ไม่อยากให้ลูกคลอดมาตัวเหลือง แม่ท้องต้องทำอย่างไร

ไม่อยากให้ลูกคลอดมาตัวเหลือง แม่ท้องต้องทำอย่างไร

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากให้ลูกคลอดออกมาแข็งแรงสมบูรณ์ด้วยกันทั้งนั้น และสำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะเกิดความวิตกกังวล เมื่อพบว่าลูกน้อยที่คลอดออกมามีภาวะตัวเหลือง ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับภาวะตัวเหลืองกัน

ภาวะตัวเหลือง คืออะไร

ไม่อยากให้ลูกคลอดมาตัวเหลือง : รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน อธิบายถึงเรื่องภาวะตัวเหลืองไว้ว่า ภาวะตัวเหลืองในเด็ก เกิดขึ้นจากการแตกของเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดสารสีเหลืองที่เรียกว่า “บิลิรูบิน” สารนี้จะอยู่ในกระแสเลือด ร่างกายต้องกำจัดออกทางตับ โดยเอนไซน์ในตับจะช่วยเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะส่งต่อไปยังลำไส้ และขับถ่ายสารเหลืองออกมาทางอุจจาระมากที่สุด ดังนั้นหากมีโรค หรือ ความผิดปกติใดๆของร่างกายที่มีผลต่อขั้นตอนเหล่านี้ก็จะส่งผลให้ทารกตัวเหลืองมากกว่าปกตินั่นเอง

ไม่อยากให้ลูกคลอดมาตัวเหลือง ภาวะตัวเหลือง

ไม่อยากให้ลูกคลอดมาตัวเหลือง

ทำไมลูกจึงมีภาวะตัวเหลือง

ภาวะตัวเหลือง เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด และอาจจะพบได้มากขึ้นหากทารกคลอดก่อนกำหนด โดยเด็กจะมีอาการตัวเหลืองที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งภาวะตัวเหลืองนั้น แบ่งได้เป็น 2 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่

1. ภาวะตัวเหลืองปกติ

เป็นภาวะตัวเหลืองที่พบบ่อยในทารกแรกเกิดเกือบทุกคน ทำให้ทารกตัวเหลืองเล็กน้อยตอนที่อายุได้ 3-5 วัน จากนั้นจะค่อย ๆ เหลืองน้อยลงจนหายได้เอง และมักจะไม่เป็นอันตรายต่อทารกแรกเกิด

ภาวะตัวเหลืองปกตินี้ มีสาเหตุมาจาก ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกปกติในทารกแรกเกิดเด็ก เมื่อเม็ดเลือดแดงแตกออกก็จะมีสารเหลืองออกมาด้วย

และด้วยความที่เด็กแรกเกิดมีเม็ดเลือดแดงมากกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้งเม็ดเลือดแดงในเด็กมีอายุสั้น และมีเม็ดเลือดแดงที่สร้างไม่สมบูรณ์ปริมาณมาก เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ และการทำงานของตับเด็กแรกเกิดก็ยังไม่สมบูรณ์จึงกำจัดสารเหลืองได้ช้า ทำให้เกิดภาวะตัวเหลืองปกตินั่นเอง

2. ภาวะตัวเหลืองผิดปกติ หรือตัวเหลืองเนื่องจากเป็นโรค

ภาวะตัวเหลืองผิดปกติ หรือตัวเหลืองเนื่องจากเป็นโรค จะมีลักษณะที่สังเกตได้ คือ เริ่มเหลืองเร็ว เมื่ออายุน้อยกว่า 24 ชั่วโมง และอัตราการเพิ่มของค่าสารเหลืองในเลือดเพิ่มขึ้นเร็วมาก และมีตัวเหลืองนานเกินกว่า 14 วัน โดยเฉพาะทารกที่ไม่ได้กินนมแม่

สาเหตุของภาวะตัวเหลืองผิดปกติ หรือตัวเหลืองเนื่องจากเป็นโรค ที่พบบ่อย ได้แก่

  • กรุ๊ปเลือดแม่และลูกไม่เข้ากันทำให้เม็ดเลือดแดงแตกมาก พบในแม่เลือดกรุ๊ป O และลูกเป็น กรุ๊ป A หรือ B
  • ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกมาก เนื่องจากโรคที่เม็ดเลือดแดงผิดปกติ ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย, โรคขาดเอนไซน์ G6PD เด็กที่คลอดโดยใช้เครื่องดูดช่วยคลอดจะมีเลือดออกใต้หนังศีรษะ ซึ่งเลือดที่ออกนี้ทำให้มีเม็ดเลือดแดงที่แตกเพิ่มขึ้น
  • เด็กที่มีการทำงานของตับไม่สมบูรณ์ หรือมีโรคกรรมพันธุ์บางอย่างของตับ ทำให้กำจัดสารเหลืองได้น้อยลง

นอกจากนี้ ความผิดปกติที่ลำไส้ เช่นภาวะลำไส้อุดตัน ทำให้มีการดูดซึมสารเหลืองกลับเข้ากระแสเลือดมากกว่าปกติแทนที่จะขับถ่ายออกไป ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กตัวเหลืองได้

ภาวะตัวเหลือง ส่งผลร้ายต่อทารกอย่างไร ?

  • หากทารกมีภาวะตัวเหลืองโดยที่ไม่ได้ดำเนินการรักษาจนระดับของบิลิรูบินในเลือดสูงมาก บิลิรูบินก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อสมอง และก่อให้เกิดความผิดปกติทางระบบประสาทได้
  • ถ้าหากเกิดขึ้นเฉียบพลัน ทารกจะมีอาการซึม ดูดนมน้อยลง ตัวอ่อนปวกเปียก หรือ อาจเกิดอาการเกร็งหลังแอ่น ชัก มีอาการไข้ และอาจร้องไห้เสียงแหลม
  • หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ในระยะเวลา 6-12 เดือนต่อมา ร่างกายและแขนขาของทารกจะมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ การได้ยินและการเคลื่อนไหวของลูกตาผิดปกติ พัฒนาการล่าช้า ระดับสติปัญญาลดลง ซึ่งอาการเหล่านี้ หากเกิดขึ้นในทารกแล้ว จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แม้ว่าจะลดระดับของบิลิรูบินจนเข้าสู่ภาวะปกติก็ตาม

ไม่อยากให้ลูกคลอดมาตัวเหลือง ทำอย่างไร ติดตามต่อหน้าถัดไป >>>

ภาวะตัวเหลือง รักษาอย่างไร

คุณหมอรวีรัตน์ กล่าวถึงวิธีการรักษาภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดเอาไว้ว่า ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดมีวิธีการรักษาในโรงพยาบาลโดยการส่องไฟ และการเปลี่ยนถ่ายเลือดหากค่าสารเหลืองสูงมาก หลังจากการรักษาคุณหมอจะตรวจระดับค่าสารเหลืองซ้ำ ถ้าระดับบิลิรูบินลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

ไม่อยากให้ลูกคลอดมาตัวเหลือง

ไม่อยากให้ลูกคลอดมาตัวเหลือง

คำแนะนำเกี่ยวกับภาวะตัวเหลือง

หากพบว่าลูกมีภาวะตัวเหลืองตั้งแต่แรกคลอด คุณหมอก็จะทำการรักษาตามวิธีมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะมีการนัดตรวจติดตาม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกน้อยมาตรวจตามที่คุณหมอนัดอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อกลับไปอยู่บ้านแล้วพบว่าลูกมีอาการตัวเหลืองเพิ่มขึ้น ควรนำลูกมาตรวจที่โรงพยาบาลทันที นอกจากนี้ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ ได้แก่

  • สังเกตสีอุจจาระ หรือปัสสาวะของทารก หากพบว่าผิดปกติ เช่น อุจจาระมีสีซีด หรือ ปัสสาวะมีน้ำตาลเข้ม ควรพาลูกไปพบคุณหมอทันที
  • สังเกตอาการ หรือความผิดปกติอื่น ๆ เช่น มีไข้ ซึม ไม่ดูดนม หรือท้องอืด หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาลูกน้อยมาพบแพทย์ทันที
  • แนะนำให้เลี้ยงทารกด้วยน้ำนมแม่ และให้ลูกกินนมแม่ทันทีที่เป็นไปได้หลังคลอด

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรดี

เพื่อความปลอดภัยและลดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ คุณแม่ท้องควรปฏิบัติดังนี้

  • ตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งหากพบว่ามีความผิดปกติใด ๆ คุณหมอก็จะประเมินพร้อมให้คำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยได้
  • เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ ควรไปฝากครรภ์เสียแต่เนิ่น ๆ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด
  • ให้ลูกดูดนมแม่หลังคลอด จะช่วยให้ลำไส้ของลูกเคลื่อนตัวได้ดี และเป็นการช่วยขับสารสีเหลือง หรือ บิลิรูบิน ได้อีกด้วย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สัญญาณอันตรายใกล้คลอด โค้งสุดท้ายก่อนเป็นแม่คน

เคล็ดลับคลอดง่าย ต้องกินอะไรก่อนคลอด

หลังคลอดกินยาสตรีได้ไหม อยากให้น้ำคาวปลาไหลดี มดลูกเข้าอู่เร็ว ทำอย่างไร

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner