หยุด 5 พฤติกรรมพ่อแม่ ที่แย่ต่อสุขภาพลูก

หยุด 5 พฤติกรรมพ่อแม่ ที่แย่ต่อสุขภาพลูก

พ่อแม่ทุกคนย่อมต้องการมอบแต่สิ่งที่ดีให้กับลูกสุดที่รัก แต่อาจมีบางพฤติกรรมของพ่อแม่ที่กำลังทำลายสุขภาพของลูกโดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัว เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำลายสุขภาพเหล่านี้ ก็สามารถลดความเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัวได้

  1. อาหารเป็นพิษในตู้เย็น

หากคุณและลูกเคยมีอาการท้องเสียก่อนหน้านี้ คุณอาจคิดว่าเป็นเพราะอาหารที่คุณซื้อมาจากร้าน แต่คุณมั่นใจแล้วหรือว่า อาหารในตู้เย็นของคุณปลอดภัยต่อสุขภาพ

  • อย่าแช่กระป๋องหรือโลหะในตู้เย็น

หากคุณเปิดอาหารกระป๋อง หรือนมข้นหวาน แล้วทานไม่หมด ควรถ่ายใส่ภาชนะอื่น ไม่ควรแช่กระป๋องในตู้เย็น เนื่องจากโลหะสามารถปนเปื้อนลงสู่อาหารได้

  • อย่าปล่อยให้ตู้เย็นสกปรก

ควรทำความสะอาดตู้เย็นทุกสัปดาห์ หรือทุกสองสัปดาห์ และเช็ดคราบหกทันทีที่เห็น เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสิ่งแปลกปลอม ระหว่างอาหารที่ปรุงสุกแล้ว กับอาหารสด

  • กำจัดอาหารหมดอายุ

ตรวจสอบวันหมดอายุของอาหารก่อนบริโภคเสมอ โดยเฉพาะเมื่อคุณจำได้ว่าอาหารนั้นอยู่ในตู้เย็นเป็นเวลานานแล้ว และหากสงสัยว่ามันจะหมดอายุหรือยัง ควรเลือกที่จะทิ้งมันไปดีกว่า

อันตรายอย่างไร : อาหารเป็นพิษ

  1. บุหรี่มือสองมือสาม

ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเมื่ออาจหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสควันรถ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือมลพิษทางอากาศอื่นๆ แต่หากคุณหรือมีคนในครอบครัวสูบบุหรี่แล้วล่ะก็ ย่อมส่งผลร้ายต่อลูกน้อยของคุณ

ในควันบุหรี่มีสารเคมีกว่า 4,000 ชนิด โดยที่ 400 ชนิดนั้นเป็นสารพิษ และมีหลักฐานว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของที่สัมผัสสูดดมควันบุหรี่ โดยเฉพาะในเด็กและทารก

แม้ว่าคุณพยายามที่จะเลี่ยงไม่ให้ลูกๆ สูดดมควันจากบุหรี่ที่คุณสูบ แต่ว่าบุหรี่มือสามก็อันตรายไม่แพ้กัน โดยลูกๆ ก็ยังสามารถรับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมหลังจากที่บุหรี่ของคุณดับไปแล้วได้เช่นกัน

อนุภาคที่เป็นอันตรายเหล่านี้จะติดอยู่ตามเส้นผม ผิวหนัง เสื้อผ้า และในบ้านของคุณ บนพรม  ผ้าม่าน  พื้น และหน้าต่าง ซึ่งลูกของคุณอาจสัมผัสได้

อันตรายอย่างไร : ทำให้เป็นหวัด ระคายเคืองตาและจมูก ลดการเจริญเติบโตและการทำหน้าที่ของปอด ไอ หายใจมีเสียงวี้ด โรคหอบหือ ติดเชื้อที่หูและอก ปอดบวม หลอดลมอักเสบ และภาวะขาดอาการหายใจในทารก (SIDS).

บทความแนะนำ “ควันบุหรี่” หนึ่งสาเหตุของการเป็นปอดบวม

 

ยังมี พฤติกรรมทำลายสุขภาพ ลูกเพิ่มเติม คลิกหน้าถัดไป

  1. ผ้าเปียกในที่ร่ม

สำหรับครอบครัวที่อาศัยในอาคาร อพาร์ตเมนต์ หรือคอนโดมิเนียม อาจมีปัญหาพื้นที่ในการตากผ้า ทำให้ต้องเอามาแขวนไว้ในห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ห้องนอน

แต่จากการศึกษาพบว่า การนำผ้าเปียกมาตากไว้ในห้องที่มีการระบายอากาศไม่ดีหรือหน้าต่างปิดสามารถทำให้เกิดความชื้นมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นการเพาะพันธุ์เชื้อราและไรฝุ่น

อันตรายอย่างไร : โรคหอบหืด ไข้ละอองฟาง และโรคภูมิแพ้อื่นๆ

4. ปล่อยให้ลูกสัมผัสรังสียูวี

สำนักควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (CDC) ระบุว่า แค่ผิวมีรอยไหม้แดดรุนแรงไม่กี่แห่งก็เพียงพอที่จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังในเด็กแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่พ่อแม่ควรป้องกันลูกจากอันตรายของรังสียูวีทุกครั้งที่ออกกลางแจ้ง

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดตอนเที่ยงวัน

การหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งตอนเที่ยง เพราะเป็นช่วงที่รังสียูวีรุนแรงและเป็นอันตรายมากที่สุด

  • มองหาร่มเงา

หากจำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง พยายามมองหาร่มเงาใต้ต้นไม้ หรือพยายามอยู่ในเต็นท์

  • แต่งกายให้มิดชิด

ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และควรเลือกเสื้อผ้าสีเข้ม จะช่วยป้องกันยูวีได้ดีกว่าเสื้อผ้าสีอ่อน รวมถึงการใส่หมวก ควรเลือกที่สามารถป้องกันแดดได้ทั้งศีรษะ ใบหน้า หู และคอ

  • ใส่แว่นกันแดด

การใส่แว่นกันแดดไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่แว่นกันแดดดีๆ สามารถปกป้องดวงตาของลูกน้อยจากอันตรายของรังสียูวีได้จริงๆ

  • ทาครีมกันแดด

เมื่อไรก็ตามที่ลูกขอออกไปเล่นข้างนอก ควรให้ลูกทาครียมกันแดดที่มี SPF15 เป็นอย่างน้อย และสามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB  โดยทาก่อนออกแดด 30 นาที

บทความแนะนำ 7 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้ครีมกันแดด

อันตรายอย่างไร : โรคมะเร็งผิวหนัง ต้อกระจก

 

ยังมี พฤติกรรมทำลายสุขภาพ ลูกเพิ่มเติม คลิกหน้าถัดไป

  1. ปล่อยให้ลูกเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

นอกจากความปลอดภัยทางร่างกายของลูกแล้ว เราควรดูแลรักษาสุขภาพทางใจของลูกด้วย รวมถึงการระมัดระวังการรับสื่อออนไลน์ หรือทีวี

มีผลการศึกษาพบว่า สื่อที่ไม่เหมาะสมกับอายุ สามารถส่งผลกระทบต่อเด็กในระยะยาว ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดความกลัวและความไม่ปลอดภัยให้แก่เด็กโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

หากคุณเป็นกังวลเกี่ยวกับการรับสื่อของลูก คุณสามารถ

  • คัดกรองรายการทีวี หรือหนังที่เหมาะสม ก่อนให้ลูกดูเสมอ
  • อนุญาตให้ลูกดูทีวีหรือใช้อินเทอร์เน็ตในห้องที่คุณสามารถจับตาดูได้เท่านั้น
  • เปิดโหมดป้องกันเด็กบนมือถือของคุณ
  • สอนลูกให้รู้จักใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย
  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ของไวไฟที่บ้าน

อันตรายอย่างไร : เพิ่มพฤติกรรมก้าวร้าว ความรุนแรง ดื้อ ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่

ตอนนี้คุณก็ได้รู้แล้วว่า พฤติกรรมทำลายสุขภาพ ของคุณนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อยอย่างไร ยังไม่สายที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกและทุกคนในครอบครัวค่ะ

ที่มา ph.theasianparent.com

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

6 เรื่องที่พ่อแม่คิดว่าถูก อาจทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว

ระวัง! 9 ของใช้ในบ้าน ตัวการก่อมะเร็ง

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner