แม่ท้องเป็นไบโพล่า หลังคลอดอาการจะยิ่งเเย่

แม่ท้องเป็นไบโพล่า หลังคลอดอาการจะยิ่งเเย่

หากคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นโรคไบโพล่า อาการหลังคลอดจะยิ่งแย่ลงจนอาจจะกลายเป็นโรคจิตหลังคลอดได้นะคะ

โรคไบโพล่าหรือ โรคอารมณ์ 2 ขั้ว เป็นโรคที่มีอาการอารมณ์ผิดปกติ ซึ่งจะมีทั้งอารมณ์เศร้าและอารมณ์ดี โรคไบโพล่านั้นเกิดจากสารเคมีในสมองทำงานผิดปกติ จึงทำให้สมองขาดความสมดุลซึ่งส่งผลให้เกิดอารมณ์ที่ผิดปกติ โดยสาเหตุของการเกิดโรคนั้นก็ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

อาการแย่ลงหลังคลอดลูก

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ที่มีอาการของไบโพล่า หลังการคลอดลูกมักจะมีการพัฒนาไปเป็นโรคจิตหลังคลอด (postpartum psychosis) ได้ ซึ่งเป็นภาวะที่เป็นอันตรายต่อทั้งลูกและตัวคุณแม่เอง เนื่องจากผู้หญิงที่มีอาการของโรคนี้ มีโอกาสที่จะทำร้ายลูกของตัวเองจนเสียชีวิตได้ หรือไม่ก็ทำร้ายตัวเองได้นั่นเองค่ะ

shutterstock_442144360

และแม้ว่าคุณหมอส่วนใหญ่จะไม่อยากให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับยาระหว่างการตั้งครรภ์ แต่ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างการฆ่าตัวตายที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้น สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงเกินที่จะมองข้ามไปได้ แนวทางการรักษาส่วนใหญ่จะรักษาโดยการให้ยาลิเทียม (Lithium ) ซึ่งสามารถรักษาอาการคลุ้มคลั่งได้ โดยยาจะเข้าไปลดการกระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองให้สงบลงได้

แม้ว่าอาการดูไม่แย่ แต่อาจแย่กว่าที่คิด

โรคจิตหลังคลอดนั้น จะต่างจากภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เนื่องจากจะมีอาการเมื่อยล้า วิตกกังวล และมีความคิดยึดติดหรือหลงไหลในบางเรื่อง เช่น วิตกมากไปกับการเลี้ยงลูก หรือเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ขณะอาบน้ำลูก อาจจะคิดว่าถ้าลูกหลุดมือจมน้ำละ หรือการล้างมือทุกครั้งก่อนจะอุ้มลูกหรือโดนตัวลูก เพราะกลัวลูกจะติดเชื้อโรค หรือการเช็คว่าลูกยังหายใจอยู่ไหม ทุก 10 นาที

shutterstock_417037948

โดยคุณแม่ที่เป็นโรคจิตหลังคลอดนั้น ในเวลาปกติจะไม่มีการเห็นภาพหลอน หรือมีอาการโรคจิตอื่นๆ แสดงออกเลยด้วย แต่อาการคลุ้มคลั่งจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน เกิดความสับสนงงงวย เกิดภาพหลอนเช่นพลังงานมืด หรือมีอะไรออกมาจากร่างกาย และภาพหลอนที่คุณแม่เห็นนั้น อาจจะทำให้เด็กๆ ตกอยู่ในอันตรายได้ค่ะ

แนวทางการรักษา

คุณแม่ที่เป็นไม่มาก จะรักษาโดยการกินยาลิเทียมหลังจากที่คลอดลูกแล้ว ส่วนคุณแม่ที่เป็นหนักและเป็นมานานแล้ว การรักษาจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหมอที่รักษา แต่ในบางประเทศจะมีการเฝ้าดูอาการของคุณแม่ ที่ควบคุมโดยคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ในโรงพยาบาลเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง จนกว่าอาการจะดีขึ้นค่ะ

ที่มา news-medical

theAsianparent Community

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner