TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

“โรคอ้วนในเด็ก” ส่งผลอันตรายต่อลูกน้อยอย่างไร

บทความ 3 นาที
“โรคอ้วนในเด็ก” ส่งผลอันตรายต่อลูกน้อยอย่างไร

ปัญหาโรคอ้วนในเด็กเป็นหนึ่งในปัญหาระดับชาติของหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย และในปัจจุบันจำนวนเด็กอ้วนก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคอ้วนนั้นมีหลากหลาย สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือปัจจัยทางพันธุกรรม การขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พฤติกรรมการรับประทานอาหารและการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม รวมถึงความผิดปกติของฮอร์โมน

จะรู้ได้อย่างไร..ว่าลูกเราเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน

บุคคลที่จะตรวจเช็คว่าลูกของคุณแม่มีน้ำหนักเกินได้ดีที่สุดก็คือคุณหมอ (หมอเด็กที่คุณพ่อคุณแม่หากันอยู่เป็นประจำนั่นแหละค่ะ) วิธีที่คุณหมอจะดูว่าลูกของคุณแม่มีน้ำหนักเกิน คุณหมอจะประเมินโดยการชั่งน้ำหนักและวัดความสูงของเด็ก แล้วนำมาเทียบกับกราฟมาตรฐานการเจริญเติบโต โดยเทียบน้ำหนักตามเกณฑ์ความสูง ในกรณีที่ไม่มีกราฟ คุณแม่ก็สามารถคำนวณด้วยตัวเองเพื่อประเมินในเบื้องต้นได้ โดยการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index)

วิธีการคำนวณหาค่า BMI ก็คือ = น้ำหนัก(กิโลกรัม) หาร [ส่วนสูง(เมตร)ยกกำลังสอง]

เช่น ลูกหนัก 9 กิโลกรัม สูง 70 ซม. : 9 / [0.70×0.70] = 18.36 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

 

เมื่อได้ค่า BMI แล้วก็สามารถเอามาเทียบค่าตามตารางนี้ได้เลยค่ะ

ตารางค่าดัชนีมวลกายอ้างอิงของเด็กอายุ 1-7 ปี

5555555

(ที่มา นพ.ประสงค์ เทียนบุญ วารสารโภชนบำบัด พ.ศ. 2547 ปีที่ 15 ฉบับที่ 3)

 

เมื่ออ้วนแล้วมีอันตรายต่อเด็กอย่างไร

เด็กที่อ้วนจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่อไปนี้

  • ไขมันในเลือดสูง และคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ
  • โรคผิวหนัง เช่น เชื้อราที่ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ ผดต่างๆ
  • ความผิดปกติของกระดูกและข้อ เช่น กระดูกโค้งงอ ขาโก่ง เท้าแบน ทำให้เดินลำบาก

 

จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคอ้วนในเด็กอย่างไร

 ถ้าหากคุณแม่มีลูกที่มีน้ำหนักเกิน สิ่งสำคัญมากที่จะช่วยลดน้ำหนักให้ลูกได้ คือการให้กำลังใจ ให้ลูกได้รู้ว่ามีพ่อแม่คอยสนับสนุน คอยดูแลให้สามารถต่อสู้และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายไปได้ แต่ทราบกันหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วโรคอ้วนสามารถป้องกันได้ตั้งแต่แรกเกิด โดยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสร้างนิสัยการกินที่ดีให้กับลูก  ไม่ป้อนนมหรืออาหารให้ลูกมากเกินไปเมื่อลูกแสดงออกว่าอิ่มแล้ว ไม่ควรฝึกให้ลูกรับประทานอาหารรสเค็มจัด หวานจัด หรืออาหารที่มีไขมันมากๆ รวมทั้งไม่ควรให้ลูกรับประทานขนมจุบจิบที่ไม่มีประโยชน์ ทุกคนในครอบครัวต้องหันมาใส่ใจ สอนลูกหลานและคนในครอบครัวให้มีนิสัยที่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีในการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอกจากนี้แล้วการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาพาลูกไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

โรคอ้วนในเด็ก สามารถส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้ในระยะยาว หนึ่งในโรคที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือโรคเบาหวาน ดังนั้นแม่ควรใส่ใจเรื่องอาหารให้ลูกน้อยตั้งแต่เล็กๆ ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และในกรณีที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ควรเลือกนมสูตรที่มีการปรับปริมาณโปรตีนลดลง เพราะปริมาณโปรตีนที่มากเกินไปจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ไขมันเพิ่มขึ้น คุณแม่ควรดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกน้อยให้มากๆ การให้ลูกได้รับประทานอาหารที่ถูกต้อง ในปริมาณที่เพียงพอ ทานอาหารครบ 5 หมู่ หากิจกรรมให้ลูกทำ และชวนลูกวิ่งเล่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ  60 นาทีอย่างสม่ำเสมอ  ถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถปฏิบัติดังนี้ได้ จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโปรตีนในเด็ก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://nestlebaby.in.th/th/allergy/benefit-of-protien/article1

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • “โรคอ้วนในเด็ก” ส่งผลอันตรายต่อลูกน้อยอย่างไร
แชร์ :
  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว