รู้จักอาร์โคเซีย Arcoxia ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ต้องกินอย่างไรถึงจะปลอดภัย

รู้จักอาร์โคเซีย Arcoxia ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ต้องกินอย่างไรถึงจะปลอดภัย

 หลายคนคงเคยได้ยินหรือใช้ยาชนิดที่เรียกว่า Arcoxia โดยที่อาจยังสับสนว่าเป็นยาแก้ปวดหรือแก้อักเสบกันแน่ เรามารู้จักกับยาชนิดนี้กันดีกว่า

... Arcoxia เป็นชื่อทางการค้า ซึ่งตรงกับ Etoricoxib ซึ่งมีระดับความเข้มข้นในตลาด 3 ขนาด คือ  60, 90 & 120mg

     ยาอาร์คอกเซีย จัดเป็นยา NSAIDs กลุ่มใหม่ สามารถใช้ลดอาการอักเสบ และอาการปวดได้โดยไม่ส่งผลต่อกระเพาะอาหาร และเกล็ดเลือด โดยการออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ cyclo-oxygenase

                                         

          รู้จักอาร์โคเซีย Arcoxia ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ต้องกินอย่างไรถึงจะปลอดภัย                                       

ยาอาร์คอกเซีย ออกฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดต่อไปนี้

  • อาการปวดข้อเสื่อม (Osteoarthritis) 
  • ข้ออักเสบรูมาตอยด์(Rheumatoid arthritis) 
  • ข้อสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing spondylitis) 
  • อาการปวดทั่วไป
  • สัญญาณของการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับเกาต์ชนิดเฉียบพลัน (Acute gouty arthritis) 
  • ใช้รักษาอาการปวดในระยะสั้นหลังทำทันตกรรม

 

Arcoxia ทำงานโดยหยุดการทำงานของเอนไซม์ cyclo-oxygenase ที่มีหน้าที่ผลิต prostaglandins ที่สร้างขึ้น เมื่อมีการบาดเจ็บ หรือโรคบางอย่าง ทำให้เรารู้สึก ปวด (pain), บวม (swelling) และ อาการอักเสบ (inflammation).  Arcoxia จึงระงับอาการปวด และอักเสบ.

กลไกการอักเสบของร่างกายนั้น เริ่มต้นจากเอนไซม์ ไซโคลออกซิจิเนส (Cyclooxygenase: COX)  แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ตือ COX-1 และ COX-2  ยา NSAIDs ทั่วไปจะไปยับยั้งทั้งเอนไซม์ COX-1 และ COX-2 ทำให้การหลั่งพรอสตาแกลนดินส์ลดลง ผลคือ ยาจะสามารถลดอาการอักเสบ ปวด และไข้ได้  เอนไซม์COX-1 เท่านั้นที่จะหลั่งสารพรอสตาแกลนดินส์ซึ่งสามารถกระตุ้นการทำงานของเกล็ดเลือด กระตุ้นให้เกิดการแข็งตัวของเลือด และช่วยป้องกันกระเพาะจากกรดของชั้นเยื่อเมือก ยากลุ่ม NSAIDs ทั่วไป ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเลือดออกได้ ต่อมาใด้มีการพัฒนายา NSAIDs กลุ่มใหม่ ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเฉพาะเอนไซม์ COX-2 เท่านั้น เมื่อการออกฤทธิ์ของยาอาร์โคเซียไม่เกี่ยวข้องกับการยับยั้ง COX-1 จึงทำให้ยาไม่ส่งผลต่อการทำลายของกระเพาะอาหาร และการแข็งตัวของเลือด 

ข้อบ่งใช้อาร์โคเซีย

อาร์โคเซีย ใช้สำหรับลดอาการปวดและอาการอักเสบในโรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (ankylosing spondylitis) ข้ออักเสบเฉียบพลันในโรคเกาต์ (acute gouty arthritis) อาการปวดเฉียบพลันจากการทำศัลยกรรมทางทันตกรรม (dental surgery) อาการปวดประจำเดือน อาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกเรื้อรัง

ปฏิกิริยาของยาอาร์โคเซียกับยารักษาตัวอื่นๆได้แก่

ยาอาร์โคเซียออกฤทธิ์ใน 24 นาที และระงับอาการปวดได้นานกว่า 24 ชม.และถูกขับออกทางไตเป็นส่วนใหญ่ (70%) และจับกับโปรตีนในเลือดได้ถึง 92%  จึงสามารถเกิดปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่จับกับโปรตีนในเลือดได้สูง เช่น ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ยาป้องกันลิ่มเลือด ยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาวัณโรคหรือการติดเชื้ออื่นๆ ยาขับน้ำ (ยาขับปัสสาวะ) ยาในกลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors) และยาแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ (angiotensin receptor blockers) ยาลดความดันโลหิตหรือรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว ยาลิเทียม (Lithium) ยารักษาโรคซึมเศร้าชนิดหนึ่ง ยาคุมกำเนิด การบำบัดทดแทนฮอร์โมน ยาเมโธเทรกเซท (Methotrexate) และยากดภูมิคุ้มกัน

รู้จักอาร์โคเซีย Arcoxia ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ต้องกินอย่างไรถึงจะปลอดภัย

ข้อปฏิบัติในการใช้ยาอาร์โคเซีย

  • ทานยาพร้อมอาหาร หรือตอนท้องว่างก็ได้ (โดยทานขณะท้องว่างทำงานเร็วกว่า)

ไม่แนะนำให้ทานยา กลุ่ม NSAIDs (รวม Arcoxia) ในขนาดสูง เช่น 3 เม็ดใน 1 วัน ถือว่า เกินขนาด และเสี่ยงต่ออาการข้างเคียง เช่น ด้านหัวใจและหลอดเลือด , ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น และต่อไต.

  • ไม่ควรรับประทานยา Arcoxia ติดต่อกันเป็นเวลานานเพื่อรักษาอาการปวดและการอักเสบ ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดผลข้างเคียงและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องทานติดต่อกันระยะยาวควรติดตามการทำงานของตับ ไตและผลข้างเคียงอื่นๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงได้มาก และถ้าพบความผิดปกติ เช่น ปวดแสบท้อง ถ่ายดำ เจ็บหน้าอก หน้ามืด ปัสสาวะไม่ออก ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อความปลอดภัย
  • ถ้ามีอาการเวียนศีรษะ รู้สึกหมุน หรือง่วงนอนขณะรับประทานยาอาร์โคเซีย ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ หรือการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
  • ให้แจ้งแพทย์กรณีที่เกิดอาการแสดงที่เป็นไปได้ว่าเกิดจากการทำงานของตับผิดปกติ เชน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้องบริเวณด้านบนขวา เป็นต้น

รู้จักกับยาชนิดนี้กันแล้ว คงต้องใช้ให้ถูกกับอาการและใช้อย่างถูกวิธี ให้เป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคกันนะคะ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

nichnipa

app info
get app banner