ทารกมีตกขาว อันตรายหรือไม่?

ทารกมีตกขาว อันตรายหรือไม่?

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะมีความสงสัยว่าทำไมลูกน้อยถึงมีตกขาว หรือมีเลือดไหลเหมือนมีประจำเดือน แล้วอาการแบบนี้อันตรายไหม ผิดปกติหรือไม่ วันนี้เรามีบทความเรื่อง ทารกมีตกขาว มาฝากครับ

ทารกมีตกขาว เพราะอะไร

สาเหตุที่ ทารกมีตกขาว นั้นเกิดจากการที่ฮอร์โมนของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์เพิ่มสูงขึ้น  โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน

ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากคุณแม่ สามารถส่งผ่านทางรก ไปสู่ตัวลูกน้อยได้ โดยที่ในเด็กแรกเกิดนั้นตับยังทำการสลายฮอร์โมนได้ไม่ดีพอ ทำให้ในช่วงแรกคลอดเด็กบางคนที่ได้รับฮอร์โมนมาก หรือร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมน จะมีร่างกายเหมือนวัยสาว กล่าวคือ ช่องคลอดอาจจะมีสีคล้ำขึ้น มีตกขาว หรือมีเลือดออกได้

ตกขาวที่เกิดขึ้นนั้นมักจะมีลักษณะขุ่น ข้น มีสีขาวเทาหรืออาจมีมีสีออกเหลือง และบางครั้งอาจจะมีสีออกแดงๆคล้ายประจำเดือน

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่ ทารกมีตกขาว กลัวว่าลูกจะเป็นอันตราย แต่จริงๆแล้ว อาการตกขาวในเด็กทารกนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ และไม่ได้ส่งผลร้ายอะไรกับลูกน้อยครับ

โดยทั่วไปแล้วอาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อลูกน้อยมีอายุได้ราวๆ 10 วัน หรือบางรายอาจจะนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของทารกจะกำจัดฮอร์โมนที่ได้จากคุณแม่เมื่อไหร่

ทารกบางคนที่ได้รับฮอร์โมนเยอะ ๆ อาจมีเต้านมโต เต้านมมีก้อน มีเต้านมนิ่ม ๆ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่าไม่ต้องไปทำอะไร เพราะประมาณหนึ่งเดือนก็จะยุบเป็นปกติครับ

ทารกมีตกขาว

ทารกมีตกขาว ควรทำอย่างไร

คุณพ่อคุณแม่สามารถทำความสะอาดลูกน้อยเมื่อมีตกขาวโดยการใช้ผ้าเปียกค่อยๆเช็ดเบาๆ เช็ดจากด้านหลังไปด้านหน้า บางครั้งคุณอาจจะต้องเช็ดหลายรอบเพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดแล้วจริงๆ

คุณควรทำความสะอาดบริเวณที่ลูกมีตกขาวด้วยการใช้ผ้าสะอาดชุบด้วยน้ำอุ่น และไม่ควรใช้สบู่ หรือน้ำยาทำความสะอาดอื่นๆนะครับ เพราะอาจจะทำให้ลูกน้อยเกิดอาการระคายเคืองได้

อย่างไรก็ตาม หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกน้อยมีอาการตกขาวเกินกว่า 2 สัปดาห์ และเริ่มมีกลิ่นเหม็น คุณพ่อคุณแม่ก็ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อได้นะครับ


ที่มา verywell.com

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ระยะสายตาทารก ห่างแค่ไหนถึงเห็นชัด

เคล็ดลับการให้นมลูกตอนกลางคืน ช่วยลูกหลับต่อสบาย

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner