10 ภาพเบื้องหลังการผ่าคลอดที่สวยงามมากกว่าน่ากลัว

10 ภาพเบื้องหลังการผ่าคลอดที่สวยงามมากกว่าน่ากลัว

พบกับภาพถ่ายภายในห้องของการผ่าคลอด ที่ดูแล้วอาจจะต้องอึ้ง

ไม่สำคัญว่าคุณจะผ่าคลอดหรือคลอดเองด้วยวิธีการทางธรรมชาติ … เพราะการถือกำเนิดทารกนั้น เป็นเรื่องที่สวยงามและสุดแสนจะน่ายินดีที่สุด ซึ่งในวันนี้ เรามีภาพเบื้องหลังการผ่าคลอดลูกที่บอกได้เลยเอา ภาพ ผ่าคลอด มาฝากทุก ๆ ท่านกันค่ะ

ภาพ ผ่าคลอด

ภาพ ผ่าคลอด

แค่ผ้าบาง ๆ ที่กั้นกลางระหว่างเรา และอีกไม่นานนับจากนี้เราก็จะได้พบกันแล้วนะ

ภาพ ผ่าคลอด

ภาพโดย Michelle Garey

ขอต้อนรับสมาชิกตัวน้อยเข้าสู่ครอบครัวของเรา

ภาพ ผ่าคลอด

ภาพโดย Emily Robinson

แบบนี้สิ เขาถึงเรียกว่า “รักแรกพบ” ของแท้

ภาพผ่าคลอด

ภาพโดย Michelle Garey

 

ภาพผ่าคลอด

ภาพโดย First Light

 

ภาพผ่าคลอด

ภาพโดย First Light

 

ภาพผ่าคลอด

ภาพโดย Emily Robinson

มือน้อย ๆ ที่คนเป็นแม่อยากสัมผัสอย่างสุดหัวใจ

ภาพผ่าคลอด

ภาพโดย Michelle Garey

 

ภาพผ่าคลอด

ภาพโดย Kabie House

 

ภาพผ่าคลอด

ภาพโดย Sara Corman

สวยงามมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่ทางบ้านละคะ ได้เก็บภาพช่วงเวลาดังกล่าวกันไว้บ้างหรือเปล่า ลองแชร์กันเข้ามาดูนะคะ

ผ่าคลอดเป็นยังไงแม่ขอแชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดอย่างละเอียดที่ต้องเผชิญ!!

 

ตลอดที่ได้รับการดูแลจากคุณหมอช่วงฝากท้อง 9 เดือน คุณหมอบอกว่าร่างกายสมบูรณ์ปกติดี แต่เด็กดูตัวใหญ่อาจจะคลอดลูกลำบากนิดนึง ดิฉันเลยเตรียมใจเบ่งคลอดลูกเต็มที่ ชนิดที่ว่าถึงไหนถึงกัน แต่พออาทิตย์สุดท้าย คุณหมอถามว่า “คุณแม่ไม่ปวดท้องเลยหรอ ปกติบางรายเขาคลอดไปแล้ว เพราะว่าถึงเวลาที่ควรจะคลอดแล้วนะครับ ปากมดลูกคุณแม่ก็ยังไม่เปิด สงสัยว่าจะต้องใช้การผ่าคลอดนะครับ หรือหากคุณแม่จะรอให้ปวดท้องคลอดเองก็ได้นะครับ แต่ถึงตอนนั้นสุดท้ายแล้วก็อาจจะต้องผ่าคลอดหากเด็กยังไม่สามารถเคลื่อนตัวลงมาสู่ช่องคลอด”

พอได้ฟังอย่างนี้ดิฉันก็เลยปรึกษาสามีและเลือกที่จะฉีดเร่งคลอดก่อน หากไม่เกิดปฏิกิริยาอะไรก็คงต้องผ่าคลอดจริง ๆ ซะแล้ว ยอมรับว่าเครียดนะคะ เพราะตั้งใจจะคลอดเอง ไม่อยากผ่าคลอด ไม่ใช่ว่ากลัวเจ็บ แต่กังวลไปก่อนแล้ว กลัวว่าร่างกายจะไม่ผลิตน้ำนมให้ลูกเพียงพอ เพราะจำได้ว่าตอนแม่คลอดน้อง แม่ของฉันก็ไม่มีน้ำนมให้น้องเลย

ระหว่างที่นอนรอให้น้ำเกลือเพื่อเร่งคลอดผ่านไปแล้วครึ่งวัน ทุกอย่างก็ยังเป็นปกติ คุณหมอเลยต้องเร่งน้ำเกลือจาก 80 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง เป็น 90 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง ผ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกเจ็บเตือน ปวดท้อง คุณหมอเข้ามาตรวจดูว่าปากช่องคลอดเปิดมากขึ้นไหม แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีวี่แววว่าจะคลอดเองได้ สรุปสุดท้ายเลยต้องผ่าคลอด

เมื่อถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด พยาบาลเปิดเพลงเพื่อให้ผ่อนคลาย จากนั้นก็เตรียมร่างกายให้พร้อม ใช้วิธีบล๊อกหลังเพื่อให้เรายังรู้สึกตัวและเห็นหน้าลูก เพียงแต่ร่างกายตั้งแต่ช่วงท้องลงไปจะไม่รู้สึกอะไรนอกจากชา ดิฉันมองหาสามีว่าเมื่อไหร่จะเข้ามาสักที เพราะตอนนั้นต้องการเขามากที่สุด อยากให้เห็นหน้าลูกพร้อมกัน

เมื่อสามีเข้ามาในห้องผ่าตัดทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สามีเล่าให้ฟังว่าพอเข้าไปในห้องผ่าตัดและกุมมือฉันไว้ประมาณ 2 นาที คุณหมอก็กดท้องเหมือนพยายามคว้านหาลูกในท้องแล้วเริ่มเอาหัวเจ้าตัวเล็กโผล่ ขึ้นมาเป็นลำดับแรก จากนั้นก็ใช้อุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นโลหะขนาดใหญ่คล้ายช้อนช้อนตัวลูกออกมา ลูกส่งเสียงร้องนิดเดียวเอง จากนั้นพยาบาลก็พาลูกไปทำความสะอาดตัว แล้วพาลูกมาให้เราดู วินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าลูก น้ำตามันก็ทะลักออกมาเองเหมือนกับสมองมันสั่งว่านี่แหละผลงานอันน่าทึ่งของเรา

นี่ลูกเราออกมาแล้วนะ พยาบาลถามว่า จะหอมแก้มลูกไหม แต่ฉันตอบไปว่าไม่เอาค่ะ ไม่มีแรง กลัวอุ้มลูกตอนนี้จะทำให้ลูกหล่นแล้วลูกเจ็บตัว จากนั้นสามีก็ต้องออกนอกห้องผ่าตัด ส่วนลูกก็ไปอยู่ในตู้ปรับอุณหภูมิเพื่อดูว่าตัวเหลืองไหม ส่วนดิฉัน วิสัญญีแพทย์มาให้ดมยาสลบและปล่อยให้คุณหมอเย็บแผล จากนั้นก็นอนพักฟื้นไปประมาณ 45 นาทีจนถึงรู้สึกตัวดีขึ้นมาอีกครั้ง

  1. มีการวัดความดันและอุณหภูมิของร่างกายทุกชั่วโมงตลอดคืนแรก และมีการให้ยาผ่านทางสายน้ำเกลือ เรียกว่าคืนแรกแทบจะไม่ได้นอนเลยค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่จะเข้าออกห้องพักตลอดทั้งคืน
  2. มีการสังเกตปริมาณเลือดที่ออกทางช่องคลอด และดูปริมาณปัสสาวะ พอผ่านไปสัก 9 ชั่วโมงถึงจะเอาสายส่วนปัสสาวะออก ดังนั้นช่วงเข้าห้องน้ำแรก ๆ จะเจ็บขัดเวลาปัสสาวะ ดิฉันใช้เวลาประมาณ 15 นาทีกว่าจะปัสสาวะเสร็จ เพราะมัวแต่ลุก ๆ นั่ง ๆ ไม่กล้าปัสสาวะเพราะเจ็บ ท้ายที่สุดต้องยอมทนเจ็บ น้ำตาแทบร่วงเลยค่ะ
  3. ต้องพยายามขยับร่างกายให้บ่อย โดยฉวยโอกาสระหว่างช่วงที่ขาหายชาแล้ว แต่ฤทธิ์ยาแก้ปวดยังมีต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ให้ขยับตัวบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการก่อตัวของพังผืดบริเวณแผล
  4. พอถอดสายน้ำเกลือแล้วพยายามลุกเดิน ช่วงแรก ๆ อาจจะมีอาการหน้ามืดได้หรือยังมีฤทธิ์ยาอยู่บ้าง ดังนั้นค่อยลุกนั่งก่อนสักพักแล้วค่อย ๆ ลุกเดินนะคะ นอกจากนี้ควรมีคนอื่นหรือพยาบาลช่วยประคองเผื่อหน้ามืดจะได้ไม่เป็นอะไร
  5. ใช้ผ้ารัดหน้าท้อง เพื่อช่วยให้การขยับเขยื้อนตัวเป็นไปได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้มดลูกไม่ลอยด้วย
  6. รับประทานอาหารอ่อน ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องอืด เพราะก่อนผ่าคลอดเราต้องงดน้ำ งดอาหาร ร่างกายของเราจึงต้องค่อย ๆ ปรับสภาพหลังจากหยุดพักระบบย่อยมา 1 วันเต็ม ๆ ไม่อย่างนั้นนอกจากจะเจ็บแผลแล้วยังมีอาการท้องอืด จุกเสียดยอดอกเพิ่มด้วย คงจะทรมานน่าดู อาหารมื้อแรกที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ดิฉันคือ น้ำข้าวต้มและน้ำขิง
  7. อาบน้ำได้ตามปกตินะคะ สมัยก่อนเวลาผ่าคลอดแล้วไม่สามารถอาบน้ำได้ แต่ปัจจุบันนี้คุณหมอเย็บไหมละลายและใช้พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลให้เพียงแต่ เวลาอาบน้ำไม่ต้องเน้นถูสบู่และทาครีมบริเวณที่ปิดแผลเท่านั้นเองค่ะ

 

ที่มา: Mom Junction และ Pinterest และ https://th.theasianparent.com/cesarean-section

 

parenttown

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner