เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว ทำไงให้ลูกไกลจากไข้หวัดยามฝนตก

เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว ทำไงให้ลูกไกลจากไข้หวัดยามฝนตก

อากาศแปรปรวน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน จนหวัดกิน แล้วการเป็นไข้หวัดเกิดจากอะไร ฝนตกเกี่ยวข้องกับหวัดอย่างไร และวิธีป้องกันไข้หวัดให้เจ้าตัวเล็ก ต้องทำแบบไหน ไปอ่านกัน

เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว ทำไงให้ลูกไกลจากไข้หวัดยามฝนตก

ชื่อลูกที่เกิดวันศุกร์

ช่วงนี้ เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว ทำไงให้ลูกไกลจากไข้หวัดยามฝนตก   คุณแม่หลายๆ ท่านบอกกับหมอว่ากลัวลูกจะเป็นหวัด บางบ้านก็เป็นหวัดกันแล้วทั้งครอบครัวเลยทีเดียว จึงเป็นที่มาของบทความในวันนี้ ที่เราจะมาดูกันว่า มีวิธีใดบ้างที่จะทำให้เราห่างไกลจากไข้หวัดในยามที่ฝนตกเช่นนี้ค่ะ

หมอขอเริ่มอธิบายจาก การเป็นหวัดเกิดจากอะไร และฝนตกเกี่ยวข้องกับหวัดอย่างไร ก่อนจะกล่าวถึง การป้องการเป็นหวัดกันนะคะ

 

ไข้หวัดเกิดจากอะไร เพราะเหตุใดเราจึงเป็นหวัด?

พูดถึงไข้หวัด (common cold) ในทางการแพทย์ ก็คือ มีอาการไข้ มีน้ำมูก ไอ โดยเกิดจากร่างกายมีการ ติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย) ซึ่งคงต้องแยกจากอาการ มีน้ำมูก ไอ จากสาเหตุอื่นๆ เช่นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งจะไม่มีอาการไข้ และมีอาการน้ำมูกใสหรือไอ เฉพาะเวลาที่สัมผัสกับสิ่งที่แพ้ เช่น ไรฝุ่น มีอาการชัดเจนช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด รวมทั้งช่วงอื่นๆที่อากาศเย็น ซึ่งต่างจากการติดเชื้อโรคที่จะมีอาการได้ทั้งวัน

 

ไข้หวัดเกี่ยวข้องอย่างไรกับฝนตก?

ก่อนอื่นหมอต้องขอย้ำความเข้าใจว่า ไข้หวัด เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ ดังนั้นการเป็นไข้หวัดจึงไม่ได้เกิดจากไปตากฝนโดยตรงนะคะ การที่ร่างกายจะติดเชื้อจนเป็นหวัดได้ จะต้องได้สัมผัสกับเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดไข้หวัด ในระยะเวลาและปริมาณของเชื้อที่มากพอ โดยที่บางคนได้สัมผัสกับเชื้อโรค แต่อาจไม่ได้เป็นไข้หวัดก็ได้ หากมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีสุขภาพแข็งแรงนั่นเองค่ะ

ดังนั้น การเป็นหวัดจึงไม่ได้เกิดจาการที่ฝนตก แล้วไปตากฝนโดยตรง แต่เกิดจากช่วงที่ฝนตก มีอากาศเย็น เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัดโดยธรรมชาติ แล้วจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศแบบนี้จึงมีปริมาณเชื้อก่อโรคมาก และในช่วงที่อากาศเย็น ฝนตก นั้น เป็นผลให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายเรา โดยเฉพาะทางเดินหายใจ จะทำงานกำจัดเชื้อโรคได้แย่ลง และ ความเย็นของอากาศยังกระตุ้นให้มีการสร้างสารคัดหลั่งเช่น น้ำมูก และ เสมหะ หรือน้ำมูก จากทางเดินหายใจมากขึ้น และยังทำเกิดอาการไอมากขึ้นอีกด้วยค่ะ เมื่อฝนตก อากาศเย็นจึงเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เป็นหวัดได้ง่ายขึ้นนั้นเอง

 

หลักการในการป้องกันไข้หวัดคืออะไร?

เมื่อเราทราบแล้วว่ามีปัจจัยที่ทำให้เกิดไข้หวัด เป็นหลัก คือ ตัวเชื้อโรค การสัมผัสเชื้อโรค และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยมีปัจจัยเสริมคือ การที่ฝนตก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ เราก็ควรยึดหลักการป้องกันไข้หวัด 3 ข้อ ดังนี้ค่ะ

  1. ลดโอกาสในการได้รับเชื้อโรค
  2. รักษาสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง ต่อสู้กับเชื้อโรคได้
  3. เมื่อฝนตก อากาศเย็น ก็ควร ทำให้ร่างกายอบอุ่นที่สุดเท่าที่ทำได้

 

ทำอย่างไรจึงห่างไกลไข้หวัดยามฝนตก?

เมื่อเรามีหลักการในการป้องกันไข้หวัดทั้ง 3 ข้อที่หมอได้กล่าวไปแล้ว ก็มาดูวิธีการที่ช่วยให้ห่างไกล ไข้หวัดยามฝนตก กันนะคะ

    • ลดโอกาสในการได้รับเชื้อโรค

    • เตือนภัยหน้าฝน

ทำได้โดยคุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้เด็กๆ ไม่ไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือ นอนใกล้ชิตกลับผู้ป่วย ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หรือ ผู้ป่วย เมื่อจะทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ควรใช้ช้อนกลาง และรู้วิธีการล้างมือให้ สะอาดโดยเฉพาะ ก่อนทานอาหาร หรือ ก่อนออกจากห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัดมีคนจำนวนมาก หรือ ใส่ผ้าปิดปากก่อนออกจากบ้าน

    • รักษาสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรง

รถหัดเดินจำเป็นหรือไม่

 

    • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นกินผัก หลากหลายทั้งสดหรือลวก ต้ม ผัด และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง องุ่น สับปะรด เป็นต้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และ ให้เด็กได้ ออกแรง ออกกำลังกาย และสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงต่อร่างการ  8 แก้วต่อวัน 

    • เมื่อฝนตก อากาศเย็น ก็ควร ทำให้ร่างกายอบอุ่นที่สุดเท่าที่ทำได้

ทำได้โดย สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น เเละหนาๆ ออกไปที่อากาศหนาวก็ใส่เสื้อกันหนาว หรือ ใส่หมวก เมื่อฝนตกต้องออกจากบ้านก็ใช้ร่มกันฝน หรือใส่เสื้อคลุมกันฝน แต่หากจำเป็นต้องตากฝนหรือ ลูกอยากสัมผัสสายฝนบ้างก็อาจอนุญาตได้ ตามความจำเป็น หากลูกมีร่างกายแข็งแรงดี ในระยะเวลาที่ไม่นานมากจนมีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำจัดเชื้อโรคได้ลดลงนะคะ เพราะช่วงอากาศเย็น ฝนตก เป็นสภาวะที่เชื้อก่อโรคไข้หวัดเติบโตได้ดี มีปริมาณเชื้อมากอยู่แล้ว เดี๋ยว จะกลายเป็นหวัดหลังจาก ตากฝนขึ้นมาจริงๆค่ะ ถ้าร่างกาย เปียกฝน หรือ ถูกละอองฝน ต้องรีบเช็ดตัวให้แห้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที หรือเมื่อเด็กถึงบ้าน สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย และให้ดื่มน้ำอุ่นๆ ทันที เเละ ไม่ควรอาบน้ำหรือ สระผมด้วยน้ำที่เย็นเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น

ที่มา  https://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/rainy/

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรคหัด โรคไข้ออกผื่น โรคร้ายมาพร้อมฤดูหนาว

มาแน่! โรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก โรคฮิตปลายฝนต้นหนาว

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า
app info
get app banner