100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 57 อารมณ์ของแม่ท้อง ในช่วงตั้งครรภ์เป็นอย่างไร

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 57  อารมณ์ของแม่ท้อง ในช่วงตั้งครรภ์เป็นอย่างไร

หลาย ๆ คนคงสงสัยกันใช่ไหมว่า ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลายถึงมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้ขอนำบทความที่เกี่ยวกับ อารมณ์ของแม่ท้อง ในช่วงตั้งครรภ์มาฝากกัน

หลาย ๆ คนคงสงสัยกันใช่ไหมว่า ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลายถึงมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้ theAsianparent Thailand ขอนำบทความที่เกี่ยวกับ อารมณ์ของแม่ท้อง ในช่วงตั้งครรภ์มาฝากกัน มาดูกันว่าสาเหตุของอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป มีอะไรบ้าง

สาเหตุของการเปลี่ยนแลงทางอารมณ์ระหว่างตั้งท้อง

 

อารมณ์ของแม่ท้อง

อารมณ์ของแม่ท้อง

 

ในช่วงเวลาที่คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนภายในร่างกายของคุณแม่กำลังเปลี่ยนแปลง  ทำให้คุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เกิดขึ้นหลากหลาย  ทำให้คนรอบข้างมองว่า  คนท้องมักจะมีอารมณ์ที่ไม่แน่นอน  บางคนจากเดิมก่อนที่จะท้องจากคนเงียบ ๆ หรือคนอารมณ์ดีกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย  จนบางทีก็ทำให้คนรอบข้างลำบากใจทำอะไรไม่ถูกไปก็มีเหมือนกันมาดูกันว่าการเปลี่ยนแปลงอารมณ์คนท้องเกิดจากสาเหตุใด

เอสโตรเจนฮอร์โมน (estrogen) ส่งผลอารมณ์ของคุณแม่ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไตรมาสแรกกันเลย ทำให้คุณแม่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นคนขี้น้อยใจ เอาแต่ใจตัวเอง แอบเห็นแก่ตัวโดยไม่รู้ตัว อ่อนไหว ไร้เหตุผล ฯลฯ รวมถึงความกังวลเรื่องตั้งครรภ์ จนทำให้คุณแม่เครียดได้ง่าย และเสี่ยงที่จะเกิด ภาวะซึมเศร้า ได้เช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาของคุณแม่เพียงคนเดียว คนรอบข้างต้องพยายามทำความเข้าใจ เอาใจคนท้องในช่วงนี้กันหน่อย เพราะอารมณ์ของคุณแม่เป็นอย่างไร ก็จะส่งผลถึงเจ้าตัวน้อยในครรภ์ด้วย

การตั้งครรภ์ยังสามารถทำให้เกิดปัญหาด้านอารมณ์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย เช่น ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่อาจจะยากลำบากขึ้น แม่ท้องบางคนมีความต้องการทางเพศน้อยลง ซึ่งอาจจะทำให้สถาบันความรัก ความสัมพันธ์ กับคู่รัก แย่ลงได้ รวมถึง แม่ท้องอาจจะเกิดอารมณ์น้อยใจและรู้สึกเสียใจ เพราะความต้องการจะถูกเพิกเฉย รวมถึงบางคนรู้สึกแย่ในการปรับตัวเพื่อที่จะเป็นแม่

 

อารมณ์ของแม่ท้อง

อารมณ์ของแม่ท้อง

อารมณ์ ของแม่ท้อง

  • ไตรมาสแรก

แม่ท้องอ่อนในช่วงไตรมาสแรก การเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมน จะส่งผลให้คุณแม่กลายเป็นคนขี้รำคาญ หงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แถมยังรู้สึกน้อยใจกับเรื่องง่าย ๆ อีกทั้งยังเอาแต่ใจตัวเองเพิ่มขึ้น บางครั้งก็เกิดอารมณ์อ่อนไหว ซึมเศร้า ร้องไห้ง่าย ๆ รวมไปถึงอารมณ์ทางเพศไม่คงที่ อารามณ์ของคุณแม่ตั่งครรภ์ในไตรมาสแรกนั้นมักจะเดาอารามณ์ไม่ถูก การให้กำลังใจ และคอยปลอบโยนเป็นสิ่งที่บุคคลรอบข้างพึงกระทำ เพราะว่าคนท้องต้องการคนดูแลเอาใจใส่

  • ไตรมาสสอง

เมื่อผ่าน 3 เดือนแรกไปแล้ว คุณแม่จะเริ่มปรับสภาพกับความเปลี่ยนแปลงของตัวเองได้ดีขึ้น และเริ่มมีความสุขกับการเฝ้าดูพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ถึงแม้จะรู้สึกเหงา ๆ ยามที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว แต่ก็มีกิจกรรมที่ให้คุณแม่ได้ทำเพื่อเสริมพัฒนาการลูกในท้อง อย่างการชวนลูกคุย ร้องเพลง อ่านหนังสือ นับลูกดิ้น ส่องไฟฉาย สิ่งสำคัญที่ควรระวังสำหรับอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ในไตรมาสสองที่คุณแม่จะเริ่มมี คือ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดความไม่สบายเนื้อตัวปวดเมื่อยร่างกายได้งาน และตามมาด้วยอารมณ์ที่เครียดง่ายด้วย

  • ไตรมาสสุดท้าย

ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย อารมณ์คุณแม่ตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มักจะมีความกังวลใรเรื่องของการเตรียมตัวคลอด ไม่ว่าจะเป็นวิธีการคลอด วันเวลาที่ถูกหำหนด ลูกออกมาจะสมบูรณ์แข็งแรงดีหรือไม่ เมื่อลูกออกมาแล้วจะต้องทำตัวอย่างไร จะมีนมแม่ให้ลูกกินตั้งแต่แรกคลอดเลยหรือเปล่า และอีกหลาย ๆ ปัญหาที่คุณแม่กังวลและส่งผลให้เกิดความเครียดขึ้นมาได้ได้เช่นกัน

 

วิธีคลายเครียดด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกับคนท้อง

อารมณ์ของแม่ท้อง

อารมณ์ของ แม่ท้อง

1. ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ คุณแม่มาฟังเพลงเพราะ ๆ สบาย ๆ  นอกจากคุณแม่จะผ่อนคลายแล้ว  เสียงเพลงยังกระตุ้นพัฒนาการของทารกน้อยในครรภ์อีกด้วย  ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว !!! สุขใจทั้งแม่และลูกจริง ๆ

2. อ่านหนังสือเล่มโปรดในช่วงเวลาว่างคุณแม่หาหนังสือในแนวที่ชอบหรือสนใจ  แต่ขอให้มีเนื้อหาเบา ๆ เรื่องสยองขวัญ  ฆาตกรรมอำพราง  แม้จะชอบแต่ควรงดไว้ก่อน อ่านหนังสือช่วยให้จิตใจสงบ  ผ่อนคลาย  ที่สำคัญช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางด้านสมองให้แก่เจ้าหนูด้วย จะดีมาก ๆ ถ้าคุณแม่อ่านออกเสียงพร้อม ๆ ไปกับการลูบท้องเพื่อบอกให้หนูน้อยมาฟังแม่อ่าน

3. ฝึกสมาธิเพื่อผ่อนคลายการผ่อนคลายด้วยสมาธิเป็นวิธีง่าย ๆ  ที่คุณแม่สามารถปฏิบัติได้ทุกที่ทุกเวลา  โดยนั่งหลับตา  ปล่อยกล้ามเนื้อทุกส่วนให้ผ่อนคลาย  กำหนดลมหายใจเข้า ออก ช่วยลดความกังวลใจได้

4. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด คือ  การเดิน  คนท้องเดินวันละ 30 นาทีดีต่อสุขภาพครรภ์ นอกจากนี้  ยังมีการฝึกโยคะสำหรับแม่ท้อง ทั้งความสงบของจิตใจและความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกด้วย  แต่การออกกำลังกายคุณแม่ควรขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำจากคุณหมอก่อนก็ดี เพื่อความปลอดภัย

5. เลือกกลิ่นหอมเพื่อผ่อนคลาย สำหรับแม่ท้อง  การใช้อโรมาเทอราปีกลิ่นต่าง ๆ จะช่วยกระตุ้นประสาทการรับกลิ่น  ทำให้คุณแม่มีความรู้สึกสดชื่น  อารมณ์เบิกบาน โดยอาจเลือกใช้กลิ่นหอมจากสมุนไพรต่าง ๆ หรือแค่หาดอกไม้สวย ๆ มาปักแจกันให้บ้านดูสดชื่น กลิ่นหอมของดอกไม้ประเภทดอกกุหลาบ  ดอกมะลิ  ดอกแก้ว  จะช่วยให้คุณแม่สดชื่นได้  ควรเป็นกลิ่นหมอจากธรรมชาติจะปลอดภัยสำหรับคุณแม่

 

ลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กับ theAsianparent Thailand ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก มาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และ ลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบนแอพพลิเคชั่นในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแลทั้งอาหารการกินโดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคลทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

 

Source : 1 2 หนังสือ เตรียมตัวคลอดอย่างไรให้ปลอดภัย ทั้งแม่และเด็ก ผู้เขียน พ.ญ.ภักษะ เมธากูล

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทำไมลูกก้าวร้าว ต้นตอของปัญหาความก้าวร้าวในตัวเด็ก มีแบบไหนบ้าง

การขึ้นเสียงใส่ลูกส่งผลกระทบระยะยาว การพูดด้วยอารมณ์โมโหส่งผลเสียต่อลูก

การเคลื่อนไหว อารมณ์และการเล่น มีผลอย่างไรกับพัฒนาการของเด็กวัยหัดเดิน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

iamp

app info
get app banner