วิธีคุมกําเนิด แบบไหนดีที่สุด! กินยาคุม ใส่ถุงยาง ฝังเข็มยาคุม หรือทำหมันเลยดีไหม

lead image

คุมกําเนิดวิธีไหนดี วิธีคุมกําเนิดที่ดีที่สุดมีไหม แล้วการคุมกําเนิดแบบไหนที่ใช่สำหรับเรา

วิธีคุมกําเนิด แบบไหนดีที่สุด!

อยากมีเซ็กส์แต่ไม่อยากท้อง วิธีคุมกําเนิด แบบไหนเอาอยู่ ถูกจริต เหมาะกับการใช้ชีวิต! มาดูการเลือกวิธีคุมกําเนิดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์

 

วิวัฒนาการของการคุมกำเนิด

ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล ได้เล่าถึงวิวัฒนาการของวิธีคุมกําเนิดว่า วิวัฒนาการของการคุมกำเนิด เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2500 โดยยาเม็ดคุมกำเนิดเม็ดแรกเกิดขึ้นในยุโรป จากนั้นก็มีการพัฒนาไปสู่ยาฉีดคุมกำเนิด ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้นทั้ง 2 วิธี ได้เข้ามาประมาณ พ.ศ.2510 จากนั้นก็มีการพัฒนาไปสู่ห่วงอนามัย ยาฝังคุมกำเนิด แหวนคุมกำเนิด การทำหมันถาวร แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีการคุมกำเนิดขึ้นทุกด้าน เช่น

  • ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนต่ำ มีความปลอดภัย และเป็นธรรมชาติที่สุด โดยยาเม็ดบางชนิดสามารถช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้
  • ยาฉีดมีการพัฒนาจากที่ต้องฉีด 3 เดือน เหลือเพียง 1 เดือน และลดขนาดจาก 3 ซีซี เหลือเพียง 1 ซีซีเท่านั้น
  • ยาฝังคุมกำเนิด เดิมทีต้องใช้มากถึง 6 หลอด เพื่อคุมกำเนิด ใน 5 ปี ปัจจุบันใช้เพียง 2 หลอด คุมได้ 5 ปี หรือ 1 หลอด คุมได้ 3 ปี
  • ห่วงอนามัย ในอดีตเป็นห่วงที่มีทองแดง ทุกวันนี้เปลี่ยนเป็นห่วงที่มีฮอร์โมนเพื่อลดประจำเดือนและอาการปวด รวมทั้งช่วยรักษาโรคบางโรคได้

ทั้งนี้ ในอนาคตจะมียาเม็ดคุมกำเนิดที่มีขนาดน้อยลง มีการกินที่น้อยลง ในอนาคตอันใกล้อาจจะมียาที่กินเพียง 1 สัปดาห์ แต่สามารถใช้คุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะต้องกินทั้งเดือนเหมือนปัจจุบัน

 

วิธีคุมกําเนิดชนิดต่าง ๆ

จากวิวัฒนาการของการคุมกำเนิด จะเห็นได้ว่า การคุมกำเนิดมีอยู่หลายวิธี สำหรับการคุมกำเนิด หมายถึง การป้องกันการปฏิสนธิระหว่างเชื้ออสุจิของชายและไข่ของหญิง โดยวิธีคุมกำเนิดมี 2 แบบคือ วิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราวและวิธีคุมกำเนิดแบบถาวร

วิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว-การคุมกำเนิดสำหรับผู้ชาย

ถุงยางสำหรับผู้ชาย ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดยอดนิยม หากใช้ถุงยางอย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกด้วย

การคุมกำเนิดด้วยการใช้ถุงยางอนามัยนี้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ราว ๆ 18% ป้องกันได้โดยการสวมถุงยางอนามัยที่องคชาตเพศชายขณะแข็งตัวเพื่อไม่ให้เชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกไปปฏิสนธิกับไข่

ข้อควรระวัง : หากสวมใส่ถุงยางอนามัยผิดวิธีหรือไม่ระวังมีโอกาสทำให้ลื่นหลุดหรือฉีกขาด หรือเมื่อหลั่งเชื้ออสุจิเรียบร้อยแล้ว ปล่อยแช่ทิ้งไว้ไม่รีบถอดถุงยางอนามัยออกมาอาจจะทำให้ถุงยางอนามัยหลุดออกคาช่องคลอดได้

