TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

แจกตารางการนอน ของทารก ทารกควรนอนนานเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ

บทความ 5 นาที
แจกตารางการนอน ของทารก ทารกควรนอนนานเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ

เด็กแรกเกิดจะนอนไม่เป็นเวลา ใช้เวลาในการนอนมากกว่าตื่น เด็กจะนอนวันละหลาย ๆ รอบ รอบละสั้น ๆ เพียง 1-2 ชั่วโมง และยังไม่สามารถแยกกลางวันกลางคืนได้ มาดูกันว่าตารางการนอนของทารกควรเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่แม่จะได้บริหารเวลาของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

ทารกควรนอนเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอในแต่ละวัน ตารางการนอน ของทารกนั้นเป็นอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ควรให้ทารกพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อการพัฒนาของทารก เรามาดู ตารางนอน กันดีกว่าค่ะ

 

ทารกควรนอนวันละกี่ชั่วโมง 

โดยทั่วไปเด็กแรกเกิดจะนอนไม่เป็นเวลา ใช้เวลาในการนอนราว 16-18 ชั่วโมง เด็กจะนอนวันละหลาย ๆ รอบ รอบละ 1-2 ชั่วโมง และเด็กยังไม่สามารถแยกกลางวันกลางคืน จะสังเกตว่าทารกจะนอนกลางวันตื่นกลางคืนเป็นประจำ และจะค่อยปรับตัวนอนได้ยาวนานต่อรอบมากขึ้นเมื่ออายุได้ 4-6 เดือน

 

ตารางการนอนของทารก

อายุทารก

จำนวนการนอน
( /ครั้ง /วัน )
การนอนกลางวัน
(/ชั่วโมง)
การนอนกลางคืน
(/ชั่วโมง )
ชั่วโมงที่ควรนอน
(/วัน)
แรกเกิด นอนไม่เป็นเวลา 8-9 8-9 16-18
1 เดือน 3-4 7-8 8-9 15-16
3 เดือน 3 5-6 9-10 15
6 เดือน 2-3 3-4 10-11 14-15
9 เดือน 2 3 11

14

 

ปัญหาเด็กไม่ยอมนอน 

ตารางการนอน

  • ตัวเด็กเอง

เด็กอาจไม่สบายตัว เปียกชื้น ปวดท้อง คันจากผื่นแพ้ เป็นหวัด หายใจไม่ออก ก็อาจทำให้เด็กนอนไม่สบาย นอนหลับยาก

  • สิ่งแวดล้อม

เช่น เสียงรบกวน แสงสว่าง หรือยังห่วงเล่นหรืออยากทำกิจกรรมกับพ่อแม่อยู่ การจัดสิ่งแวดล้อมการนอนที่ดี โดยจัดห้องนอนแยกกับส่วนที่ใช้เล่น และมีแสงสว่างและอุณหภูมิที่เหมาะสม ร่วมกับการสร้างสุขนิสัยการนอนที่ดี มีกิจวัตรประจำวันเบา ๆ ก่อนนอนทุกวัน เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน อ่านนิทาน เพื่อเตรียมตัวและเตรียมใจเด็กในการเข้านอนจะช่วยลดปัญหานี้ได้มาก

  • ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนเลี้ยงกับเด็ก

ที่พบบ่อยได้แก่คนดูแลจะสร้างความเคยชินในการกล่อมเด็กให้หลับ โดยการอุ้มเดินบ้าง หรือดูดนมหลับบ้าง ดังนั้น เด็กคุ้นเคยว่าการหลับต้องมีปัจจัยดังกล่าวทุกครั้ง ไม่เรียนรู้ที่จะกล่อมตัวเองได้ ทุกครั้งที่เด็กจะเข้านอน รวมถึงหลังจากตื่นกลางดึกแล้วจะกลับไปนอนต่อ ก็ต้องการการกล่อมจากคนดูแลเหมือนเดิมทุกครั้ง หรือในเด็กวัยเตาะแตะบางคนอาจจะห่วงเล่น หรือรู้สึกเหมือนการนอนหลับเป็นการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เช่น พ่อแม่ ของเล่น ทำให้มีการต่อรอง ไม่ยอมเข้านอนโดยง่าย

 

