พัฒนาการทางภาษา เด็กวัย 8 เดือน เจริญเติบโตไปขั้นไหนแล้ว

พัฒนาการทางภาษา เด็กวัย 8 เดือน เจริญเติบโตไปขั้นไหนแล้ว

ลูกน้อยเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เด็กวัย 8 เดือน เริ่มโตเก่งขึ้นกว่าเดิมแล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องฝึกพัฒนาการ สำหรับ เด็กวัย 8 เดือน มากันค่ะว่าลูกน้อยโตแค่ไหนแล้ว

 

ด้านการสื่อสาร

ลูกน้อยพยายามพูดคุยกับผู้คนรอบตัว ในช่วงนี้คุณแม่จะเห็นว่าลูกน้อยเริ่มหัดพูดด้วยตัวเอง ส่งเสียงอ้อแอ้มากขึ้นเพื่อเลียนเสียงและคำพูดที่ได้ยินระหว่างการเลี้ยงดู การเปล่งเสียงเรียก “แม่” หรือ “พ่อ” เป็นครั้งแรก โดยที่เจ้าตัวน้อยยังไม่รู้ความหมายของคำมากนัก จึงเป็นหน้าที่ของคุณแม่ที่ต้องคอยสอนอย่างใจเย็นในการจับคู่คำพูด ออกเสียงให้ลูกน้อยจดจำและเข้าใจความหมาย สอนด้วยคำศัพท์ง่าย ๆ สั้น ๆ เช่น g ขานชื่อสิ่งของใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน หรือแสดงท่าทางให้ลูกน้อยเข้าใจ เช่น สวัสดี ลาก่อน ขอบคุณ

 

พัฒนาการสื่อสารที่สังเกตได้ชัด

  • ส่งเสียงเลียนแบบต่าง ๆ
  • บางครั้งก็ส่งเสียงพูดคุย แม้อยู่คนเดียว ส่งเสียงดังเหมือนตะโกน
  • จีบปากจีบคอเริ่มเคลื่อนไหวกราม
  • ใช้คำซ้ำๆ อย่างเช่น มามา จิ๊บจิ๊บ
  • จะหันหน้าหรือหันตัวเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู

 

พฤติกรรมลูกน้อย

เริ่มอยู่ไม่นิ่ง เคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา มักจะงอแงไม่หยุด ในช่วงวัยนี้ลูกจะอารมณ์แปรปรวน ชอบหยิบของเข้าปาก ตอนนี้ลูกเริ่มหัดคลานกลิ้งตัวไปตามพื้น เมื่อลูกเริ่มคลานได้แล้ว คุณแม่อาจจะฝึกให้ยืน ด้วยการเกาะขอบคอก และคุณแม่ก็คอยสังเกตและชื่นชมสิ่งที่ลูกทำ เพื่อกระตุ้นให้ลูกเกิดความมั่นใจ พร้อมที่จะฝึกอีกครั้ง

 

ท่าทางพัฒนาการที่เห็นได้เด่นชัด

เด็ก 8 เดือน

เด็ก 8 เดือน

  • คลานได้ เคลื่อนไปข้างหน้าได้ด้วยวิธีถัดก้น
  • ยืนเกาะเครื่องเรือนและเอื้อมตัวไปพร้อมกับก้าวขาเพื่อทรงตัว
  • เกาะเครื่องเรือนและดันตัวยืนขึ้น แต่ต้องใช้คนช่วยจึงจะลงจากท่ายืนได้
  • เมื่อจับยืนจะยื่นขาข้างหนึ่งออกไปข้างหน้า นั่งหลังตรงโดยลำพังได้นาน
  • ขณะนั่งขาข้างหนึ่งจะเหยียดออก อีกข้างจะงอในท่าพัก
  • ลุกขึ้นนั่งได้เองจากการยันแขนขึ้นหรือจากท่าคลาน
  • พยายามหยิบลูกปัดเล็กๆ หรือเชือก
  • ถือของเล่นเขย่าได้นานอย่างน้อย 3 นาที ถือขวดนมเองได้

 

การเรียนรู้ของลูกวัยนี้

สามารถเรียนรู้เรื่องจำนวนหรือปริมาณจากการใส่ของอย่างหนึ่งลงไปในกล่องแล้วใส่อีกอันตามลงไป และเล่นด้วยความเข้าใจว่ามีมากกว่า 1 อัน โดยจะเขย่าเล่นเพื่อฟังเสียงและเปรียบเทียบกับของเล่นที่มีเสียง และ เรียนรู้ที่จะสร้างเสียงได้ด้วยตัวเอง โดยการนำของเล่นสองอย่างมากระทบกัน หรือเอามาตีโต๊ะซึ่งจะได้เสียงที่แตกต่างกันออกไป

 

ด้านการมองเห็น

  • มองเห็นได้ในระยะไกลขึ้น และสามารถแยกความลึกความตื้นของภาพที่เห็นได้ดีขึ้น
  • แยกแยะความแตกต่างของรูปร่างหรือพื้นผิวของสิ่งต่าง ๆ ได้

 

ด้านสังคม

เด็กวัยนี้จะระแวงคนแปลกหน้าและร้องไห้โยเยเอาง่ายๆ คุณแม่อาจจะต้องบอกเพื่อนหรือญาติผู้ใหญ่ว่าอย่าเพิ่งพุ่งเข้ามาหาเด็กตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่ควรทำความคุ้นเคย พูดคุยด้วย และรอให้เด็กเป็นผู้เข้าหาเองดีกว่า

 

ฟันหนูน้อยเริ่มขึ้นแล้ว

เด็ก 8 เดือน

เด็ก 8 เดือน

ฟันน้ำนมขึ้นหนึ่งซี่หรือมากกว่านั้น ฟันจะช่วยให้ลูกเคี้ยว และเพลิดเพลินกับอาหารที่มีเนื้อสัมผัสหยาบแข็งมากขึ้น มีพัฒนาทักษะการหยิบจับแบบคีบของ ซึ่งช่วยให้ลูกน้อยสามารถหยิบของต่างๆ ได้เอง เช่น หยิบอาหารกินเล่น ด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ดื่มจากถ้วยหัดดื่มเป็นแล้ว

 

อาหารการกินที่เพิ่มขึ้น

พอถึง 8 เดือน ลูกน้อยควรกินนมแม่ และอาหารเสริม 2 มื้อ ควบคู่กับการกินนมนะคะ

  • นม (นมแม่หรือนมดัดแปลงสำหรับทารก) วันละ 4-5 ครั้ง โดยเฉลี่ย รวมวันละ 25-30 ออนซ์
  • อาหารจำพวกแป้งที่เป็นมื้อเล็กๆ วันละ 2 มื้อ เช่น ข้าวสวยนิ่ม ขนมปังแผ่น หรือมันฝรั่ง
  • พืชผักผลไม้ที่คละสีสัน มีความหยาบ/ละเอียด และกลิ่นรสเพื่อให้มีความหลากหลาย เช่น ผักผลไม้หั่นนิ่มที่สามมารถถือทานเองได้ เช่น แตงกวา แครอทต้ม เป็นต้น
  • อาหารที่มีโปรตีนสูงแต่อ่อนนุ่มบดง่าย ได้แก่ ไข่แดง ตับไก่ เต้าหู้อ่อน หรือปลา หมุนเวียนสลับกันไป

 

วิธีดูแลเด็กทารกอายุ 8 เดือน

สิ่งที่พ่อแม่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการดูแลเด็กทารกอายุ 8 เดือน ซึ่งเป็นวัยเริ่มคลานและกำลังฝึกยืน ได้แก่

  • ทำความสะอาดพื้นอยู่เสมอ และเก็บของที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อย เช่น เครื่องสำอาง สายไฟ หรือสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ เป็นต้น โดยควรเก็บให้มิดชิด รวมถึงใช้ฝาครอบปิดรูปลั๊กไฟให้เรียบร้อย
  • ปิดประตูห้องต่าง ๆ ให้สนิท และติดประตูกั้นบันไดเพื่อป้องกันลูกน้อยปีน เพราะอาจเสี่ยงต่อการตกลงมาบาดเจ็บ
  • ไม่ควรปล่อยให้ลูกดูโทรทัศน์ติดต่อกันเเป็นเวลานาน โดยเน้นสร้างความบันเทิงให้ลูกผ่านการอ่านนิทาน ฟังเพลง ร้องเพลง หรือการพูดคุย เพราะการปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ ได้อย่างมาก

 

theAsianparent Thailand เชื่อว่าการศึกษาที่ดีจะช่วยเสริมสร้างรากฐานที่ดีให้กับเด็ก เป็นการเริ่มต้นสร้างสภาะแวดล้อมในการเรียนรู้ได้อย่างสมวัย และเป็นไปตามที่พ่อแม่ต้องการการเลือกโรงเรียนให้กับลูกคือหัวใจหนึ่งของการศึกษา เพราะการเลือกโรงเรียนตั้งแต่เนอสเซอรี่ การเลือกโรงเรียนอนุบาล เป็นด่านแรกที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกได้ เช่น มีหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรวิชาการที่พอดีกับการเรียนรู้ การใช้ Play Base Learning เพื่อเสริทสร้างพหุปัญญษทั้ง 8 ด้าน หรือ EF ที่ทำให้ลูกได้เรียนรู้ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill อย่างสมดุลย์ เพราะการเรียนรู้ที่ดี สามารถเรียนรู้ได้ต่อเนื่องไม่จำกัด และทำให้เด็กค้นพบตัวตน และมีความสุขกับการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

 

ที่มา : https://www.pobpad.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง :

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 61 การเสริมพัฒนาการในครรภ์ เริ่มต้นที่ 27 สัปดาห์

ดนตรีกับพัฒนาการ ลงทุนกับการเรียนดนตรี ดีกับพัฒนาการลูกอย่างไร

วิธีเล่นแบบไหนช่วยเสริมพัฒนาการลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

app info
get app banner