ไม่ว่าจะฤดูไหน “ยุง” ก็ยังคงเป็นแขกไม่ได้รับเชิญที่น่ากังวลสำหรับทุกครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกน้อยวัยไร้เดียงสาที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงพอจะต้านทานไหว
ปีนี้สถานการณ์น่าเป็นห่วงกว่าที่คิด เพราะแค่ครึ่งปีแรกก็มีเด็กเล็กป่วยด้วย “โรคไข้เลือดออก” ไปแล้วกว่า 13,000 ราย! นั่นแสดงให้เห็นว่า “ยุงเล็ก” ตัวจิ๋วนี้อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม
วันนี้ theAsianparent ได้มีโอกาสพูดคุยกับ แพทย์หญิงนฎาประไพ ไกรศรศิลป์ กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อไขข้อสงสัยและนำเคล็ดลับดี ๆ ในการปกป้องลูกน้อยจากยุงร้ายมาฝากทุกคน

ยุงกัดอันตรายกว่าที่คิด!
หลายคนอาจมองว่ายุงกัดเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่คันหรือเป็นตุ่ม แต่ความจริงแล้ว ยุงเป็นพาหะนำโรคอันตรายมากมาย เช่น ไข้เลือดออก, ไวรัสชิคุนกุนยา และไวรัสซิกา โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ การถูกยุงกัดจึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
วิธีป้องกันลูกน้อยจากยุงร้ายที่ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
คุณหมอแบ่งวิธีป้องกันออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ เพื่อให้คุณแม่นำไปปรับใช้ได้จริง:
1. การจัดการสิ่งแวดล้อม
- กำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้าน เช่น ถาดรองกระถางต้นไม้ หรือภาชนะใส่น้ำของสัตว์เลี้ยง เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
- ติดตั้งมุ้งลวดที่ประตูและหน้าต่าง และอย่าเปิดทิ้งไว้ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่ยุงลายออกหากิน
2. การป้องกันเฉพาะตัว
- ใช้มุ้งคลุมเตียงให้ลูกน้อยทั้งตอนหลับกลางวันและกลางคืน
- หลีกเลี่ยงการพาลูกออกนอกบ้านหลัง 6 โมงเย็น เพราะเป็นช่วงที่ยุงชุกชุม
- การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงที่ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติและออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ปลอดภัยและช่วยให้ลูกได้เล่นสนุกเพื่อเสริมพัฒนาการได้อย่างเต็มที่

สัญญาณอันตรายของไข้เลือดออกในเด็กทารกที่คุณแม่ต้องเฝ้าระวัง
คุณหมอเตือนว่าเด็กวัยทารก (1 เดือน – 18 เดือน) มีความเสี่ยงสูงกว่าเด็กวัยอื่น ๆ หากติดเชื้อไข้เลือดออก เพราะร่างกายยังเปราะบางและยังสื่อสารอาการไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะช็อกได้โดยไม่รู้ตัว คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตอาการเหล่านี้
1. อาการเริ่มต้นที่อาจสังเกตได้ยาก
- มีไข้สูงเฉียบพลัน แต่อาจไม่สูงมากจนน่าเป็นห่วง
- ลูกงอแงผิดปกติ ไม่ยอมดูดนม หรือซึมลง
- อาเจียน หรือดูดนมแล้วอ้วก
- ตัวเย็นผิดปกติ ปลายมือปลายเท้าเย็น (เป็นสัญญาณว่าอาจเริ่มเข้าสู่ระยะวิกฤต)
2. ความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะช็อก
เด็กทารกมักไม่แสดงอาการชัดเจน เมื่อไข้ลดลง คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าลูกดีขึ้นแล้ว แต่ความจริงอาจกำลังเข้าสู่ระยะวิกฤต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้ช็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้ในไม่กี่ชั่วโมง
3. สิ่งที่คุณแม่ควรทำเมื่อสงสัยว่าลูกเป็นไข้เลือดออก
- หากลูกมีไข้สูงเกิน 2 วัน และไม่มีอาการหวัด ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
- ห้ามซื้อยาลดไข้กลุ่มแอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ให้ลูกกินเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น
- หากลูกมีอาการซึม ไม่กินนม ตัวเย็น หรือผิวซีด ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด
การปกป้องลูกน้อยจากยุงร้ายเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ใส่ใจและเฝ้าระวังอย่างถูกวิธี เพื่อให้ลูกรักเติบโตอย่างปลอดภัยและแข็งแรง
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเคล็ดลับดี ๆ จากคุณหมอเท่านั้น หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการรับฟังข้อมูลและคำแนะนำฉบับเต็มจาก พญ.นฎาประไพ ไกรศรศิลป์ เพื่อปกป้องลูกน้อยจากยุงเล็ก ตัวร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถรับชมได้จากลิงก์ด้านล่างนี้เลยค่ะ
เคล็ดลับเพิ่มเติมจาก theAsianparent:
การเลือกผลิตภัณฑ์กันยุงที่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยก็เป็นสิ่งสำคัญ
- ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก สารสกัดจากธรรมชาติ และผลิตขึ้นสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
- ที่สำคัญคือ ให้สังเกตที่ฉลากว่าไม่มีสาร DEET ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อยได้
เลือกใช้ให้เหมาะกับช่วงวัย:
- สำหรับเด็กทารก: แนะนำให้ใช้แบบ “แผ่นปิดกันยุง” โดยแปะที่เสื้อผ้าหรือรถเข็น จะช่วยป้องกันยุงได้นานถึง 4-8 ชั่วโมง
- สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่: สามารถใช้แบบ “สเปรย์” เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้ดียิ่งขึ้น
การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการปกป้องลูกน้อยจากยุงร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!