ควรมีลูกห่างกันกี่ปี?

lead image

การมีลูกหลายคนในเวลาไล่ ๆ กันอาจสร้างปัญหาให้ทั้งคุณแม่และตัวเด็ก คุณแม่ที่เว้นพักท้องเพียง 6 เดือนก่อนมีลูกคนต่อไปมีโอกาสจะคลอดก่อนกำหนด และแท้งลูกสูงกว่า คนที่เว้นระยะห่างนานกว่านั้น แล้วเราควรมีลูกห่างกันกี่ปีล่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/04/gap between kids.jpg ควรมีลูกห่างกันกี่ปี?

ควรมีลูกห่างกันกี่ปี

ร่างกายของผู้หญิงจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากหลังมีลูก คุณแม่ต้องเสียเลือดมาก ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน และทุกอย่างปรับเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น ร่างกายต้องการเวลาพักฟื้นก่อนที่มันจะพร้อมตั้งครรภ์ต่อไป

ควรมีลูกห่างกันกี่ปี

1 ปี

เมื่อคุณคิดอยากจะมีลูกอีกคน คุณควรจะคิดถึงสองสามเรื่อง คุณอยากเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กสองคนพร้อมกันหรือเปล่า? จะแบ่งเวลาให้ลูกแต่ละคนยังไง? คำถามสำคัญคือ ร่างกายคุณพร้อมที่จะอุ้มลูกอีกคนหรือไม่? นี่อาจเป็นคำถามที่คุณอยากจะปรึกษาคุณหมอก่อนคิดจะมีลูกอีกคน

2 ปี

พ่อแม่หลายคนรู้สึกว่าการมีลูกห่างกันช่วง 18-24 เดือนเป็นระยะที่กำลังดี ครอบครัวที่มีลูกอายุห่างกัน 2 ปีต้องรับมือกับปัญหาเรื่องการอิจฉาและการจัดเวลานอนกลางวัน เด็กวัยประมาณนี้จะมีความยืดหยุ่นกับสมาชิกใหม่มากพอสมควร

3 ปี

พ่อแม่บางคนรู้สึกว่าระยะห่างสามปี เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด เพราะลูกคนโตไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมอีกต่อไปและดูแลตัวเองได้มากขึ้น ดังนั้นคุณแม่จึงไม่ต้องคอยดูแลตลอดเวลา นอกจากนั้น ลูกคนโตจะยังสามารถช่วยหยิบจับนู่นนี่ช่วยคุณแม่ได้อีกด้วย เช่นหยิบขวดนมให้น้อง หรือเล่นกับน้องเบา ๆ

นานกว่า 3 ปี

บางครอบครัวเลือกที่จะเว้นระยะห่างนานกว่า เพราะต้องการทุ่มเทเวลาให้ลูกแต่ละคนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวใหญ่ พี่ที่มีอายุต่างกับน้องมากจะช่วยดูแลน้องได้ดีกว่า

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง คุณอาจลองขอความเห็นจากเพื่อนหรือครอบครัว ประเด็นสำคัญคือคุณควรปล่อยให้ร่างกายได้พักฟื้นสักระยะก่อนที่จะมีลูกคนต่อไป เพื่อความปลอดภัยของทั้งลูกและตัวคุณเอง

บทความใกล้เคียง: แก้ปัญหาปวดหลัง หลังคลอด

บทความใกล้เคียง: อาหารสำหรับคุณแม่ช่วงให้นมบุตร

บทความแนะนำ: ลดน้ำหนักหลังคลอด

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!