พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อลูกไปทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อลูกไปทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะเลาะกัน ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป เพราะอาจส่งผลประทบต่อลูกร้ายแรงกว่าที่คิด แถมเป็นปัญหาพฤติกรรมติดตัวไปจนโต

พ่อแม่ทะเลาะกัน ต่อหน้าลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อลูกไปทั้งชีวิต

สามีภรรยา อยู่ด้วยกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน ต้องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา แต่รู้หรือไม่ว่าการที่ พ่อแม่ทะเลาะกัน ต่อหน้าลูก ส่งผลร้ายต่อลูกยิ่งกว่าที่คิด เพราะการที่พ่อแม่ทะเลาะกัน และแสดงอาการกิริยาที่รุนแรงบ่อย ๆ จะส่งผลกระทบต่อสมองของลูก อีกทั้งยังทำให้ลูกซึมซับ พฤติกรรมที่ไม่ดี และอาจกลายเป็น เด็กก้าวร้าว หรือในทางกลับกันก็อาจกลายเป็นเด็กที่ไม่มั่นใจในตัวเองในที่สุด

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผล ร้าย ต่อ ลูกไป ทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผล ร้าย ต่อ ลูกไป ทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะเลาะกันส่งผลอย่างไรต่อลูกบ้าง

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้าย ต่อ ลูกไป ทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้าย ต่อ ลูกไป ทั้งชีวิต

การทะเลาะกันไม่จำเป็นต้องเป็นการโต้เถียงที่รุนแรง หรือถึงขึ้นใช้กำลัง เท่านั้น แค่การพูดจาถากถาง สบประมาท หรือโต้เถียงกันเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อลูกได้ดังนี้ค่ะ

  • เด็กแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ กลายเป็นเด็กก้าวร้าว ชอบใช้กำลัง ชอบรังแกคนอื่น
  • เครียด การที่พ่อแม่ทะเลาะกันจะมีฮอร์โมนความเครียดสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาพัฒนาการในระยะยาว
  • เด็กมีสภาพอารมณ์ที่ไม่มั่นคง การทะเลาะกันในครอบครัวบ่อย ๆ จะทำให้เด็กรู้สึกกังวล หรือ ไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา เพราะกลัวพ่อแม่ทะเลาะกัน และมักส่งผลให้กลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตนเอง
  • โทษตัวเอง หลายครั้งที่เด็กมักจะรู้สึกว่าปัญหาของพ่อแม่เกิดจากตัวเองยังไม่ดีพอ และโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง
  • ขาดทักษะการแก้ไขปัญหา เพราะเด็กจะเรียนรู้แต่การที่พ่อแม่ใช้อารมณ์ใส่กันเท่านั้น แต่ไม่เคยได้เรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง
  • มีความผิดปกติทางสมอง เพราะเมื่อเด็กเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันจะส่งผลให้สมองหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลให้สมองทำงานผิดปกติ จนเด็กมีความบกพร่องทางการคิด เช่น การแก้ไขปัญหา การใช้เหตุผล
  • ไม่รู้วิธีการเข้าสังคม เพราะเด็กในครอบครัวที่มีปัญหา มักจะเป็นเด็กที่โดดเดี่ยว ขาดความอบอุ่น ทำให้ไม่กล้าที่จะเข้าสังคม หรือบางคนอาจกลายเป็นคนที่กลัวการเข้าสังคมไปเลย

ทำอย่างไรเมื่อพ่อแม่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อลูกไปทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อลูกไปทั้งชีวิต

  • พูดคุยกันด้วยเหตุผล เลิกใช้อารมณ์พยายามพูดคุยกันด้วยเหตุและผลแทน เพื่อลดการกระทบกระทั่ง (สูดหายใจลึก ๆ แล้วนึกถึงหน้าลูกไว้ค่ะ!!)
  • แยกกันไปสงบสติอารมณ์ หากบรรยากาศการสนทนาเริ่มคุกรุ่นแล้ว ให้แยกกันไปสงบสติอารมณ์สักพักแล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่
  • คุยกันส่วนตัว หากคิดว่าหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันไม่ได้จริง ๆ แยกไปคุยกันอีกห้องไม่ให้ลูกได้ยิน หรือคุยกันตอนที่ลูกหลับแล้ว
  • คุยกันผ่านข้อความหรือจดหมาย โดยอาจจะผลัดกันเขียนจดหมายอธิบายเหตุผลของตัวเอง วิธีนี้อาจจะดูไร้สาระและเสียเวลา แต่นี่ถือเป็นวิธีในการลดการกระทบกระทั่งได้ดีที่สุด อีกทั้งขณะเขียน ยังช่วยให้เราใจเย็นลง และยังทำให้เราได้คิดทบทวนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบอีกด้วยนะคะ
  • อย่าลืมปลอบลูกด้วย หากเผลอทะเลาะกันต่อหน้าลูกไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด คืออย่าลืมเข้าไปปลอบลูก คุยกับลูก โดยอาจจะอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าพ่อกับแม่มีปัญหาเข้าใจผิดกันเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับมารักกันเหมือนเดิมแล้ว เพื่อไม่ให้ลูกขวัญเสีย และที่สำคัญคือพยายามอย่าทำให้ลูกเห็นอีกนะคะ

อย่าคิดว่าลูกยังเล็กฟังไม่รู้เรื่อง

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อ ลูกไปทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อ ลูกไปทั้งชีวิต

ถึงแม้ว่าจะยังไม่รู้ความหมายของคำต่าง ๆ แต่เด็กก็สามารถรับรู้ถึงอารมณ์ได้จากน้ำเสียง และก่อให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าลูกจะอายุกี่เดือนหรือกี่วัน ก็ไม่ควรทะเลาะกันให้ลูกเห็นเด็ดขาดค่ะ

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อ ลูกไป ทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะ เลาะกัน ต่อหน้า ลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อ ลูกไป ทั้งชีวิต

การทะเลาะกันต่อหน้าลูกนั้นเปรียบเสมือดาบสองคม คมแรกก็ส่งผลดีให้กับพวกเขาได้เข้มแข็งพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะลูก ๆ รู้แล้วว่า ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ ไม่ว่าจะช้าหรือว่าเร็ว และปัญหาก็ไม่ใช่จุดจบของทุกสิ่ง แต่คมดาบสุดท้ายที่อันตรายที่สุดก็คือ ลูก ๆ ของเราอาจจะกลายเป็นเด็กเก็บความรู้สึก ไม่ร่าเริงแจ่มใสเหมือนปกติ และอาจจะแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อคนในครอบครัว คนรอบข้าง รวมถึงคุณครูและเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน หรือแย่ที่สุดคือ ลูก ๆ หันไปคบเพื่อนที่ไม่ดี หรืออาจจะหันไปพึ่งยาเสพติดเพื่อเป็นที่พักทางใจก็เป็นได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่พ่อแม่ควรคำนึงถึงหลังจากที่ทะเลาะกันแล้วก็คือ ความรู้สึกของลูก นั่นเอง

จำไว้เสมอว่าเมื่อไหร่ที่เรามีเจ้าตัวน้อยเพิ่มมาในครอบครัว การทะเลาะกันของเราจะไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องมีสติ มีเหตุผล ให้มาก ๆ เพราะการกระทำเพียงเล็กน้อยของเรา อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อทั้งชีวิตของลูกเลยนะคะ

Credit : www.taamkru.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เผยสาเหตุ ลูกก้าวร้าว ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาก่อน

9 วิธีเล่นกับลูก ฉลาดทั้งปัญญา อารมณ์ดี ช่วยลูกคิดเป็น ต่อยอดได้

เคล็ดลับการเลี้ยงลูกอย่างญี่ปุ่น เลี้ยงยังไงให้เก่ง ฉลาด สุขภาพดี และได้ผลชัวร์!!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

kamonchanok

app info
get app banner