TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้? อธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์สมอง

บทความ 5 นาที
ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้? อธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์สมอง

คุณแม่สงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้? บทความนี้อธิบายสาเหตุจากพัฒนาการของสมอง พร้อมเผยเคล็ดลับการสร้างความทรงจำที่ดีให้ลูกรัก

เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้? แต่กลับจำเนื้อเพลงที่เราเคยฟังสมัยวัยรุ่นได้อย่างแม่นยำแม้จะผ่านไปแล้ว 20 ปี (หรือมากกว่านั้น)?

เพราะสมองของเราไม่ได้พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่แรกเกิด แต่จะเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ในช่วงชีวิตสำคัญนี้ และเมื่อสมองพัฒนา ความทรงจำของเราก็พัฒนาตามไปด้วยค่ะ นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้ พร้อมเผยเคล็ดลับการสร้างความทรงจำที่ดีให้ลูกรัก

 

สารบัญ

  • ความทรงจำ จากแรกเกิดถึงวัยรุ่น
  • ทำไมความจำช่วงวัยรุ่นถึงฝังแน่น และแม่นยำที่สุด?
  • ตารางเปรียบเทียบพัฒนาการความจำ จากเบบี๋ถึงวัยผู้ใหญ่
  • 3 สิ่งที่พ่อแม่ทำได้เพื่อสร้าง ‘บันทึกความทรงจำ’ ให้ลูกรัก

ความทรงจำ จากแรกเกิดถึงวัยรุ่น

1. ภาวะความจำเสื่อมในวัยเด็ก 

จำวันเกิดครั้งแรกได้ไหม? ผู้ใหญ่อย่างเราแทบไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนอายุ 3 ขวบได้เลย และจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงอายุ 3-7 ขวบได้แบบเลือนลาง นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ภาวะความจำเสื่อมในวัยเด็ก (Infantile Amnesia)

ไม่ใช่เพราะว่าเรื่องราวมันนานเกินไปจนเลือนหายไปตามธรรมชาติเสมอไป แต่เป็นเพราะระบบการจัดเก็บข้อมูลในสมองวัยเด็กยังไม่สมบูรณ์ เช่น ผู้ใหญ่วัย 40 ปีจะยังคงจำเรื่องราวในช่วงวัยรุ่นได้ดี แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี แต่เด็กอายุ 15 ปีกลับจำเหตุการณ์ตอนอายุ 2 ขวบไม่ได้เลย ทั้งที่เพิ่งผ่านมาเพียง 13 ปี

 

2. ทารกจำอะไรได้บ้าง?

ทารกและเด็กเล็กสามารถสร้างความจำได้ ทั้งความจำเชิงขั้นตอนหรือทักษะ (เช่น การดูด การจับ) และความจำเหตุการณ์ที่เราจำได้อย่างมีสติ

ถึงแม้จะจำได้ แต่ความสามารถในการเก็บความจำระยะยาวยังจำกัด โดยมีความสามารถในการจำเหตุการณ์ตามช่วงอายุ (จากงานวิจัย) ดังนี้

  • เด็ก 6 เดือน จำสิ่งที่ต้องทำได้นาน 24 ชั่วโมง 
  • เด็ก 9 เดือนจำสิ่งที่ต้องทำได้นาน 1 เดือน 
  • เด็ก 20 เดือนจำสิ่งที่ต้องทำได้นาน 1 ปี

งานวิจัยในหนูทดลองพบว่า แม้ความทรงจำเหตุการณ์ในวัยเยาว์จะดูเหมือนหายไป แต่ร่องรอยแฝงของประสบการณ์นั้นยังคงอยู่ และสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยการเตือนความจำในภายหลัง สิ่งนี้อาจอธิบายได้ว่าทำไมประสบการณ์เชิงลบหรือการบาดเจ็บทางอารมณ์ในวัยเด็กจึงมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและความเสี่ยงของความผิดปกติทางจิตในวัยผู้ใหญ่

 

3. การเปลี่ยนแปลงของสมอง

เมื่อแรกเกิด สมองของทารกมีขนาดเพียง 1 ใน 4 ของขนาดสมองผู้ใหญ่ แต่พออายุ 2 ขวบ จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 3 ใน 4 ของขนาดสมองผู้ใหญ่

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า อัตราการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ที่รวดเร็วเกินไปในช่วงวัยเด็กนี้ อาจไป “รบกวน” (Disrupt) หรือ “เขียนทับ” (Overwrite) เครือข่ายความจำเก่าที่เพิ่งก่อตัวขึ้น ทำให้เราลืมความจำในช่วงวัยเยาว์ไปอย่างรวดเร็ว

 

ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้

 

ทำไมความจำช่วงวัยรุ่นถึงฝังแน่น และแม่นยำที่สุด?

ช่วงวัยรุ่น (13-21 ปี) ไม่ใช่แค่ช่วงของการเติบโตทางร่างกายเท่านั้น แต่สมองก็ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและจัดระบบความจำใหม่ ทำให้ความทรงจำในช่วงนี้แข็งแกร่งเป็นพิเศษ

 

1. ความจำที่ฝังแน่น

ผู้ใหญ่อายุ 30 ปีขึ้นไป มักจะจำเหตุการณ์และเรื่องราวจากช่วง วัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (13-21 ปี) ได้ดีและมากกว่าช่วงอื่น ๆ ในชีวิต

เหตุผลหลัก: วัยรุ่นเป็นช่วงเวลาที่เรากำลัง ค้นหาและสร้างตัวตน ที่มั่นคงและยั่งยืน ความทรงจำที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จึงเกี่ยวข้องกับการกำหนดตัวตน และถูกเข้ารหัสอย่างแข็งแกร่ง ให้เป็นความทรงจำที่คงอยู่ยาวนานที่สุด

 

2. การพัฒนาของสมองส่วนหน้า

สมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่ในการวางแผน การตัดสินใจ และการควบคุมตัวเอง ยังคงพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงวัยรุ่นผ่านกลไกสำคัญ 2 อย่าง:

  1. ไมอีลิน (Myelin) และความเร็วในการสื่อสาร: ไมอีลินที่เคลือบสายสื่อสารในสมองส่วนหน้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การส่งสัญญาณไฟฟ้าในสมอง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  2. การสร้างและตัดแต่งจุดเชื่อมต่อ (Synaptic Pruning): ในช่วงวัยรุ่น มีการสร้างจุดเชื่อมต่อเซลล์ประสาทใหม่ แล้วจึงมีการ ตัดแต่ง จุดที่ไม่จำเป็นทิ้งไป ทำให้จุดเชื่อมต่อที่เหลืออยู่มี ประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการจัดระเบียบ ความจำใช้งาน และ ความจำเชิงคาดการณ์ ดีขึ้นอย่างมาก

 

ตารางเปรียบเทียบพัฒนาการความจำ จากเบบี๋ถึงวัยผู้ใหญ่

ช่วงอายุ จุดเด่นของพัฒนาการความจำ
แรกเกิด – 1 ปี เริ่มจำเหตุการณ์ได้ในระยะสั้น ๆ (ช่วงเวลายาวขึ้นเรื่อย ๆ)
1 – 2 ปี จำเหตุการณ์ได้นานขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2 – 3 ปี ความจำแบบระบุรายละเอียด (Declarative Memory) ดีขึ้น
4 – 7 ปี

ความจำเชิงคาดการณ์ (Prospective Memory – จำว่าต้องทำอะไรในอนาคต) เริ่มปรากฏ

8 – 10 ปี เรียกคืนความจำข้อเท็จจริง (Facts) และความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ได้ดีขึ้น
10 – 12 ปี ความจำระยะยาวดีขึ้น และสามารถระงับความจำบางอย่างโดยตั้งใจได้
13 – 21 ปี ความจำเชิงคาดการณ์และความจำใช้งาน (Working Memory) ดีขึ้นมาก

 

3 สิ่งที่พ่อแม่ทำได้เพื่อสร้าง ‘บันทึกความทรงจำ’ ให้ลูกรัก

เมื่อเราทราบแล้วว่า ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้ (เนื่องจากสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่) สิ่งสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่คือการช่วยเสริมสร้างความทรงจำที่ดี และทำให้ความทรงจำที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง (โดยเฉพาะช่วง 3-7 ปีขึ้นไป) มีความแข็งแรงและคงอยู่ยาวนานขึ้นได้ค่ะ ลองมาดูเคล็ดลับที่เป็นรูปธรรมและนำไปใช้ได้จริงตามหลักการทำงานของสมองกันนะคะ

ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้

 

1. ชวนลูก “เล่าเรื่อง” ในอดีต (เมื่อถึงวัย)

การเล่าเรื่องราวช่วยให้สมองจัดระเบียบประสบการณ์ให้เป็น “โครงสร้าง” ที่มีความหมาย ทำให้ความทรงจำเป็นระเบียบและง่ายต่อการดึงข้อมูลกลับมาใช้ในอนาคต (ซึ่งเป็นทักษะที่สมองเด็กเล็กยังขาดอยู่)

  • ใช้คำถามแบบปลายเปิด : แทนที่จะถามแค่ “สนุกไหม?” ให้ถามเจาะจงที่ช่วยให้ลูกต้องขยายความ เช่น “ตอนเราไปสวนสัตว์ ลูกจำได้ไหมว่ายีราฟกินอะไร? แล้วมีอะไรเกิดขึ้นก่อนที่เราจะไปดูเสือ?”

  • เน้นรายละเอียด: ช่วยลูกเติมเต็มรายละเอียดที่ขาดหายไปเพื่อสร้างเรื่องราวที่สมบูรณ์ เช่น “ใช่แล้ว! หนูตกใจเสียงหมาเห่า แล้วคุณแม่ก็กอดหนูไว้ตรงนั้นไง” การทำเช่นนี้เป็นการตอกย้ำความทรงจำและอารมณ์ที่เชื่อมโยงกัน

2. ใช้ภาพถ่าย/วิดีโอเป็น “ตัวกระตุ้นความจำ”

ภาพถ่ายและวิดีโอทำหน้าที่เป็นเบาะแสในการดึงความทรงจำ การทบทวนความทรงจำซ้ำ ๆ จะช่วยเสริมสร้างเครือข่ายความจำนั้นให้แข็งแรงและมั่นคงขึ้น

บทความจากพันธมิตร
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
สวยสะกดทุกสายตา ล้ำหน้าด้วยฟังก์ชัน Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก แห่งอนาคตการันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม
สวยสะกดทุกสายตา ล้ำหน้าด้วยฟังก์ชัน Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก แห่งอนาคตการันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม
  • จัดช่วงเวลา “ย้อนอดีต” เป็นประจำ: เปิดดูอัลบั้มหรือวิดีโอเก่า ๆ ด้วยกัน และพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพซ้ำ ๆ

  • เชื่อมโยงกับปัจจุบัน: ช่วยลูกเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นในภาพกับประสบการณ์ปัจจุบัน เช่น “ดูสิ! ตอนนั้นหนูตัวเล็กกว่าโต๊ะนี้อีกนะ แล้วชุดที่หนูใส่ในรูปนี้ก็คือชุดที่น้องกำลังใส่อยู่ตอนนี้ไง”

3. สร้างประสบการณ์ที่ “หนักแน่นทางอารมณ์” (เชิงบวก)

ความทรงจำที่มาพร้อมกับอารมณ์ที่เข้มข้น (ทั้งบวกและลบ) จะถูกเข้ารหัสอย่างชัดเจนและแม่นยำกว่า เพราะมีการทำงานร่วมกันของฮิปโปแคมปัสและ อะมิกดาลา (Amygdala) ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ดังนั้นการสร้างประสบการณ์เชิงบวกจึงสำคัญมาก

  • เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ: เลือกกิจกรรมที่ลูกได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และมีความสุข เช่น ไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ หรือกิจกรรมครอบครัวที่สนุกสนาน แทนที่จะเป็นแค่การนั่งดูทีวี
  • ใช้ประสาทสัมผัสหลายส่วน: ประสบการณ์ที่ใช้ ตาดู หูฟัง จมูกดมกลิ่น และมือสัมผัส (เช่น การไปแคมป์ปิ้ง) จะสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่หลากหลาย ทำให้ร่องรอยความจำแข็งแรงที่สุด

คุณแม่สามารถใช้เทคนิคทั้งสามข้อนี้ร่วมกัน เพื่อช่วยให้ลูกมีสมุดบันทึกความทรงจำ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีความสุขและมีโครงสร้างที่เป็นระเบียบ พร้อมใช้งานในวัยที่โตขึ้นค่ะ

ที่มา : Queensland Brain Institute

 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พ่อแม่ไม่ใช่เจ้าของชีวิตลูก : 5 ความทรงจำดีๆ ที่พ่อแม่ควรมีร่วมกับลูกในวัยเด็ก

15 วิธีกระตุ้นสมองทารก ช่วยให้ลูกฉลาด ทำได้ตั้งแต่แรกเกิด

2 พื้นฐานสำคัญในการดูแลทารก คู่มือสำหรับพ่อแม่มือใหม่ ที่คุณอาจไม่เคยรู้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ทำไมเราถึงจำช่วงที่เป็นทารกไม่ได้? อธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์สมอง
แชร์ :
  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
    บทความจากพันธมิตร

    สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
    บทความจากพันธมิตร

    สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว