อย่างถูกต้อง กับ ที่วางพนักพิง สำหรับเด็ก
    • ตรวจสอบ ให้แน่ใจว่า ได้ปรับเข็มขัดนิรภัยแล้ว
    • ส่วนที่หุ้ม ของเข็มขัดนิรภัย ควรผ่านต้นขาส่วนบน และ ทั่วสะโพก ไม่ใช่บริเวณท้อง

วัย 7-8 ปี

วัยนี้ลูกสามาถนั่งที่ปกติได้แล้ว แต่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ

 

ความปลอดภัยในการใช้คาร์ซีท

เด็กต่ำกว่า 6 เดือน : จะต้องใช้เข็มขัดนิรภัย สำหรับเด็กที่หันไปด้านหลังที่ผ่านการได้รับอนุญาต

6 เดือนขึ้นไป : เด็กจะต้องหันหน้าไปทางด้านหลัง ทุกครั้งที่เดินทางคุณพ่อคุณแม่ควรใช้หมอนรองศีรษะ และตรวจสอบว่า สายรัดถูกปรับ เพื่อให้พอดีกับเด็กหรือยัง และสายต้องไม่บิดงอ และใช้เบาะนั่งสำหรับเด็ก

เด็กวัยหัดเดิน : ใช้เข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็ก แบบหันหน้า ไปทางด้านหลัง หรือเข็มขัดนิรภัย แบบหันหน้าไปข้างหน้า ซึ่งยึดไว้กับเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้ใหญ่ และสายคาดด้านบน เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบสายรัด เข็มขัดนิรภัยแน่น และกระชับพอดี ไม่บิดงอ

เด็กโต อายุประมาณ 4-7 ปี : ควรใช้เบาะนั่งข้างหน้า หรือที่นั่งเสริม ที่เหมาะสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี และไม่แนะนำให้ใช้หมอนอิง บูสเตอร์ เนื่องจากไม่มีการป้องกัน กรณีที่เกิดแรงกระแทก จากด้านข้าง

 

ฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีท

ฝึกนั่งคาร์ซีท

ฝึกนั่งคาร์ซีท

  • ฝึกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แนะนำให้ฝึกตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล จะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้แก่ลูก
  • ทำบ่อย ๆ ไม่ว่าจะระยะทางใกล้หรือไกลก็ควรให้ลูกนั่งคาร์ซีท เพราะอุบัติเหตุเกิดได้เสมอ
  • ปรับทัศนคติให้ตรงกัน อาจจะพูดคุยถึงเหตุผลว่าทำไมถึงต้องนั่งคาร์ซีท หรืออาจจะลองหาเหตุการณ์ใน Youtube ว่าลูกที่นั่งคาร์ซีท กับ ไม่ไดนั่งคาร์ซีทแล้วเกิดอุบัติเหตุจะเป็นอย่างไร มีวีดีโอสาธิตเรื่องพวกนี้อยู่ค่ะ
  • เช็คสภาพแวดล้อม หากลูกรู้สึกไม่สบายตัวก็หาสาเหตุ ว่าเพราะอะไร อาจจะรถร้อนเกิดไป ตรงที่นั่งโดนแดดส่องมากเกินไป
  • บรรยากาศในรถ สลับไปนั่งด้านหลังเป็นเพื่อนลูก ชวนลูกคุย หรือเปิดเพลงฟัง จะช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลาย
  • นำของเล่นติดขึ้นรถ เพื่อจะได้ให้ลูกรู้สึกสนุก ฆ่าเวลาในการนั่งรถ ลูกก็จะมีส่วนร่วมในการเดินทาง รู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุขเวลานั่งรถ
  • ขนมทานเล่น คุณแม่อาจจะเตรียมขนมที่ลูกชอบ หากลูกเบื่อ ๆ ก็เอาขนมออกมาทานเล่นได้

 

หากลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท ทำอย่างไร ? 

  • หากลูกงอแง และพยายามดีดตัวจากคาร์ซีท คุณแม่อาจจะใช้ของเล่น หรือ หากิจกรรมที่เบี่ยงเบนความสนใจให้ลูกเล่น ขณะนั่งคาร์ซีท และการเดินทางในบางครั้ง คุณแม่อาจจะต้องไปนั่งข้างหลังกับลูกบ้าง เพื่อจะได้ให้ลูกรู้สึกว่ามีเพื่อน
  • การที่ลูกนั่งตัก ไม่นั่งคาร์ซีท จะเสี่ยงทำให้เสียชีวิตได้ทั้งคุณแม่และลูก เพราะแรงชนอาจจะทำให้แม่และลูกพุ่งชนเบาะหน้า หรือพุ่งออกจากรถได้
  • คาร์ซีทบางยี่ห้อ จะมีระบบป้องกันลูกสอดแขนแล้วลุกดีดตัวออกจากคาร์ซีท ซึ่งจะเป็นตัวช่วยไม่ให้ลูกสอดแขนแล้วดีดตัวออกได้
  • ใจแข็งและเด็ดขาด คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกน้อยไว้ค่ะ

 

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก theAsianparent Thailand เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้ม

ที่มา : (1),(2)

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : 

วิธีใส่คาร์ซีทที่ถูกต้อง เช็ควิธีที่คุณใส่ที่นั่งบนรถให้ลูกว่าทำถูกหรือไม่

ทารกเดินทางไกล นั่งคาร์ซีท พาลูกนั่งรถไกล ๆ ทารกต้องนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ความสําคัญของคาร์ซีท คาร์ซีทจำเป็นไหม วิธีฝึกลูกนั่งคาร์ซีท ให้ทารก เด็กเล็ก ปลอดภัย

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

app info
get app banner