การนอนของทารก จะฝึกลูกให้นอนเป็นเวลาได้อย่างไร 

  • สร้างกิจวัตรก่อนนอนให้เป็นเวลาพิเศษที่จะพูดคุยกับลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย
  • ให้ลูกเข้านอนและตื่นนอนตรงเวลา
  • บรรยากาศห้องนอน สำหรับเด็กเล็กสามารถใช้เสียงที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่ดัง ไม่กระตุ้น เป็นเสียงที่ช่วยกล่อมให้เด็กนอน
  • สร้างกิจวัตรในระหว่างวันให้มีตารางเวลาสม่ำเสมอ
  • ควรปิดไฟ หรือ หรี่แสงไฟในห้องนอน เมื่อถึงเวลานอนและควรให้เด็กได้เจอแสงแดดธรรมชาติในเวลากลางวัน

 

ท่านอนที่ถูกต้อง 

ตารางการนอน

  • ท่านอนหงาย

เป็นท่านอนที่เหมาะสุดสำหรับลูกน้อยวัยแรกคลอดเลย ทั้งยังมีข้อดีคือ ทารกสามารถหมุนตัวสลับซ้ายขวาได้ โดยไม่ทำให้ร่างกายซีกใดซีกหนึ่งรับน้ำหนักมากเกินไป แต่ก็มีทารกหลายคนไม่ค่อยชอบท่านี้ ที่สำคัญ การให้ทารกนอนหงายตลอดเวลาอาจมีผลเสียได้ คือ ทำให้ศีรษะด้านหลังของเค้าเรียบแบบ ดังนั้นคุณแม่ก็ควรสังเกตถ้าเห็นเขานอนหงายบ่อยๆก็ควรจับพลิกท่าเสียบ้างจะช่วยได้

  • ท่านอนตะแคง

ท่าตะแคงเป็นท่าที่ให้ทารกนอนได้ เพียงแต่ในทารกที่อายุต่ำกว่า 4 เดือน เค้าอาจพลิกตัวมานอนคว่ำได้ ซึ่งถือเป็นท่าที่อันตรายสำหรับทารก แต่การนอนตะแคงข้างก็มีข้อดี คือ ช่วยส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการของทารกบริเวณส่วนเท้าและสะโพก ทั้งนี้ใบหน้ากับช่วงอกของเขาก็ไม่ถูกแรงกดการนอน

 

นอนคว่ำเสี่ยงเสียชีวิตจริงหรือไม่

ในเด็กแรกเกิด ไม่แนะนำให้นอนคว่ำ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเสียชีวิตเฉียบพลันไม่ทราบสาเหตุในทารก (Sudden Infant Death Syndrome : SIDS) แนะนำให้นอนหงายหรือนอนตะแคงดีกว่า และเบาะที่นอนควรมีความแข็งพอสมควร ไม่จำเป็นต้องใช้หมอน บางครอบครัวอาจกังวลว่าศีรษะจะไม่สวย ก็แนะนำว่าให้นอนตะแคงสลับข้างซ้ายบ้างขวาบ้าง

 

การจัดห้องนอนให้ทารก 

  • อันดับแรก ท่านอน เด็กทารกในขวบปีแรก เมื่อถึงเวลานอน ห้ามจัดท่าให้นอนคว่ำโดยเด็ดขาด ควรให้เจ้าตัวน้อยนอนหงายเท่านั้น ตาม concept “Back to sleep” ที่แนะนำกันมานาน
  • อันดับที่สอง ที่นอน ต้องเป็นฟูกที่แข็งหน่อย ไม่อ่อนยวบยาบ ผ้าปูฟูกต้องเรียบตึงไม่หลุดง่าย จะได้ไม่มาคลุมหน้าน้องจนปิดจมูก และไม่ควรมีของเล่นหรือหมอนหรือสิ่งอื่นๆอยู่บนฟูก และที่ห้ามเด็ดขาดคือ ให้เด็กนอนหลับบนเก้าอี้หรือโซฟามีพนักพิงที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม เพราะเด็กอาจเข้าไปติดอยู่ในช่องระหว่างพนักพิงกับที่นั่งได้
  • อันดับสาม ที่นอนเด็กควรจะแยกต่างหากจากเตียงของผู้ใหญ่แต่ควรจะอยู่ในห้องเดียวกัน อย่างน้อยจนถึงอายุ 6 เดือนถึง 1ปี แล้วค่อยพิจารณาแยกห้องนอน
  • อันดับที่สี่ แม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ก็อย่าปล่อยให้เด็กนอนหลับไปกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กที่เหนื่อยล้า เนื่องจากมีอุบัติเหตุจากการที่ผู้ใหญ่หลับลึกและนอนทับเด็กเสียชีวิตอยู่บ่อยๆ

 

การละเมอ

ตารางการนอน

การนอนละเมอ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะถ้าพ่อหรือแม่เคยมีอาการแบบเดียวกันตอนเด็ก ๆ บางคนอาจเป็นแค่ลุกมานั่ง ดูงง ๆ บางคนมีกรีดร้องร่วมด้วย หรือกระทั่งลุกเดิน การนอนละเมอเองไม่มีความอันตรายกับสุขภาพการนอนของตัวเด็กเอง แต่อาจทำให้พ่อแม่กังวลใจได้ การสร้างสุขนิสัยการนอนที่ดีร่วมกับนอนหลับให้เพียงพอจะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ อาการเหล่านี้มักจะค่อย ๆ หายไปเมื่อเด็กโตขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าอาการเกิดขึ้นบ่อยหรือมีพฤติกรรมรุนแรง หรือเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย เช่น เดินออกจากห้องนอน แนะนำให้ไปพบแพทย์

 

แยกห้องนอนกับลูกเมื่อไหร่

หลังจากพ้นวัยทารกในขวบปีแรกมาแล้ว คุณพ่อคุณแม่คงเริ่มมีคำถามว่า แล้วเราควรจะเริ่มหัดแยกห้องนอนให้เจ้าตัวน้อยเมื่อไหร่ดี เวลาที่เหมาะสมในการแยกห้องนอนของเจ้าตัวน้อยนั้นยังไม่มีคำแนะนำที่ชัดเจน เนื่องจากขึ้นกับวัฒนธรรม การใช้ชีวิตที่ต่างกันในแต่ละเชื้อชาติและสังคมด้วย แต่จากคำแนะนำ ของ American Academy of Pediatrics นั้น แนะนำให้อย่างน้อย ต้องรอถึงหลังขวบปีแรก เพื่อความปลอดภัยของเด็ก แต่ก็ไม่ใช่ว่า เด็กอายุ 1 ขวบทุกคน ควรต้องแยกห้องนอนแล้ว เพราะเวลาที่เหมาะสมนั้น ขึ้นกับความพร้อมของพ่อแม่ ความพร้อมของเจ้าตัวน้อย และความสะดวกของแต่ละบ้านด้วย ว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับห้องส่วนตัวของเด็กหรือไม่

ถ้าเป็นไปได้ การแยกห้องนอนให้ได้ก่อนเด็กจะเข้าสู่วัยเรียนก็น่าจะดีกว่า เนื่องจากข้อเสียของการนอนรวมกับพ่อแม่ในห้องเดียวกันและโดยเฉพาะบนเตียงเดียวกันนั้น คือทั้งเด็กและผู้ใหญ่อาจจะหลับได้ไม่สนิท ส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอ มีผลต่อประสิทธิภาพและสมาธิในการเรียนของเด็ก ประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพจิตของพ่อแม่ และยังขาดความเป็นส่วนตัวของคู่ชีวิตของพ่อแม่ด้วย

 

เทคนิคการแยกห้องนอน เมื่อลูกโตขึ้น

  1. เตรียมตัวให้เด็กได้รู้สึกสนุกตื่นเต้นกับห้องของตัวเอง พูดถึงข้อดี เช่น จะได้เตียงของตัวเอง ผ้าปูเตียงลายที่ชอบ เป็นต้น แต่ไม่ควรมี โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์ที่มีจอในห้องโดยเด็ดขาด เพราะทำให้คุณภาพการนอนไม่ดี
  2. ในช่วงแรก คุณพ่อคุณแม่อาจจะเข้าไปอยู่ด้วย อ่านนิทานหรือเล่านิทานที่มีเนื้อหาผ่อนคลาย และรอจนกว่าเด็กจะหลับ และเมื่อเด็กเริ่มชินก็ค่อยๆห่างออกมาเรื่อยๆจนเด็กสามารถหลับได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย
  3. ถ้าเด็กหลับได้ยาก หรือมีความกังวลที่ต้องแยกนอนกับผู้ใหญ่ การมีตุ๊กตาตัวโปรด หมอน หรือผ้าห่มชิ้นโปรดไว้นอนกอดก็จะช่วยลดความกังวลได้

 

บทความจากพันธมิตร
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป

 

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : 

10 นิทานอีสป สุดคลาสสิก Directory

ลูกนอนละเมอ ร้องไห้ ฝันร้าย เดินละเมอ อันตรายไหม ดูแลและป้องกันอย่างไร

100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 1 เพลงกล่อมลูก

ที่มา : (Samitivejhospitals),(Med.mahidol)

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

  • หน้าแรก
  • /
  • ทารก
  • /
  • แจกตารางการนอน ของทารก ทารกควรนอนนานเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ
แชร์ :
  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว