เมื่อลูกเป็นไข้ ซื้อยาลดไข้ให้กินได้มั้ยหรือมีอาการแค่ไหนถึงพาลูกไปหาหมอ?

เมื่อลูกเป็นไข้ ซื้อยาลดไข้ให้กินได้มั้ยหรือมีอาการแค่ไหนถึงพาลูกไปหาหมอ?

เมื่อเจ้าตัวน้อยเป็นไข้เป็นสิ่งที่ทำให้คุณแม่ต้องกังวลจนแทบนอนไม่หลับ ถ้าเป็นแทนลูกได้ก็อยากเป็นแล้วให้ลูกหายเป็นปลิดทิ้งในทันที

เมื่อลูกเป็นไข้ นอกจากเช็ดตัวดูอาการแล้ว ควรจะซื้อยาลดไข้ให้ลูกกินเองได้ไหม หรือมีอาการไข้ขนาดไหนจึงจะพาไปหาหมอดี

ไข้ คือ  อุณหภูมิของร่างกายขึ้นสูงกว่าปกติ ในเบื้องต้นคุณแม่จะรู้ได้จากการสัมผัสหน้าผาก  ซอกคอ หรือบริเวณข้อพับของร่างกายของลูก และอาจมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว หนาว ๆ ร้อน ๆ ปากแห้ง คอแห้ง ปวดศีรษะ หนาวสั่นหรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนั้นคุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ลูกมีไข้สูงเกินไป (เกินกว่า 37 องศา) ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะมีอาการชักจากไข้สูงได้

เมื่อลูกเป็นไข้

โดยทั่วไปเวลาเด็กเล็กมีไข้จะสังเกตได้คือ มีอาการตัวร้อน หน้าแดงตัวแดง เนื่องจากเส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังขยายตัว เพื่อระบายความร้อน แต่เด็กบางคนอาจมีอาการปลายมือปลายเท้าเย็นและซีด ทำให้ดูไม่ออกว่ากำลังมีไข้สูง เมื่อลูกแสดงอาการเป็นไข้ คุณแม่ควรทำการวัดอุณหภูมิลูกด้วยปรอทวัดไข้ทุกครั้ง การใช้อุปกรณ์วัดไข้สามารถประเมินอุณหภูมิร่างกายได้อย่างละเอียดและมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการใช้มือสัมผัสลูก

อุปกรณ์วัดไข้สำหรับลูกน้อยที่ควรมีติดบ้าน ได้แก่ แบบปรอท แบบดิจิตอล เครื่องวัดอุณหภูมิทางหูแบบดิจิตอล และแถบวัดอุณหภูมิ

การมีไข้แบ่งออกเป็น 3 ระดับดังนี้

ไข้ระดับต่ำ: อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 37.5 – 38.4 องศาเซลเซียส

ไข้ระดับปานกลาง: อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 38.5 – 39.4 องศาเซลเซียส

ไข้ระดับสูง: อุณหภูมิ 39.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป

เมื่อลูกเป็นไข้ ซื้อยาลดไข้ให้กินได้มั้ยหรือมีอาการแค่ไหนถึงพาลูกไปหาหมอ อ่านหน้าถัดไปนะคะ >>

เมื่อลูกเป็นไข้ ซื้อยาลดไข้ให้กินได้มั้ยหรือมีอาการแค่ไหนถึงพาลูกไปหาหมอ?

  • ในกรณีที่มีไข้ต่ำ คุณแม่อาจใช้การเช็ดตัวด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นเล็กน้อยเพื่อลดไข้ เน้นตำแหน่งซอกคอ ใบหน้า ท้อง ข้อพับแขน หลังเข่า ให้เช็ดย้อนทิศทางการไหลของเลือด และวางผ้าชุบน้ำตามตำแหน่งที่เป็นซอกแขน ขาหนีบ เพื่อช่วยดึงความร้อนออกจากเส้นเลือดได้มาก ลดโอกาสชักจากภาวะไข้สูงได้ ช่วยทำให้ลูกงอแงน้อยลง นอนหลับพักผ่อนได้

เมื่อลูกเป็นไข้

  • สามารถกินยาลดไข้ ยาพาราเซตามอลชนิดน้ำโดยคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัวของลูก การใช้ไซริงค์จะช่วยให้คุณแม่ตวงปริมาณยาได้แม่นยำที่สุด ซึ่งหากลูกได้รับขนาดยาที่มากเกินไปอาจส่งผลเป็นพิษกับตับ และไม่ควรใช้ยาต่อเนื่องเกิน 5 วัน การทานยาลดไข้ไม่ใช่การแก้ที่ต้นเหตุ เป็นเพียงบรรเทาอาการไข้เท่านั้น หากลูกเป็นไข้นานเกินควรพาไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุของไข้
  • ให้ลูกได้ดื่มน้ำมาก ๆ เพราะความร้อนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว หากร่างกายขาดน้ำก็จะทำให้ไข้สูงมากขึ้นถ้าลูกอายุต่ำกว่า 6 เดือน ควรให้ลูกดูดนมแม่บ่อยๆ นมแม่เป็นยาปฏิชีวนะที่จะช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคได้อย่างดี
  • ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นสบาย มีอากาศถ่ายเท
  • ให้ลูกสวมเสื้อผ้าเนื้อบาง เนื้อผ้าฝ้ายที่ระบายความร้อนออกได้ง่าย และห่มผ้าห่มบาง ๆ หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือห่มผ้าหนา ๆ เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยทำให้ไข้ลดเร็วขึ้น จะยิ่งเพิ่มความร้อนให้ร่างกายทำให้ไข้ขึ้นสูงจนชักได้

คุณแม่ควรพาลูกพบหมอทันที หากลูกมีไข้ร่วมกับอาการต่อไปนี้

เมื่อลูกเป็นไข้

  • ทารกที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน เมื่อมีไข้เกินกว่า 37 องศาพร้อมกับมีอาการอื่นที่แทรกซ้อน เช่น มีอาการอาเจียน ท้องเสีย ผื่นขึ้น เซื่องซึม ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนสี การหายใจติดขัด หรือลูกคุณมีอาการปวดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณคอควรพาไปพบแพทย์ทันที
  • เด็กที่มีอายุระหว่าง 6  เดือนถึงหนึ่งขวบ หากมีไข้นานเกินกว่า 1 วัน หรือว่ามีอาการแทรกซ้อนเพิ่มเติม ตามที่ได้กล่าวอาการเหล่านั้นไว้ข้างต้น ควรจะรีบพาเขาไปพบแพทย์ทันที
  • เด็กที่อายุระหว่าง 1-2 ขวบ หากมีไข้สูงสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนมากกว่า 39 องศา และไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยาลดไข้หรือวิธีอื่น และมีไข้นานเกินกว่า 2 วัน พร้อมกับมีอาการอื่นแทรกซ้อนเข้ามา ควรพาไปพบแพทย์ทันที
  • เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ขวบ ที่มีไข้เกินกว่า 39 องศา และได้รับการรักษาจากยาแผนปัจจุบันมานาน 6 วัน ถ้ายังมีไข้เกินกว่า 6 วัน พร้อมกับมีอาการอื่นแทรกซ้อน ควรพาไปพบแพทย์ทันที

อ้างอิงข้อมูล : www.breastfeedingthai.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

ฟันซี่แรกของลูกกำลังขึ้น ต้องมีอาการไข้ไม่สบายทุกคนไหม?

น้ำอุ่นผสมมะนาว หรือน้ำต้มใบมะขามหัวหอม แบบไหนลดไข้ ไล่หวัดลูกได้ดีกว่ากัน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner