TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

อัพเดทวัคซีนป้องกันโรคฮิตช่วงปลายฝนต้นหนาวปีนี้

6 Oct, 2015

ช่วงปลายฝนต้นหนาวซึ่งมีทั้งฝนตกสลับอากาศร้อนแบบนี้ เด็กมักจะไม่สบายบ่อย และมีการระบาดของโรคติดเชื้อในเด็กเล็กกันมาก เพราะเด็กเล็กร่างกายยังอ่อนแอ จึงมีโอกาสรับเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย มาดูกันนะคะว่าปัจจุบันเรามีวัคซีนป้องกันโรคฮิตช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างไรบ้าง

วัคซีนป้องกันโรคฮิตช่วงปลายฝนต้นหนาว

วัคซีนป้องกันโรคฮิตช่วงปลายฝนต้นหนาว

ช่วงปลายฝนต้นหนาวซึ่งมีทั้งฝนตกสลับอากาศร้อนแบบนี้ เด็กมักจะไม่สบายบ่อย และมีการระบาดของโรคติดเชื้อในเด็กเล็กกันมาก เพราะเด็กเล็กร่างกายยังอ่อนแอ จึงมีโอกาสรับเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย มาดูกันนะคะว่าปัจจุบันเรามีวัคซีนป้องกันโรคฮิตช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างไรบ้าง
โรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่

คุณพ่อคุณแม่อาจจะบอกว่าโรคนี้ไม่เห็นจะน่ากังวลอะไรแค่มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ แต่รู้ไหมคะอากาศช่วงนี้ล่ะค่ะที่จะทำให้เป็นไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายขึ้นและรุนแรงขึ้นจากภาวะแทรกซ้อน คือ ปอดบวม หลอดลมอักเสบ ซึ่งลูกน้อยของเราจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเลยนะคะเพราะเมื่อป่วยแล้วอาจมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ โดยจากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 6 กันยายน 2558 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วประเทศ จำนวน 44,719 ราย และเสียชีวิตแล้วถึง 24 ราย

คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคไข้หวัดใหญ่โดยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) ซึ่งสามารถฉีดได้ตอนลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยการฉีดครั้งแรกต้องฉีด 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน ส่วนปีถัดมาจึงฉีดแค่ปีละ 1 เข็ม โดยปัจจุบันนอกจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลชนิดเดิมซึ่งประกอบด้วย 3 สายพันธุ์ย่อย ขณะนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดที่มี 4 สายพันธุ์ย่อยได้มีการจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในอดีตมักจะเกิดจากสายพันธุ์ A เป็นหลักแต่ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B บ่อยขึ้น และเด็กที่ป่วยด้วยเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B มักมีอาการรุนแรงมากกว่า ซึ่งล่าสุดองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ครอบคลุมไวรัสทั้ง 4 สายพันธุ์เพราะอาจมีประโยชน์ในกรณีที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B ที่เพิ่มขึ้นค่ะ
โรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใสเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Varicella zoster (VZV) ซึ่งช่วงอากาศแบบนี้สามารถยิ่ง ติดต่อกันได้ง่ายขึ้นจากการสูดหายใจเอาละอองฝอยของสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ เช่น เวลาไอหรือจามเข้าไป โรคอีสุกอีใสโดยทั่วไปภาวะแทรกซ้อนไม่รุนแรง แต่ในเด็กเล็กซึ่งภูมิต้านทานต่ำอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเสียชีวิตได้นะคะ โดยจากข้อมูลของกลุ่มระบาดวิทยาของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ในปี 56-57 พบว่ามีผู้ป่วยโรคอีสุกอีใสในพื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัดเพิ่มมากขึ้นโดยกลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดคือ 5-9 ปี

วัคซีนสำหรับป้องกันโรคอีสุกอีใสจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันลูกน้อย โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส 2 ครั้ง การฉีดครั้งแรกแนะนำให้ฉีดเมื่ออายุ 12-18 เดือน และฉีดครั้งที่สองเมื่ออายุ 4-6 ปี หรือเว้นระยะห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งการที่จะต้องฉีดทั้งหมด 2 เข็มเนื่องจากวัคซีนเข็มที่ 1 ป้องกันโรคอีสุกอีใสได้ร้อยละ 70-90 และป้องกันโรคที่รุนแรงได้ร้อยละ 95 วัคซีนเข็มที่ 2 เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรคเป็นร้อยละ 98 และป้องกันโรครุนแรงได้ทั้งหมด นอกจากนี้ในปัจจุบันมีการผลิตวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสให้อยู่ในรูปวัคซีนรวม ได้แก่ วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม-อีสุกอีใส (MMRV) ซึ่งจะรวมอยู่ในเข็มเดียวกันทำให้สะดวก และไม่ต้องเจ็บตัวมากขึ้น ซึ่งแนะนำให้ฉีดในเด็กอายุ 4-6 ปีค่ะ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กังวลใจก็อย่ารอช้ารีบพาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน แต่สำหรับโรคมือ เท้า ปาก อาจต้องรอวัคซีนสำหรับป้องกันอีกสักระยะ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่หมั่นทำความสะอาดของเล่น และสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูก ไม่ให้ลูกใช้อุปกรณ์กินข้าวร่วมกันกับเด็กอื่นเพราะอาจปนเปื้อนน้ำลายหรือน้ำมูก ควรสอนให้ลูกใช้ช้อนกลาง และล้างมือก่อนกินข้าว นอกจากนี้ในช่วงที่มีการระบาดก็ไม่ควรนำลูกไปในที่ที่มีเด็กอื่นอยู่รวมกันจำนวนมากค่ะ
โรคติดเชื้อไอพีดี

โรคติดเชื้อไอพีดี

โรคติดเชื้อไอพีดี (IPD; Invasive Pneumococcal Disease) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม สเตร็ปโตคอคคัส พบได้ในคนทุกกลุ่มอายุ แต่จะพบได้บ่อยในลูกน้อยที่อายุต่ำกว่า 2 ปี เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ ติดต่อผ่านการไอจามรดกัน เด็กจะมีไข้สูง ไอ หอบเหนื่อย มีภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้การติดเชื้อรุนแรงในอวัยวะหลายระบบ ได้แก่ การติดเชื้อในระบบประสาท การติดเชื้อในกระแสเลือด การติดเชื้อทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตาม แม้โรคนี้จะรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่พามารักษาช้า เชื้อโรคแพร่เข้าสู่ระบบต่างๆ อย่างรุนแรงแล้วอาจจะทำให้ลูกเสียชีวิตได้เลยนะคะ โดยองค์การอนามัยโลกพบว่า โรคไอพีดีเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยในแต่ละปีจะมีเด็กทั่วโลกที่เสียชีวิตจากโรคนี้ปีละมากกว่า 2 ล้านคน

ปัจจุบันวัคซีนสำหรับป้องกันโรคไอพีดี มี 2 ชนิดใหญ่ๆ ได้แก่ 1. วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดโพลีแซคคาไรต์ (pneumococcal polysaccharide vaccine) วัคซีนนี้ใช้เฉพาะในเด็กที่อายุ 2 ปีขึ้นไป และผู้สูงอายุเท่านั้น 2. วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (pneumococcal conjugate vaccine ,PCV) ซึ่งวัคซีนชนิดนี้สามารถฉีดในเด็กที่อายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์จนถึง 5 ปี
โรคมือ เท้า ปาก

โรคมือ เท้า ปาก

ลูกน้อยของเรามีโอกาสป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ได้มากกว่ากลุ่มอายุอื่น ซึ่งโรคนี้มีหลายสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดคือ "เอนเทอโรไวรัส (EV) 71" เพราะจะทำให้อาการทรุดหนักรวดเร็วและเสียชีวิตได้ง่าย จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 8 กันยายน 2558 พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก จำนวน 26,407 ราย เสียชีวิต 3 ราย โดยล่าสุดเป็นเด็กอายุ 4 ขวบ เสียชีวิตเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดย กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยและเสียชีวิต คือ เด็กเล็กอายุแรกเกิดถึง 4 ขวบ ที่สำคัญในปีนี้พบว่าเชื้อ EV71 ที่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงมีสัดส่วนสูงกว่าทุกปีเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยาแห่งหนึ่งในประเทศจีนได้ดำเนินการคิดค้นวัคซีน Inactivated EV71 สำหรับป้องกันโรคมือ เท้า ปากสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดนี้สำเร็จ โดยขณะนี้ผ่านขั้นตอนการศึกษาทางคลินิกแล้วเหลือเพียงรอการอนุมัติขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยาของประเทศจีน (China Food and Drug Administration; CFDA) เท่านั้น หากได้รับการอนุมัติทางบริษัทคาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตและวางจำหน่ายวัคซีนนี้ได้ในไตรมาสแรกของปี 2016 ที่จะถึงนี้ค่ะ
ถัดไป
img

บทความโดย

ภญ.กษมา กาญจนพันธุ์

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • อัพเดทวัคซีนป้องกันโรคฮิตช่วงปลายฝนต้นหนาวปีนี้
แชร์ :
  • ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

    ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

  • หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

    หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

    ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

  • หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

    หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว