วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก ไม่ต้องฉีด ไม่เจ็บตัว ป้องกันสูง 88% ลดนอน รพ. 63% สะดวกสำหรับเด็ก 2 ปี – 49 ปี ทางเลือกใหม่สำหรับคนกลัวเข็ม
ในแต่ละปี ไข้หวัดใหญ่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและอาจถึงขึ้นเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มที่ร่างกายเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การพาลูกๆ และคนในครอบครัวไปรับวัคซีนทุกปี จึงเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดเลยนะคะ เพราะช่วยลดโอกาสติดเชื้อ ลดการนอนโรงพยาบาล และลดการเสียชีวิตได้ค่ะ
แต่ปัญหาที่คุณแม่หลายคนหนักใจ คือวัคซีนแบบฉีดมักทำให้เด็กๆ กลัวเข็ม พอจะฉีดทีไรก็ดิ้นและร้องไห้จนน่าสงสารเลยใช่ไหมคะ
แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลแล้วค่ะ! เพราะปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก ลูกน้อยไม่ต้องเจ็บตัวจากการฉีดอีกต่อไป จึงตอบโจทย์เด็กๆ และทุกคนที่กลัวเข็มมากๆ เลยค่ะ
วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก คืออะไร?
วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก คือวัคซีนทางเลือกใหม่ ที่ใช้วิธีพ่นละอองยาเข้าโพรงจมูกแทนการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ทำให้สะดวกและไม่ต้องเจ็บตัว จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและผู้ที่กลัวเข็ม
วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูกทำงานอย่างไร?
วัคซีนชนิดนี้เป็น “วัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์” (Live Attenuated Influenza Vaccine – LAIV) ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญ 2 ข้อคือ
- เลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ: ตัววัคซีนจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี คล้ายกับการเกิดภูมิเมื่อเราติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จริงๆ
- สร้างภูมิคุ้มกันที่ด่านแรก: เนื่องจากวัคซีนถูกพ่นเข้าโพรงจมูกโดยตรง จึงช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เยื่อบุโพรงจมูก ซึ่งเป็นด่านแรกที่ไวรัสจะเข้าสู่ร่างกาย ทำให้สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูกเหมาะกับใคร?
วัคซีนนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุระหว่าง 2 – 49 ปี ที่ต้องการทางเลือกในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่สะดวกสบายและไม่ต้องเจ็บตัว
เนื่องจากเด็กเล็ก (อายุ 2 ปีขึ้นไป) มักกลัวเข็มและการฉีดยา รวมถึงวัยรุ่นและผู้ใหญ่หลายคนก็มีความกังวลเช่นกัน วัคซีนแบบพ่นจมูกจึงเป็นทางออกที่ช่วยลดความเครียด ทำให้การรับวัคซีนเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับทุกคนในกลุ่มอายุดังกล่าว
หากไม่แน่ใจว่าตนเองจัดอยู่ในกลุ่มที่รับวัคซีนนี้ได้หรือไม่ หรือมีโรคประจำตัว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยก่อนเสมอนะคะ
ข้อดีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก มีอะไรบ้าง?
วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก ไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกสำหรับคนที่กลัวเข็มเท่านั้น แต่ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกหลายด้าน ดังนี้
- สะดวก ไม่ต้องเจ็บตัว จุดเด่นที่สุดคือใช้งานง่าย เพียงพ่นละอองวัคซีนเข้าโพรงจมูกแทนการฉีด จึงช่วยลดความกลัวและความวิตกกังวล ทำให้การรับวัคซีนเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเด็กและผู้ใหญ่ที่กลัวเข็ม
- กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ด่านแรก (เลียนแบบธรรมชาติ) เนื่องจากวัคซีนใช้วิธีพ่นเข้าจมูก จึงสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เยื่อบุโพรงจมูกได้โดยตรง ซึ่งเป็นด่านแรกที่ไวรัสใช้เข้าสู่ร่างกาย และยังเลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้หลายระบบ (ทั้งภูมิคุ้มกันแบบเซลล์และในกระแสเลือด) ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อไวรัสได้รวดเร็ว
- ประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในเด็ก มีงานวิจัยพบว่าวัคซีนแบบพ่นจมูกมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ซึ่งพบว่าป้องกันได้สูงถึง 88%
- ระยะเวลาการป้องกันอาจนานกว่า มีการศึกษาพบว่า ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนชนิดพ่นจมูกอาจอยู่ได้นานถึง 12 เดือน ขณะที่วัคซีนแบบฉีด ภูมิคุ้มกันมักจะเริ่มลดลงหลังผ่านไป 4-6 เดือน
ประสิทธิภาพของ วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพที่น่าสนใจหลายด้าน ดังนี้:
- ป้องกันโรคในเด็กและวัยรุ่นสูงถึง 88%
- มีประสิทธิภาพเหนือกว่าวัคซีนแบบฉีด (ชนิดเชื้อตาย หรือ TIV) ถึง 54.9%
- ลดความรุนแรงและลดการนอนโรงพยาบาล ได้ถึง 63%
- ช่วยลดการแพร่ระบาดในชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการป่วยสูงและแพร่เชื้อได้นาน
ข้อควรทราบ: วัคซีนชนิดนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยแพทย์หรือกุมารแพทย์จะเป็นผู้สั่งยาและให้บริการวัคซีนแก่ผู้ป่วย
ข้อจำกัดและกลุ่มที่ไม่ควรรับวัคซีนแบบพ่นจมูก
วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก มีข้อจำกัดและไม่แนะนำสำหรับกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้
-
กลุ่มอายุและคุณแม่ตั้งครรภ์
- เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี
- ผู้ใหญ่ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป
- คุณแม่ตั้งครรภ์
-
กลุ่มผู้มีภาวะทางสุขภาพ
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV, ผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด หรือผู้ที่รับยากดภูมิ
- เด็กอายุ 2-4 ปี ที่มีโรคหอบหืด หรือมีประวัติการหอบ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
- ผู้ที่กำลังมีอาการหอบอย่างรุนแรง (ควรรักษาให้หายก่อน)
-
กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาและการแพ้
- เด็กหรือวัยรุ่นที่กำลังใช้ยาแอสไพริน
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบในวัคซีน
ทั้งนี้ หากคุณมีโรคประจำตัวหรือไม่แน่ใจว่าสามารถรับวัคซีนชนิดนี้ได้หรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนรับบริการ

ผลข้างเคียงที่อาจพบจากวัคซีนแบบพ่นจมูก
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก โดยทั่วไปมีความปลอดภัย อาการข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่มักเป็นเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง และสามารถหายได้เอง
อาการทั่วไปที่อาจพบได้
- คัดจมูก หรือมีน้ำมูกไหล
- เจ็บคอ
- มีไข้ต่ำ ๆ หรือปวดเมื่อยตามตัวเล็กน้อย
ข้อควรระวัง: หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจลำบาก หน้าบวม หรือมีผื่นขึ้นทั่วร่างกาย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ขนาดและตารางการให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก
ปริมาณวัคซีนมาตรฐานต่อ 1 โดส คือ 0.2 มิลลิลิตร (โดยแบ่งพ่นเข้าโพรงจมูกข้างละ 0.1 มิลลิลิตร) โดยมีตารางการให้วัคซีนที่แตกต่างกันตามกลุ่มอายุ ดังนี้:
- เด็กอายุ 2 ปี – 8 ปี: รับวัคซีน 1 หรือ 2 โดส โดยจำนวนโดสจะขึ้นอยู่กับประวัติการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปีก่อนหน้า (ตามคำแนะนำของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน)
ในกรณีที่ต้องรับ 2 โดส จะต้องให้วัคซีนแต่ละโดสห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน
- เด็กอายุ 9 ปี – ผู้ใหญ่ 49 ปี: รับวัคซีน 1 โดส
การรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี คือวิธีป้องกันที่ง่าย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดใหญ่ ทั้งยังช่วยปกป้องคนรอบข้าง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงที่โรคระบาดสูง
และในปัจจุบัน การป้องกันก็ยิ่งง่ายและสะดวกสบายขึ้นด้วย วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก ที่เป็นทางเลือกใหม่ ไม่ต้องเจ็บตัว ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยค่ะ
ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย นพ. ชัยวัฒน์ เชื้อพันธุ์ แพทย์ หู คอ จมูก ภูมิแพ้

ที่มา: โรงพยาบาลสมิติเวช, hdmall , โรงพยาบาลพญาไท 2 , โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล
บทความที่น่าสนใจอื่นๆ
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ 2568 ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี
ข่าวดีมากแม่! วัคซีน RSV มาแล้ว เช็กรูปแบบและราคาพร้อมกันที่นี่!
วัคซีนเด็ก ตารางวัคซีน 2568 มีอะไรบ้าง ต้องฉีดตอนไหน พ่อแม่เช็กด่วน!!
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!