TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน อาการธรรมดาหรือสัญญาณอันตราย?

บทความ 5 นาที
ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน อาการธรรมดาหรือสัญญาณอันตราย?

ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน เกิดจากอะไร แบบไหนที่ต้องกังวล พร้อมแนะนำวิธีดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ เพื่อให้ลูกนอนหลับสบาย หายใจโล่ง

พ่อแม่หลายคนคงเคยสะดุ้งตื่นกลางดึก เพราะได้ยินเสียง ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน หรือมีเสมหะในลำคอ เสียงแบบนี้ทำให้ใจไม่ดี กลัวว่าลูกจะหายใจติดขัด หรือเป็นอาการของโรคทางเดินหายใจที่ร้ายแรง ยิ่งช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น หรือเป็นช่วงหน้าฝนที่ไวรัสระบาดง่าย อาการเหล่านี้ยิ่งทำให้พ่อแม่กังวลว่า เป็นเพียงอาการชั่วคราวหรือมีปัญหาสุขภาพที่ต้องรีบไปพบแพทย์

บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปหาคำตอบว่า “ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน” เกิดจากอะไร แบบไหนที่ต้องกังวล พร้อมแนะนำวิธีดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ เพื่อให้ลูกนอนหลับสบาย หายใจโล่ง และพ่อแม่วางใจได้มากขึ้น

 

ลูกหายใจครืดคราด คืออะไร เพราะอะไร

เสียงหายใจครืดคราดในเด็ก  เป็นภาวะที่มีเสียงดังขณะที่ลูกหายใจเข้าหรือหายใจออก มักเกิดจากการที่มีอาการไหลผ่านทางเดินหายใจที่แคบ หรือมีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ ซึ่งอาจพบได้บ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกหายใจครืดคราดเวลานอน ถึงแม้จะพบได้บ่อยแต่ก็เป็นหนึ่งในอาการที่พ่อแม่กังวลใจ โดยสาเหตุของอาการหายใจมีเสียงครืดคราดนั้นเกิดได้จากหลายประการ ดังนี้

สาเหตุทั่วไปที่พบได้บ่อย

  • โครงสร้างจมูกเล็กและแคบ โดยเฉพาะในเด็กทารก โพรงจมูกยังมีขนาดเล็กมาก แม้มีน้ำมูกเพียงเล็กน้อยหรือมีคราบขี้มูกอุตัน ก็สามารถทำให้เกิดเสียงครืดคราดได้ง่าย
  • ภาวะหลอดลมอ่อนตัวในเด็ก หรือที่เรียกว่า Laryngomalacia ซึ่งพบได้บ่อยในทารกแรกเกิด เกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่บริเวณกล่องเสียงยังมีความแข็งแรงไม่พอ ทำให้เวลามีอาการหายใจเข้า เนื้อเยื่อบริเวณกล่องเสียงอาจจะยุบเนื้อเยื่อจะยุบตัวลงมาขวางทางเดินหายใจ ส่งผลให้มีเสียงครืดคราด เสียงมักจะดังขึ้นเวลาลูกนอนหงาย ร้องไห้ หรือดูดนม และจะค่อยๆ หายไปเองเมื่อลูกโตขึ้น 
  • การกินนมมากเกินไป (Overfeeding): เมื่อลูกกินนมจนอิ่มเกินไป นมอาจไหลย้อนขึ้นมาที่คอหอย ทำให้เกิดเสมหะในคอและมีเสียงครืดคราดตามมา
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น การเป็นหวัด กล่องเสียงอักเสบ (croup) หลอดลมอักเสบ หรือปอดอักเสบ ซึ่งทำให้มีน้ำมูกและเสมหะมาอุดกั้นทางเดินหายใจได้
  • โรคภูมิแพ้โพรงจมูก ซึ่งเมื่อโพรงจมูกได้รับสิ่งกระตุ้นไม่ว่าจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ มลพิษหรือสารเคมี จะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกมีอาการบวมและมีน้ำมูกใสๆ ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง เกิดเสียงหายใจครืดคราด
  • การแพ้อาหาร เช่น การแพ้โปรตีนนมวัว  อาจทำให้เด็กมีอาการหายใจครืดคราดร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ผื่น หรือปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย
  • กรดไหลย้อน เกิดจากการที่มีน้ำย่อยหรือนมไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และทำให้เกิดความระคายเคืองบริเวณคอหอย เกิดเสมหะขึ้นมาได้

ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่อาจะจะพบได้ไม่บ่อย แต่อาจจะทำให้เกิดเสียงหายใจครืดคราดได้ ซึ่งอาจจะเป็นความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจตั้งแต่แรกเกิด การทำงานของเส้นเสียงหรือกล่องเสียงผิดปกติ มีก้อนเนื้อหรือถุงน้ำในทางเดินหายใจ เป็นต้น ที่ทำให้เกิดการขัดขวางหรือตีบแคบของทางเดินหายใจ

เนื่องจากสาเหตุของเสียงหายใจครืดคราดมีความหลากหลาย หากลูกมีอาการเป็นบ่อย หรือเสียงผิดปกติรุนแรงขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

 

ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน

อาการที่พบบ่อย เมื่อลูกหายใจครืดคราดเวลานอน

  • ลูกหายใจครืดคราด แต่ไม่มีน้ำมูก

อาจเกิดจากการมีเสมหะติดขัดทำให้หายใจไม่สะดวก รวมถึงอาการภูมิแพ้ ที่ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจบวม อาจทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลงและเกิดเสียงหายใจครืดคราดได้ ภาวะนี้อาจเกิดจากการแพ้ อากาศแห้ง หรือการระคายเคืองจากฝุ่นและมลภาวะ เช่น PM 2.5 นอกจากนี้ อาการกรดไหลย้อน ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณลำคอและสายเสียง ทำให้เกิดอาการเสียงแหบ ไอแห้ง และหายใจครืดคราดโดยไม่มีน้ำมูกได้

สิ่งที่พ่อแม่ควรระวังเมื่อ ลูกหายใจครืดคราด แต่ไม่มีน้ำมูก คือ เมื่ออาการเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน อาจเป็นเพราะสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษอาหาร หรือของเล่นชิ้นเล็กๆ ติดอยู่ในจมูกหรือหลอดลม ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและเกิดเสียงผิดปกติ หากลูกหายใจครืดคราดต่อเนื่องโดยไม่มีน้ำมูก หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น หายใจลำบาก ไอเสียงหวีด หรือเสียงครืดคราดดังขึ้นเรื่อยๆ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง

  • ลูกหายใจครืดคราด มีเสมหะ

กรณีที่ลูกหายใจครืดคราด และมีเสมหะร่วมด้วย ทั้งยังร้องงอแง เสียงแหบ หรือมีอาการไอ อาจมาจากปัญหาในทางเดินหายใจของลูก เช่น มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจไม่ว่าจะเป็นส่วนบนหรือส่วนล่าง มีโครงสร้างของทางเดินหายใจที่ผิดปกติบางอย่าง หรืออาจจะเกิดจากนมไหลย้อนหรือกรดไหลย้อนได้ 

นอกจากนี้โรคหวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ มักจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กมีเสมหะและหายใจครืดคราด โดยมักมีอาการน้ำมูก ไอ และคัดจมูกร่วมด้วย เสมหะอาจเหนียวข้นขึ้น หากลูกมีอาการติดต่อกันหลายวัน งอแง กินนม กินอาหารน้อยลง มีไข้สูง หายใจเร็วหรือหายใจเหนื่อย ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 

  • ลูกนอนห้องแอร์ หายใจครืดคราด

สำหรับเด็กๆ ที่นอนในห้องแอร์ ก็อาจหายใจครืดคราดได้ โดยมีทั้งหายใจครืดคราดแบบมีน้ำมูก และไม่มีน้ำมูก กรณีที่ไม่มีน้ำมูก เป็นเพราะสภาพแวดล้อมในห้องแอร์ที่อากาศแห้งมาก จะทำให้เยื่อบุจมูกบวมและคอแห้ง เกิดการระคายเคืองและมีเสียงผิดปกติขณะหายใจ กรณีที่มีน้ำมูกและเสมหะ จากการอยู่ในห้องแอร์ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากเมื่ออากาศแห้งหรือเย็น ทางเดินหายใจมีการผลิตสารคัดหลั่งมากขึ้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับทางเดินหายใจ ซึ่งหากอาการหายใจครืดคราดไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีไข้สูง ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

 

ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน


ช่วยลูกหายใจสะดวก ไม่ครืดคราดเวลานอน

หากลูกมีอาการหายใจครืดคราด พ่อแม่สามารถดูแลช่วยให้ลูกหายใจสะดวกขึ้นได้ ดังนี้

  • ปรับท่านอน – ให้ลูกนอนตะแคงหรือนอนศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น
  • เพิ่มความชื้นในห้อง – ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น หรือวางถ้วยน้ำในห้องนอน เพื่อลดอากาศแห้งที่อาจทำให้จมูกอุดตัน
  • ดูแลจมูกให้โล่ง – หากมีเสมหะหรือน้ำมูก ให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หรือใช้ลูกยางดูดน้ำมูกออก และให้ลูกดื่มน้ำอุ่นหรือนมอุ่นเพื่อช่วยละลายเสมหะ
  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ – รักษาความสะอาดรอบตัวลูก ซักผ้าปูที่นอนเป็นประจำ กำจัดฝุ่น และหลีกเลี่ยงพรมในห้องนอน ห่างไกลจากควันบุหรี่ กลิ่นฉุน และสารเคมีที่อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ

นอกจากนี้ ควรดูแลป้องกันอาการหายใจครืดคราดไม่ให้กำเริบ ด้วยการ รักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาดและเหมาะสม ทำความสะอาดห้องนอน ซักผ้าปูที่นอนเป็นประจำ รักษาความชื้นให้เหมาะสม และหมั่นทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก ให้กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และนอนหลับอย่างเหมาะสม

 

ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน

ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน แบบไหนควรไปหาหมอ

การหาสาเหตุของอาการหายใจครืดคราดในเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเสียงที่เกิดขึ้นอาจมาจาก เสียงหวีด (wheezing), เสียงหวีดดังมาก เมื่อหายใจเข้า (stridor) หรือ เสียงกรน (snoring) เป็นต้น ซึ่งพ่อแม่และแพทย์ทั่วไปอาจแยกแยะความแตกต่างได้ยากจากการตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียว การวินิจฉัยที่แม่นยำมักต้องอาศัยการตรวจระบบทางเดินหายใจและปอดอย่างละเอียด 

โดยส่วนใหญ่ อาการหายใจครืดคราดไม่ใช่เรื่องอันตราย และมักหายไปเองโดยไม่ต้องรักษา อย่างไรก็ตาม หากอาการยังคงอยู่แม้ลูกหายป่วยแล้ว หรือหายไปแล้วกลับมาเป็นอีก รวมทั้งลูกโดยเฉพาะถ้าลูกน้อยมีอาการร่วม เช่น ไข้สูง ไอมาก ไอเสียงก้อง เสียงแหบ หายใจหอบเหนื่อย หายใจอกบุ๋ม ริมฝีปากหรือปลายเล็บคล้ำเขียว ซึม กินได้น้อย เป็นต้น ควรต้องรีบมามาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างทันท่วงที และจะช่วยให้คุณแม่ดูแลลูกได้อย่างมั่นใจและสบายใจมากขึ้น

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สุธิดา ชินธเนศ

กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

พญ.สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

 

ที่มา: Newport Children Hospital , โรงพยาบาลวิมุต

บทความอัปเดตล่าสุด มีนาคม 2569

 

บทความจากพันธมิตร
หมอพัฒนาการยืนยัน! 'EF' คือตัวกำหนดความสำเร็จในอนาคต ทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีความสุข
หมอพัฒนาการยืนยัน! 'EF' คือตัวกำหนดความสำเร็จในอนาคต ทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีความสุข
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ
S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ
คัดมาให้แล้ว! นมผงสูตร 3 จาก 3 แบรนด์ดัง กล่องไหนมีสารอาหารที่น่าสนใจต่อพัฒนาการสมอง
คัดมาให้แล้ว! นมผงสูตร 3 จาก 3 แบรนด์ดัง กล่องไหนมีสารอาหารที่น่าสนใจต่อพัฒนาการสมอง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทารกง่วงแต่ไม่ยอมนอน ทำไงดี? แนะวิธีแก้ ก่อนกระทบพัฒนาการลูกน้อย!

อันตรายจากการหอมแก้มเด็ก แม่โพสต์เตือน อย่าให้ใครหอมลูก ไม่งั้นจะเป็นเหมือนบ้านนี้

10 หมอภูมิแพ้เด็ก 2568 ที่ชาวเน็ตแนะนำ ลูกเป็นภูมิแพ้ หาหมอที่ไหนดี

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • เจ็บป่วย
  • /
  • ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน อาการธรรมดาหรือสัญญาณอันตราย?
แชร์ :
  • เตือนภัย! ฝุ่น PM2.5 ทำลูกน้อย "เลือดกำเดาไหล" แนะ 6 วิธีทำห้องปลอดฝุ่นฉบับครอบครัว

    เตือนภัย! ฝุ่น PM2.5 ทำลูกน้อย "เลือดกำเดาไหล" แนะ 6 วิธีทำห้องปลอดฝุ่นฉบับครอบครัว

  • หมอพัฒนาการยืนยัน! 'EF' คือตัวกำหนดความสำเร็จในอนาคต ทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีความสุข
    บทความจากพันธมิตร

    หมอพัฒนาการยืนยัน! 'EF' คือตัวกำหนดความสำเร็จในอนาคต ทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีความสุข

  • "โรคมือเท้าปาก" ระบาดหนักที่เวียดนาม คร่าชีวิตเด็กแล้ว 3 ราย

    "โรคมือเท้าปาก" ระบาดหนักที่เวียดนาม คร่าชีวิตเด็กแล้ว 3 ราย

  • เตือนภัย! ฝุ่น PM2.5 ทำลูกน้อย "เลือดกำเดาไหล" แนะ 6 วิธีทำห้องปลอดฝุ่นฉบับครอบครัว

    เตือนภัย! ฝุ่น PM2.5 ทำลูกน้อย "เลือดกำเดาไหล" แนะ 6 วิธีทำห้องปลอดฝุ่นฉบับครอบครัว

  • หมอพัฒนาการยืนยัน! 'EF' คือตัวกำหนดความสำเร็จในอนาคต ทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีความสุข
    บทความจากพันธมิตร

    หมอพัฒนาการยืนยัน! 'EF' คือตัวกำหนดความสำเร็จในอนาคต ทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีความสุข

  • "โรคมือเท้าปาก" ระบาดหนักที่เวียดนาม คร่าชีวิตเด็กแล้ว 3 ราย

    "โรคมือเท้าปาก" ระบาดหนักที่เวียดนาม คร่าชีวิตเด็กแล้ว 3 ราย

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว