ไวรัสตับอักเสบบี 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 71

ไวรัสตับอักเสบบี 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 71

ไวรัสตับอักเสบบี เป็นอีกโรคหนึ่งที่พบบ่อยมากในประเทศไทย บางคนอาจจะมีอาการไม่มากนัก เหมือนกันกับเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่บางคนอาจจะมีอาการมาก โดยจะสังเกตได้ จากตาเหลือง ตัวเหลือง รู้สึกอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง ปัสสาวะมีสีเข้ม นั่นเป็นสาเหตุจากตับที่ถูกทำลายมาก ซึ่งอาจจะส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตก็ได้ แต่หากร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันเองได้อาการก็จะดีขึ้นเองโดยอัตโนมัติ และบางส่วนก็อาจจะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากมีเชื้อไวรัส ฝังตัวอยู่ในตับ และออกมาในกระแสเลือดอยู่ตลอดเวลา และอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะมะเร็งในตับได้สูงกว่าปกติ

ขูดมดลูกช่วยให้ท้องง่ายจริงหรือ

โดยภาวะการติดไวรัสตับอักเสบบีนี้ หากเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้หญิงมีครรภ์ จะเกิดอะไรขึ้น และเป็นอันตรายกับตัวคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ หรือ ส่งผลอะไรกับลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ หรือ มีผลกระทบ ทั้งตัวของคุณแม่ และตัวของเด็กในครรภ์ทั้งคู่ สามารถรู้ได้จากบทความนี้เลยค่ะ

เป็นภาวะตับอักเสบ หรือยัง ???

โดยปกติเมื่อคุณแม่เข้ามาฝากครรภ์ กับทางแพทย์ ไม่ว่าที่ไหนก็แล้วแต่ โดยมาตรฐาน คุณหมอจะทำการเจาะเลือดคุณแม่ไปตรวจ เพื่อหาว่า คุณแม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรอยู่หรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไป คุณหมอจะตรวจเกี่ยวกับ

- ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และ ธาลัสซีเมีย
- หมู่เลือด ABO และ Rh
- โรคติดเชื้อ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ซิฟิลิส
- ตรวจภูมิคุ้มกัน เช่น ภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน เป็นต้น
- ตรวจคัดกรองดาวน์

- ตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์

เป็นต้น

ไวรัสตับอักเสบบี 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 71

** บางรพ. อาจตรวจมาก หรือน้อยกว่านี้ได้ ตามความเหมาะสม และข้อจำกัดของรพ. **
ไวรัสตับอักเสบบี ในหญิงมีครรภ์

สตรีที่ตั้งครรภ์ และมีภาวะตับอักเสบบีเรื้อรัง คือ ตรวจเลือดแล้วพบว่า มีไวรัสตับอักเสบบีในกระแสเลือด มีความสำคัญ คือ มีโอกาสถ่ายทอดไปยังลูกที่เกิดออกมาได้ และทำให้ลูก เป็นโรคตับอักเสบบีเรื้อรังในภายหลังได้มาก ถ้าไม่มีการป้องกัน โดยสถิติที่ผ่านมา หญิงมีครรภ์ในประเทศไทย มีอัตราการเกิดเป็น โรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง มากถึง 8 - 10 % จากจำนวน หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด

จะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเองเป็นพาหะตับอักเสบบี และติดไปถึงลูกได้

จะรู้ได้ โดยการตรวจเลือด หากพบว่า มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (AbsAg) และถ้าตรวจพบว่ามีสารที่เรียก HbeAg ก็จะติดไปยังลูก ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การตรวจพบ ว่าตรวจพบ เชื้อไวรัสตับอักเสบบีในกระแสเลือด คุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่ ก็จะมีโอกาสทำให้ลูกที่คลอดออกมา ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ และส่วนใหญ่ของทารกที่ติดเชื้อ จะเป็นภาวะตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง คือมีภาวะเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ได้ในภายหลัง

 

ถ้าแม่เป็น โรคไวรัสตับอักเสบบี จะป้องกันลูกที่เกิดมา ได้อย่างไร

เนื่องจากทารก ที่คลอดจากแม่ที่มี เชื้อไวรัสตับอักเสบบี มีการติดเชื้อจากแม่ในอัตราที่สูง และมีโอกาสเป็นโรคแบบเรื้อรังสูงด้วย จึงมีการ ทำการป้องกัน  โดยฉีดสารภูมิต้านทานให้ลูก ภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด เพื่อให้ลูก มีภูมิเกิดขึ้นเลยทันที ในขณะเดียวกัน ก็ฉีดวัคซีน เพื่อให้ร่างกาย สร้างภูมิต้านทานได้เองในภายหลังด้วย โดยฉีดเมื่อแรกคลอด , 1 เดือน , 2 เดือน , 6 เดือน และ 12 เดือนตามลำดับ

แต่... ในกลุ่มที่มีความเสี่ยง ที่อาจจะติดเชื้อไวรัสตับบีระหว่างตั้งครรภ์ คุณหมออาจให้ฉีดวัคซีนเพื่อจากป้องกัน ทั้งนี้ตัวคุณหมอเองก็จะต้องพิจารณาแล้วว่า การฉีดวัคซีนจะมีประโยชน์มากกว่าโทษ เช่น สามีเป็นพาหะไวรัสตับบี (ช่องทางการติดต่อของไวรัสตับบีนั้นเหมือน HIV คือ ติดจากเพศสัมพันธ์ ติดจากเลือด และติดจากแม่ไปลูก) เป็นต้น เพราะฉะนั้นการตรวจ และการฉีดวัคซีนระหว่างตั้งครรภ์ จึงมีประโยชน์ และสามารถช่วยป้องกัน ไม่ให้คุณแม่ติดเชื้อจากคุณพ่อ และอาจจะส่งต่อไปยังลูกน้อยด้วยนั่นเอง
* * ไวรัสตับอักเสบบีนั้น มีผลเสียในระยะยาวต่อตัวคุณแม่ คือเสี่ยงต่อการเป็นภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณหมอแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม ก็อย่านิ่งนอนใจ จะได้รักษา และติดตามต่อเนื่องในระยะยาวด้วยนะคะ * *
ไวรัสตับอักเสบบี 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 71
การให้วัคซีนในสตรีที่กำลังตั้งครรภ์จะมีผลเสียต่อทารกในครรภ์หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีอันตรายต่อเด็กในครรภ์ สามารถฉีดได้ ครั้ง เหมือนคนทั่วไป คือ ครั้งแรก ต่อไปอีก เดือน และ เดือนตามลำดับ ทั้งนี้หมายความถึงคนที่ไม่มีเชื้อเป็นพาหะ และยังไม่มีภูมิต้านทานอยู่

ปัจจุบันได้มีการรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ให้กับเด็กแรกเกิด ตามแผนการ ให้วัคซีนเด็กทุกคน เหมือนกับการป้องกันโรคอื่น ๆ ด้วย

อ้างอิง :

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

ammy

app info
get app banner