ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

น้องบอย อายุ 3 วัน มีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง ตั้งแต่อายุ 1 วัน หมอได้เจาะเลือด หาสาเหตุแล้วพบว่า น้องบอยตัวเหลืองจากภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD จึงได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟ และให้คำแนะนำกับคุณแม่เกี่ยวกับภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ดังนี้ค่ะ

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD คืออะไร?

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD เป็นภาวะความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ร่างกายมีเอนไซม์ G-6-PD หรือ Glucose-6-phosphate dehydrogenase ต่ำกว่าปกติ ซึ่งเอนไซม์นี้มีหน้าที่ช่วยในการทำลายสารอนุมูลอิสระ ที่เป็นพิษต่อเซลล์ของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดแดง จึงช่วยปกป้องเม็ดเลือดแดงจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย ผู้ที่ขาดเอนไซม์ชนิดนี้จึงมีเม็ดเลือดแดงที่แตกง่ายกว่าปกติเมื่อเกิดสภาวะความผิดปกติของร่างกาย เช่น การติดเชื้อ หรือการได้รับยาบางชนิด

อาการของภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD เป็นอย่างไร?

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

ผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD อาจมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองตั้งแต่แรกเกิด หรือมีอาการเมื่อโตขึ้นจากการแตกของเม็ดเลือดแดงอย่างเฉียบพลัน ภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังสัมผัสกับสารที่กระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตก โดยผู้ป่วยจะมีอาการ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีน้ำตาลดำคล้ายน้ำปลาหรือเครื่องดื่มโคล่า นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีภาวะไตวายเฉียบพลันเนื่องจากสารฮีโมโกลบินจากเม็ดเลือดแดงที่แตกไปตกค้างอยู่ในทางเดินปัสสาวะจนเกิดการอุดกั้น อาจเกิดภาวะเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ และผู้ป่วยอาจมีภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้หากมีโลหิตจางมาก

สิ่งที่กระตุ้นให้ผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD มีเม็ดเลือดแดงแตกได้แก่อะไรบ้าง?

สิ่งที่กระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆได้ดังนี้ค่ะ
1. การติดเชื้อโรคชนิดต่างๆ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อโรคอื่นๆ
2. ยา หลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น primaquine, sulfonamide, nitrofurantoin, aspirin, dapsone เป็นต้น
3. สารเคมี ได้แก่ ลูกเหม็น (napthalene)
4. อาหาร ได้แก่ ถั่วปากอ้า

ทราบได้อย่างไรว่าลูกมีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD?

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีอาการเหมือนกับเม็ดเลือดแดงแตกจากภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ข้างต้น ควรไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจเลือดวัดระดับเอนไซม์ G-6-PD หรือ ตรวจดูลักษณะรูปร่างเม็ดเลือดแดงที่แตกซึ่งจะมีลักษณะแหว่งผิดปกติ

หากลูกมีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ควรได้รับการดูแลอย่างไร?

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในเด็ก

หากทราบว่าลูกมีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD และมีอาการซีด อันเกิดจากเม็ดเลือดแดงแตก ก็ควรรีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เพราะอาจต้องได้รับเลือด และได้รับสารน้ำที่เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะไตวาย และรักษาความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือด
นอกจากนี้ในภาวะปกติ ผู้ป่วยที่มีมีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกทุกชนิด พกบัตรประจำตัวผู้ป่วยที่คุณหมอให้ไว้ตลอด และแจ้งคุณหมอทุกครั้งที่มีอาการเจ็บป่วยว่ามีภาวะนี้ เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงยาบางชนิดที่กระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกได้

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD เป็นภาวะที่ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ เพียงแต่ต้องระมัดระวังและหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่สามารถกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ หากคุณพ่อคุณแม่ทราบว่าลูกมีภาวะนี้และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง รวมทั้งสอนให้ลูกรู้จักและเข้าใจภาวะนี้ของตนเองได้ ก็ไม่ต้องวิตกกังวลนะคะ

 

ขอบคุณภาพประกอบ 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

โรค PPHN ภาวะความดันเลือดในปอดสูงในทารกแรกเกิด

ห้ามลืม ! ยารักษาโรคที่ควรพกติดกระเป๋าเวลาเดินทาง

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner