5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับโรคหัด

5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับโรคหัด

โรคหัดเป็นหนึ่งในโรคที่เด็กเป็นกันมากและความรุนแรงของอาการก็ค่อนข้างมาก สำหรับพ่อแม่ เราควรสร้างความเข้าใจกับโรคหัดให้มากขึ้น และนำลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันให้ครบ

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับโรคหัด

เด็กทุกคนควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด

โรคหัดเกิดจากเชื้อไวรัส

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของสหรัฐฯชี้ว่า ตามปกติแล้วเชื้อไวรัสโรคหัดเติบโตในเซลล์บุด้านหลังลำคอและปอด โรคหัดก่อให้เกิดไข้ มีน้ำมูก ไอและผื่นเป็นดวงขึ้นทั่วตัว อาการอื่น ๆ อาจรวมถึงตาแดงช้ำ ปวดเมื่อยตามร่างกายและในปากมีจุดเล็ก ๆ สีขาวขึ้น ตรงกลางจุดจะออกขาวอมฟ้า

โดยทั่วไปผู้ติดเชื้อจะเริ่มจากมีไข้ต่ำ ๆ ถึงปานกลาง ไอ มีน้ำมูก ตาแดงและเจ็บคอ ราวสองสามวันหลังเริ่มแสดงอาการ อาจมีจุดสีขาวปรากฏขึ้นในช่องปาก ประมาณสามถึงห้าวันหลังเริ่มแสดงอาการจะมีผื่นแดงหรือแดงอมน้ำตาลขึ้นตามร่างกาย โดยมักจะเริ่มขึ้นจากแนวเส้นผมบนใบหน้าและลามลงล่าง เมื่อผื่นปรากฏ ไข้อาจพุ่งขึ้นสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

โรคหัดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อระบุว่า สำหรับเด็กที่เป็นโรคหัดนั้น ราวหนึ่งคนในทุก 10 คนจะมีอาการติดเชื้อในหู ราวหนึ่งคนในทุก 20 คนจะเป็นโรคปอดบวม ราวหนึ่งคนในทุก 1,000 คนจะเป็นโรคสมองอักเสบและหนึ่งหรือสองคนในทุก 1,000 คนจะเสียชีวิต โรคหัดยังทำให้หญิงตั้งครรภ์แท้งบุตรหรือคลอดก่อนกำหนดได้ด้วย โรคหัดคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกประมาณ 164,000 คนต่อปีและมีผู้ป่วยด้วยโรคหัดราว 20 ล้านคนทั่วโลก กว่าครึ่งของผู้เสียชีวิตอยู่ในอินเดีย

ก่อนที่จะมีการคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคหัด เด็กเกือบทุกคนเป็นโรคหัดก่อนอายุครบ 15 ปี ในแต่ละปีที่สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัดราว 450 ถึง 500 คน มีผู้ป่วยต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 48,000 คน ผู้ป่วย 7,000 คนมีอาการชักและราว 1,000 คน สมองถูกทำลายถาวรหรือหูหนวก

อ่านต่อหน้าถัดไป >>>

โรคหัดเป็นโรคที่ติดต่อกันง่ายมาก

โรคหัดสามารถแพร่กระจายได้ตั้งแต่สี่วันก่อนผื่นจะปรากฏให้เห็นจนถึงสี่วันหลังผื่นขึ้นและเป็นโรคที่ติดต่อง่ายมาก ศูนย์ควบคุมโรคระบาดระบุว่าร้อยละ 90 ของคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคนี้และใกล้ชิดกับผู้ป่วยจะติดเชื้อเช่นกัน

เชื้อไวรัสแพร่กระจายทางอากาศเมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจามและผู้อื่นสูดหายใจเอาละอองเข้าสู่จมูกหรือคอ นอกจากนี้ยังอาจติดต่อกันได้หากผู้อื่นสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสและเอานิ้วเข้าปาก เชื้อไวรัสสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิววัตถุได้นานถึงสองชั่วโมง

หากเคยเป็นโรคหัดแล้ว จะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกเพราะร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านไวรัสชนิดนี้แล้ว

วัคซีนป้องกันโรคหัดไม่ก่อให้เกิดโรคออทิซึม

วัคซีนโรคหัด คางทูมและหัดเยอรมันได้รับใบอนุญาตในปีค.ศ. 1971 ว่าช่วยป้องกันโรคทั้งสามนี้ ซึ่งวัคซีนเข็มนี้อยู่ในตารางวัคซีนที่เด็กไทยทุกคนควรได้รับวัคซีนนี้เมื่ออายุอย่างน้อย 9 เดือน ส่วนในสหรัฐฯ จะมีการแจกจ่ายวัคซีนโรคหัด คางทูมและหัดเยอรมันเป็นจำนวนเกือบ 10 ล้านเข็ม ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแนะนำให้รับวัคซีนนี้สองเข็ม เข็มแรกเมื่ออายุ 12-15 เดือนและเข็มที่สองเมื่ออายุ 4-6 ขวบ ซึ่งหมายความว่าเด็กทารกไม่มีภูมิคุ้มกันแต่กำเนิดและอาจติดเชื้อโรคหัดจากผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

ในปี 2010 วารสารทางการแพทย์ The Lancet ได้ถอนรายงานที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1998 และเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเนื่องจากระบุความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนโรคหัด คางทูมและหัดเยอรมันกับโรคออทิซึม การวิจัยถูกลดความน่าเชื่อถือและพบว่าดร. แอนดรูว์ เวคฟีลด์ ผู้เขียนได้กระทำสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณในการทำวิจัยชิ้นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ดร.เวคฟีลด์ ได้ปฏิเสธความผิดดังกล่าวในถ้อยแถลงในขณะนั้น

ที่มา: ซีเอ็นเอ็น

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner