9 วิธี ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

9 วิธี ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

ผู้หญิงทุกคนล้วนอยากมีโอกาสอุ้มท้องครบตามกำหนดคลอดเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงของลูกน้อยเวลาออกมาลืมตาดูโลกกว้าง เรามาดูวิธีที่ช่วยให้ลูกอยู่ในท้องของคุณจนครบกำหนดคลอดกันดีกว่า

แม้ว่าการคลอดก่อนกำหนด จะเป็นสิ่งที่แม่ท้องทุก ๆ คนไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่การดูแล และครรภ์อย่างถูกต้อง ก็เป็นหนึ่งในวิธี ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด ได้เช่นกัน

แต่จะดูแลครรภ์อย่างไรให้ดีที่สุด เรามี 9 วิธี ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด ก่อนอื่น มาดูพฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจทำให้คุณแม่ต้องอุ้มครรภ์ไม่ครบตามกำหนดกันเสียก่อน

บทความ : คลอดก่อนกําหนดเกิดจากสาเหตุอะไร ทำไมแม่ตั้งครรภ์ถึงคลอดก่อนกำหนด ?

การคลอดก่อนกำหนด มีปัจจัยเสี่ยงมาจากหลายสาเหตุ เช่น

  • การสูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่มากๆ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุครรภ์อ่อน ๆ การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกฮอล์
  • การทานยาบางชนิดในขณะที่ยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ อาจมีผลต่อทารกในครรภ์
  • น้ำหนักตัวของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์น้อยเกินไป
  • การได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะธาตุสังกะสี ซึ่งรายงานระบุว่า สาเหตุของแม่ตั้งครรภ์ที่คลอดก่อนกำหนดเนื่องจากการได้รับธาตุสังกะสีไม่เพียงพอ
  • ทำงานหนักมากเกินไประหว่างตั้งครรภ์หรือทำอาชีพที่ต้องยืนตลอดเวลา
  • การมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง
  • การเสียสมดุลฮอร์โมน
  • การติดเชื้อในช่วงตั้งครรภ์ เช่น โรคหัดเยอรมัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด ทางเดินปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน หรือการติดเชื้อในช่องคลอดและน้ำคร่ำ เป็นต้น
  • ภาวะปากมดลูกปิดไม่สนิท
  • การหดรัดตัวของมดลูกที่ไว้ต่อการกระตุ้นและรุนแรงจนทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้
  • ภาวะรกเกาะต่ำ ใกล้ปากมดลูก

คุณแม่ท้องเชื่อหรือไม่ว่า วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถที่จะ ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด ได้

ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

ลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนด

กินบ่อย ๆ

นักวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั้นยังไม่พอ แต่ว่าที่คุณแม่ก็ควรจะรับประทานบ่อย ๆ โดยประมาณวันละ 5 ครั้งโดยทานอาหารหลัก 3 มื้อ และอีก 2 มื้อคือ อาหารว่าง หรือไม่ก็ทานอาหารมื้อเล็ก ๆ รวมกันสัก 5 มื้อ ต่อวัน หากทำได้อย่างนี้ก็จะลดโอกาส ที่จะเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้

ไม่อั้นปัสสาวะ

การอั้นปัสสาวะนอกจะสร้างความไม่สบายตัวแล้ว อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ในกระเพาะปัสสาวะได้ด้วย อาการที่สังเกตห็นได้ อาจจะเป็นการสร้างความระคายเคืองให้มดลูกและทำให้มดลูกบีบตัว นอกจากนี้ยังทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้อีกด้วย

รักษาโรคช่องคลอดอักเสบ

หากคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคช่องคลอดอักเสบ ควรรีบรักษาทันที ลองปรึกษาคุณหมอว่าทานยาจะเหมาะกับคุณหรืไม่ ผลการวิจัยส่วนหนึ่งระบุว่า ผู้หญิงที่เป็นโรคช่องคลอดอักเสบหากได้รับการรักษา ด้วยการทานยาปฏิชีวนะสามารถลดความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดได้ แต่ก็มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ขัดแย้งว่า ผู้หญิงป็นโรคช่องคลอดอักเสบต้องได้รับการรักษา ซึ่งจะช่วยลดโอกาสคลอดก่อนกำหนดอย่างไรก็ตามแพทย์ของคุณ คือผู้ที่ให้คำตอบได้ดีที่สุด

ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

รักษาสุขภาพเหงือก

การดูแลอนามัยของช่องปากเป็นวิธีเบื้องต้นที่ง่ายที่สุด และดีที่สุดที่สามารถช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนดได้ โรคเหงือกอักเสบเป็นสาเหตุหนึ่งของการคลอดก่อนกำหนด ตังนั้นจึงควรแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน ไปพบหมอฟันอย่างน้อย 1 ครั้งระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากนี้หากมีอาการอะไรผิตปกติแม้แต่เพียงเล็กน้อย ก็ควรรีบดูแลรักษาก่อนที่จะเป็นมากกว่าเติม

ทานวิตามินสำหรับตั้งครรภ์

วิตามินระหว่างตั้งครรภ์ไม่ใช่แต่ จะทำให้คุณ และลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงเท่นั้น แต่ยังช่วยให้คุณเพิ่มโอกาสอุ้มท้องจนครบกำหนตด้วย การกินวิตามินไม่สามาถนำมาใช้แทนการรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่ไต้ แต่สามารถสร้างความสบายใจได้ว่า ในแต่ละวันคุณจะได้รับสารอาหารครบถ้วน

ดื่มน้ำเยอะ ๆ

พยายามดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว หากอากาศร้อน หรือออกกำลังกายก็ควรดื่มน้ำมากขึ้น เพื่อรักษาความชุ่มชื่นของร่างกายและเพิ่มโอกาสให้คุณอุ้มท้องจนครบกำหนดคลอตด เพราะหากคุณขาดน้ำจะทำให้เกิดการเจ็บท้องคลอตก่อนกำหนดได้

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มีผลดีต่อคุณและลูก นอกจากนี้เรายังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ การรับประทานอาหารที่สมดุลช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนดไต้

ระวังน้ำหนัก

การเพิ่มน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ที่มาจนเกินไป เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน ขณะตั้งครรภ์ และครรภ์เป็นพิษให้คุณ ทั้ง 2 โรคนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดทั้งสิ้น ในทางตรงกันข้าม หากคุณเพิ่มน้ำหนักตัวเพียงนิดเดียวระหว่างตั้งครรภ์ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงให้คุณคลอดก่อนกำหนตได้เช่นกัน นอกจากนี้ลูกที่คลอดยังมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยอีกด้วย ดังนั้นน้ำหนักขณะตั้งครรภ์ ควรเพิ่มขึ้นในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 11.3 - 15.8 กิโลกรัม แล้วคุณจะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มโอกาสให้คุณคลอดลูก ที่มีน้ำหนักปกติ เมื่อครบกำหนตคลอด

ทางเลือกอื่น ๆ

งานวิจัยชิ้นใหม่ระบุว่า ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดของผู้หญิง ที่เคยคลอดก่อนกำหนด หากคุณเคยคลอดก่อนกำหนดลองปรึกษาแพทย์ดูว่คุณควรฉีดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเข้าสู่ร่างกายหรือไม่ ลองทดสอบดูว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดหรือไม่ ปัจจุบันนี้มีการตรวจคัดกรอง เพื่อดูว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดหรือไม่อยู่ ลองปรึกษาคุณหมอดูค่ะ

ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

ลูกคลอดก่อนกำหนด จะแข็งแรงไหม

บทความ : ถ้าลูกต้องคลอดก่อนกำหนด สัปดาห์ที่เท่าไหร่ลูกถึงจะรอด

เด็กๆ ที่ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 24 แม้จะรอด แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะมีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังได้ค่ะ ภาวะแทรกซ้อนที่มีความเสี่ยงก็อย่างเช่น การติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพ เด็กๆ อาจจะมีการฉีดเสตียรอยด์ เพื่อช่วยในการพัฒนาของปอด หรือเด็กๆ ที่คลอดในสัปดาห์ที่ 32-34 อาจจะต้องมีการให้แมกนีเซียม เพื่อช่วยในการทำงานของระบบประสาท เป็นต้นค่ะ แต่การช่วยเหลือดังกล่าวก็อาจจะส่งผลกระทบด้านสุขภาพ ทั้งระยะสั้นและระยะยามตามมาได้เช่นกัน

  • เด็กทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดเพียง 1.25 กิโลกรัม อาจมีปัญหาโรคจอประสาทตาผิดปกติในทารกคลอดก่อนกำหนด แต่มีเพียง 6% ที่ต้องได้รับการรักษา
  • เด็กทารกจำนวน 25% ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 1.5 กิโลกรัม จะบกพร่องทางการได้ยิน
  • เด็กทารกที่มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ จะมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้มากกว่า เด็กที่มีน้ำหนักแรกคลอดสูงกว่า
  • มีการศึกษาที่พบว่าเด็กอายุ 7-8 ขวบ ที่เกิดในสัปดาห์ที่ 32 จะมีภาวะบกพร่องในพัฒนาการการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อร่างกาย ( Developmental Coordination Disorder ) เป็นจำนวนสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับเด็กที่คลอดตามกำหนดที่มีเพียงแค่ 6%
  • เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีพัฒนาด้านกล้ามเนื้อต่างๆ ช้ากว่าเด็กตามเกณฑ์ แม้จะมีสติปัญญาปกติก็ได้ แต่จะส่งผลกระทบชัดเจนเมื่อถึงวัยเรียน

source : www.mayoclinic.org

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ประสบการณ์จริง คลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษ ลูกอยู่รพ.เกือบ 2 เดือน

8 วิธีลดความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ทำอย่างไรได้บ้าง? ให้ลูกปลอดภัย

เตรียมตัวก่อนคลอดลูก ต้องทำอะไรบ้าง? ของสิ่งไหนจำเป็น?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

จุฑาทิพ ดันน์

app info
get app banner