วิธีคุมกำเนิดแบบถาวร-การคุมกำเนิดสำหรับผู้ชาย

การทำหมันชาย เป็นการตัดและผูกท่อนำอสุจิ เมื่อผู้ชายจะหลั่งน้ำออกมา จะไม่มีสเปิร์มออกมาด้วย วิธีนี้ทำกันได้ง่าย ๆ ตามสถานพยาบาลทั่วไป แม้จะมีผลทำให้ผู้หญิงไม่ตั้งครรภ์ แต่อารมณ์ทางเพศยังอยู่ครบเหมือนเดิม รวมถึงสมรรถภาพทางเพศด้วย

วิธีนี้เหมาะสำหรับคู่ที่ไม่ต้องการมีลูกอีก ทำให้ภรรยามีโอกาสตั้งครรภ์เพียง 0.15% หรือที่เรียกกันว่า หมันหลุด

 

วิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว-การคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง

  • ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด

ยาคุมกำเนิดจะมี 2 แบบ คือ แบบ 21 เม็ด และแบบ 28 เม็ด โดยแบบ 28 เม็ดมี 7 เม็ดสุดท้ายจะเป็นวิตามินและแร่ธาตุ มีไว้ให้รับประทานเพื่อกันลืม

วิธีรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดควรจะทานเป็นเวลาเดียวกัน ทุกวันเพื่อกันลืม โดยเริ่มยาคุมกำเนิดเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือน หรือภายในวันที่ 5 ของวันที่มีประจำเดือนมา ถ้าลืมรับประทาน 1เม็ด ให้กินทันทีที่นึกได้ แล้วกินเม็ดถัดไปตามเวลาเดิม ถ้าลืมกิน 2 วันติด ๆ กัน แล้วนึกขึ้นได้ในวันที่ 3 ให้กินยาวันละ 2 เม็ด เวลาเช้าและเย็น 2 วัน และเพื่อความปลอดภัยและมั่นใจ เดือนนี้ควรใช้ถุงยางอนามัยควบไปด้วย ถ้าลืมรับประทานยา 3 เม็ด ให้งดยาแผงนั้นแล้วคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นเช่นใช้ถุงยางจนกว่าประจำเดือนจะมา ค่อยเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่ ข้อดีของวิธีนี้คือสะดวก หยุดยาไประยะหนึ่งก็สามารถมีบุตรได้อีก วิธีคุมกำเนิดนี้มีโอกาสตั้งครรภ์ 9% ซึ่งสวนมากมาจากการลืมกินยานั่นเอง

ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด ยังทำให้มีประจำเดือนที่สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงของการเกิดเนื้องอกในมดลูก โอกาสมีซีสต์ในรังไข่น้อยลง

  • ยาคุมฉุกเฉิน

ภญ.กษมา กาญจนพันธุ์ อธิบายถึงยาคุมกำเนิดฉุกเฉินว่า ต้องรับประทานอย่างถูกวิธีเพื่อประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด ควรรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ และรับประทานเม็ดที่ 2 หลังจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมง (พบว่าการรับประทานหลังมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว 120 ชั่วโมงจะไม่มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเลย) หากอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังรับประทานยา ควรกินเม็ดนั้นซ้ำอีกครั้ง ตัวเลขที่แสดงถึงประสิทธิภาพการป้องกันการตั้งครรภ์ตามเวลาที่กินยาคุมฉุกเฉินเป็น ดังนี้ค่ะ

  1. กินยาเม็ดแรกภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากมีเพศสัมพันธ์ จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 95%
  2. กินยาเม็ดแรกภายใน 25-48 ชั่วโมง จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 85%
  3. กินเม็ดแรกหลังจาก 48 ชั่วโมงไปแล้ว ประสิทธิภาพในการป้องกันจะนัอยกว่า 60%
  • ฉีดยาคุม หรือยาคุมกำเนิดแบบฉีด

การฉีดยาคุมกำเนิดถือเป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงวิธีหนึ่ง โดยการฉีดฮอร์โมนเจสตาเจนเข้ากล้ามเนื้อที่สะโพก หรือต้นแขน สามารถคุมกำเนิดได้ 3 เดือน ระยะแรกของการฉีดอาจมีประจำเดือนกะปริดกะปรอย เมื่อฉีดไปสักระยะ อาจไม่มีประจำเดือนเลย ซึ่งทั้งสองอาการนี้ไม่ได้เป็นอันตรายใด การฉีดยาคุมกำเนิดมีโอกาสตั้งครรภ์เพียง 6%

สำหรับผลข้างเคียง เช่น น้ำหนักตัวเพิ่ม ปวดศีรษะ วิงเวียน มีสิวขึ้น ผิวมัน ท้องอืดเฟ้อ หน้าอกคัดตึง แน่นท้อง อารมณ์และความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง หลังการฉีดยาคุมกำเนิดแล้วจะไม่สามารถขจัดฮอร์โมนออกจากร่างกายได้ ผลข้างเคียงเหล่านี้จึงอาจเกิดขึ้นนับแต่วันที่ฉีดและจะคงอยู่หลังจากนั้นระยะหนึ่ง

  • ฝังยาคุมกำเนิด

การคุมกำเนิดแบบฝังเป็นการนำแท่งพลาสติกเล็ก ๆ ที่มีฮอร์โมนเจสตาเจนใส่เข้าไปที่ต้นแขนของผู้หญิงเพื่อป้องกันไข่ตกและป้องกันไม่ให้สเปิร์มเข้าไปในรังไข่ มีระยะเวลาในการคุมกำเนิด 3 ปี และ 5 ปี หลังจากนั้นก็ให้แพทย์เอาออก การคุมกำเนิดแบบนี้ มีโอกาสตั้งครรภ์เพียง 0.05% เท่านั้น เหมาะกับผู้หญิงที่มีลูกแล้ว และควรรับการฝังยาคุมกำเนิด 5 วันแรกของรอบประจำเดือน หรือหลังแท้งไม่เกิน 1 สัปดาห์ หรือหลังผ่าคลอด 4 - 6 สัปดาห์

ผลข้างเคียงผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกปวดศีรษะ หน้าอกคัดตึง ท้องอืดเฟ้อ อารมณ์และความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง รวมทั้งอาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอย หลังจาก 6 - 12 เดือน ประจำเดือนจะมาตามปกติ

  • ห่วงอนามัย

ห่วงคุมกำเนิดเป็นการใส่เครื่องมือในโพรงมดลูก เหมาะกับผู้หญิงที่ผ่านการมีลูกมาแล้ว ป้องกันการตั้งครรภ์ได้นาน 3 ปี 5 ปี 10 ปี การคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะมีโอกาสตั้งครรภ์เพียง 0.2% โดยมีทั้งห่วงอนามัยชนิดไม่มีสารเคมีประกอบรูปตัวเอส และห่วงอนามัยชนิดที่มีสารเคมีประกอบแบ่งเป็น  ห่วงอนามัยเคลือบสารทองแดงและห่วงอนามัยเคลือบฮอร์โมน

ข้อควรระวัง : ตอนปลายของห่วงมีสายสำหรับให้ผู้ที่ใส่ห่วงอนามัยตรวจห่วงด้วยตัวเองทุกเดือนหลังหมดประจำเดือนว่าห่วงยังอยู่ในโพรงมดลูกหรือไม่

 

วิธีคุมกำเนิดแบบถาวร-การคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง

หมันหญิง มี 2 แบบคือ การทำหมันเปียกและการทำหมันแห้ง

การทำหมันเปียก คือ การทำหมันหลังคลอดบุตรภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งมดลูกยังมีขนาดใหญ่ ลอยอยู่ในช่องท้อง ยังไม่หดตัวกลับเข้าอุ้งเชิงกราน หรือเรียกว่ามดลูกยังไม่เข้าอู่ จึงสามารถหาท่อนำไข่ 2 ข้างได้ง่าย วิธีที่นิยมคือ การผูกท่อนำไข่ และตัดท่อนำไข่บางส่วนออกทั้งสองข้าง โดยลงแผลผ่าตัดใต้สะดือ ขนาดแผลยาวประมาณ 2 -5 ซม.

การทำหมันแห้ง คือ การทำหมันในเวลาอื่นไม่ใช่หลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่มดลูกมีขนาดปกติ มี 2 วิธี คือ

  • วิธีแรก การผ่าตัดที่ระดับหัวเหน่า แล้วตัดผูกท่อนำไข่ทั้งสองข้าง วิธีนี้ขนาดแผลจะโตกว่าหมันเปียกเล็กน้อย
  • วิธีที่สอง การส่องกล้องเข้าไปโดยเปิดแผลหน้าท้อง แล้วตัดผูกท่อนำไข่ หรือจี้ตัดด้วยกระแสไฟฟ้า หรือใช้ยางสังเคราะห์รัดท่อนำไข่

จะเห็นได้ว่า ความแตกต่างระหว่างทำหมันเปียก กับทำหมันแห้งอยู่ที่ช่วงเวลาในการทำหมันเท่านั้น คุณแม่ส่วนมากมักเลือกวิธีทำหมันเปียก (ทำหมันหลังคลอด) เนื่องจาก มดลูกยังลอยอยู่ การหาท่อนำไข่ทำได้ง่ายกว่า แผลเล็กกว่า และเจ็บตัวในช่วงคลอดบุตรทีเดียว

 

ยาคุมกำเนิดแม่ให้นม

ภญ.กษมา กาญจนพันธุ์ แนะนำวิธีการคุมกำเนิดหลังคลอดแม่ให้นมลูกว่า แม้ว่าการให้ลูกดูดนมจากเต้าเป็นการคุมกำเนิดโดยวิธีธรรมชาติ (LAM-Lactation Amenorrhea Method) เนื่องจากในขณะที่ลูกดูดนมแม่ระดับฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) จะสูงขึ้นทำให้ยับยั้งการตกไข่ คุณแม่ที่ให้ลูกดูดนมจากเต้าสม่ำเสมออย่างน้อยทุก 3-4 ชม. จะทำให้สามารถควบคุมการตกไข่ได้ถึง 95% โดยอาจมีเลือดออกทางช่องคลอดคล้ายเลือดประจำเดือนได้หลาย ๆ เดือนโดยที่ยังไม่มีการตกไข่

แต่ถ้าคุณแม่ไม่ได้ให้นมลูก อาจเริ่มมีประจำเดือนได้ตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 120 หลังคลอด (วันที่ 55 ถึง 60 โดยเฉลี่ย) โดยคุณแม่ที่เริ่มมีประจำเดือนเร็วหลังคลอดจะยิ่งเพิ่มโอกาสการตกไข่และการตั้งท้องได้ พบว่า ร้อยละ 52 ของคุณแม่หลังคลอดที่เริ่มมีประจำเดือนภายใน 60 วันหลังคลอดจะมีการตกไข่ร่วมด้วย

การทานยาคุมกำเนิดของแม่ให้นม ต้องคำนึงถึงชนิดยาคุมกำเนิด เพราะถ้าคุณแม่ไปเลือกทานยาที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ก็จะทำให้ปริมาณและคุณภาพของนมแม่ลดน้อยลง

อ่านเพิ่มเติม ยาคุมกำเนิดแม่ให้นม ลูกดูดนมแม่ปลอดภัย น้ำนมไม่หด ไม่ลดปริมาณ

 

จะเห็นได้ว่าวิธีคุมกําเนิดมีหลากหลาย ไม่มีวิธีคุมกําเนิดแบบไหนที่ดีที่สุด เพียงแค่เหมาะที่สุดสำหรับการใช้ชีวิต เช่น มีเพศสัมพันธ์บ่อยแค่ไหน ความสะดวกของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย อย่างไรก็ตาม การคุมกำเนิดนั้นไม่มีวิธีไหนที่จะได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ

 


*ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และนำรูปภาพไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืน ทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

10 อาการกวนใจจากยาคุมกำเนิด

อยากได้ลูกสาวต้องทำยังไง กินอะไรถึงจะได้ลูกสาว เทคนิคการเลือกเพศลูกที่พ่อแม่ต้องรู้!

9 ท่าเซ็กส์จีนโบราณ กามาสุตราว่าแซ่บแล้ว โล้สำเภาจีนก็ม่วนไม่แพ้กัน

วิธีการมีเพศสัมพันธ์ให้นาน อึด ทน #จนต้องร้องขอชีวิต

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya