10 สิ่งที่คุณแม่ท้องแรกควรรู้และปฏิบัติ

คุณแม่ท่านไหนท้องแรก เชิญฟังทางนี้

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่เพิ่งทราบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่กันด้วยนะคะ นับว่าคุณเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากที่ได้รับโอกาสนี้ และนับไปอีก 9 เดือนหลังจากนี้ ชีวิตของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะคุณจะได้พบแต่ความสุขและความรักที่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนนึงที่มีให้กับใครสักคนโดยไม่หวังผลตอบแทน เอาละค่ะ และนี่ คือสิ่งที่คุณแม่ควรทราบและปฏิบัติตนหลังรู้ว่าตั้งครรภ์

pregnancy test

1. ถ้ามีอาการเหล่านี้ รับรองท้องแน่นอน ปกติแล้วคุณแม่ท้องแรกมักไม่ค่อยแน่ใจว่า อาการที่เกิดขึ้นกับตัวเองนอกจาก ประจำเดือนขาดแล้ว อาการควรเป็นอย่างไรกันแน่ ถ้าหากคุณเริ่มอาเจียน วิงเวียนศีรษะ เหม็นนู่นเหม็นนี่ อยากแต่จะนอน ที่สำคัญใช้ที่ตรวจครรภ์แล้วเจอสองขีด หรือขีดนึงเข้มขีดนึงจากแล้วละก็ โป๊ะเชะ! นั่นแหละ คุณกำลังท้องละ

doctor

2. ถ้าหากตรวจแล้ว ยังไม่มั่นใจ รีบไปพบคุณหมอเลยค่ะ คุณหมอจะตรวจให้คุณแม่ได้มั่นใจอีกครั้งว่า คุณแม่ท้องหรือไม่ หากแน่ชัดแล้วคุณหมอก็จะดูว่า ตำแหน่งของตัวอ่อนนั้น ฝังในมดลูกตำแหน่งไหน ปลอดภัยหรือเปล่า และก็จะให้วิตามินคุณแม่มาทาน พร้อมกับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในขณะตั้งครรภ์

 alt=

3. ตรวจสอบประวัติโรคประจำตัวต่าง ๆ ของคนในบ้านทั้งฝั่งของคุณแม่และสามีว่า มีใครเป็นโรคอะไรบ้างหรือไม่ เพราะการเช็คจะทำให้เรารู้ และสามารถปฎิบัติตัวและดูแลทารกในครรภ์ได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

 alt=

4. เริ่มศึกษาและทำความรู้จักว่า การตั้งครรภ์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ไตรมาส อันได้แก่ ไตรมาสที่หนึ่ง ไตรมาสที่สอง และไตรมาสที่สาม โดยแต่ละไตรมาสนั้น ถ้าหากเราเริ่มศึกษา คุณแม่จะรู้เลยว่า แต่ละไตรมาสนั้น ทารกในครรภ์จะมีพัฒนาการที่ต่างกันอย่างไร

 alt=

5. ตอนที่ตั้งครรภ์นั้น คุณแม่ยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักกันมากนะคะ เพราะช่วงไตรมาสแรก คุณแม่อาจจะยังทานอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากอาการแพ้ท้องที่เกิดขึ้น แต่ลองไตรมาสสองไปแล้วสิคะ รับรองว่า ทานได้อย่างเอร็ดอร่อยเลยละค่ะ เมื่อถึงช่วงเวลานั้น อย่าลืมเลือกทานแต่ของที่มีประโยชน์เท่านั้นนะคะ

 alt=

6. การเดินทางในช่วงตั้งครรภ์ สามารถทำได้ ไม่มีใครห้ามคุณแม่ได้ แค่ต้องระวังให้มากที่สุดเท่านั้น และหากอายุครรภ์มากกว่า 36 สัปดาห์ไปแล้ว หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงนะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้น หากคุณแม่ไม่แน่ใจว่าการเดินทางนั้นปลอดภัยหรือไม่ แนะนำว่าควรปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุด เพราะคุณหมอจะพิจารณาจากประวัติการตั้งครรภ์ของคุณแม่เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณแม่ที่เคยมีประวิติในการแท้ง เคยมีเลือดไหลในระหว่างตั้งครรภ์ หรือว่ามีลูกแฝด คุณหมอจะขอร้องให้พยายามงดการเดินทาง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากเกินไปนั่นเอง

 alt=

7. เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย คุณแม่ควรเริ่มศึกษาวิธีการคลอดในแต่ละแบบ เพื่อดูว่าข้อดีข้อเสียและประโยชน์ที่ได้รับนั้นเป็นอย่างไร จะได้ตัดสินใจเลือกวิธีการคลอดได้ แต่หลังจากที่เลือกได้แล้วนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นตามที่เลือกเสมอไปนะคะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ณ ตอนนั้นอีกด้วยเช่นกัน

 alt=

8. เริ่มศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการให้นมแม่ ประโยชน์ ท่าให้นม การเก็บรักษา รวมถึงการปั๊มนมอย่างไรให้ถูกต้องกันไว้ให้มาก ๆ นะคะ แน่นอนว่าคุณแม่ทุกท่านย่อมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก ดังนั้น อย่ารอช้า มาเริ่มค้นคว้ากันเลยดีกว่าค่ะ

 alt=

9. หากใกล้ครบกำหนดคลอด ควรเริ่มซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กกันได้แล้วนะคะ ลองดูว่ามีอะไรบ้างที่คุณอยากได้ อะไรบ้างที่คุณแม่ยังไม่มี อันไหนที่จำเป็นต้องซื้อและไม่จำเป็นต้องซื้อ ลิสต์เตรียมเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เลยค่ะ พอถึงเวลาจะได้ไม่วุ่นวาย

 width=

10. สิ่งสำคัญที่สุด ศึกษาวิธีการเลี้ยงทารกแรกเกิดและเด็กในวัยต่าง ๆ เอาไว้เลยค่ะ เพราะเมื่อถึงเวลานั้น วิชาร้อยแปดพันเก้าที่คุณเตรียมไว้ อาจใช้ไม่ได้ผลก็ได้นะจ้ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ที่มา: Mom Junction

ParentTown