อัลตราซาวด์4มิติ บอกอะไรได้บ้าง ควรทำช่วงไหน ปลอดภัยหรือเปล่า

อัลตราซาวด์4มิติ บอกอะไรได้บ้าง ควรทำช่วงไหน ปลอดภัยหรือเปล่า

มีใครบ้างล่ะที่ไม่อยากเห็นเจ้าตัวน้อยดิ้นไปมาอยู่ในครรภ์ คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านคงอยากทราบว่าลูกในครรภ์จะสมบูรณ์ดีไหม มีพัฒนาการอย่างไร แค่คิดว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของลูกเป็นครั้งแรกก็รู้สึกตื้นตันแล้ว ซึ่งการตรวจอัลตราซาวด์ 4 มิติ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพเหล่านี้ได้ก่อนที่ลูกน้อยจะออกมาลืมตาดูโลกภายนอก แต่ก่อนที่จะไปทำการตรวจอัลตราซาวด์แบบ 4 มิติ เรามาทำความรู้จักกับการตรวจอัลตราซาวด์ 4 มิติเพิ่มเติมกันสักหน่อยนะครับ

อัลตราซาวด์4มิติ บอกอะไรได้บ้าง ควรทำช่วงไหน ปลอดภัยหรือเปล่า

อัลตราซาวด์4มิติ เป็นการเก็บภาพแล้วมาเรียงต่อกันเป็นภาพเคลื่อนไหวที่เสมือนจริงโดยใช้คลื่นเสียง โดยภาพที่ได้นั้นจะเหมือนกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หรือที่เรียกว่า Real time

เครื่องอัลตราซาวด์4มิตินั้น จะเก็บสะสมปริมาตรของเสียงที่สะท้อนที่ออกมาหากหัวตรวจ และแสดงภาพออกมาเป็นภาพที่มีความเหมือนจริงมากยิ่งขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีอัลตราซาวด์4มิติ นี้ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกในครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นการหาว หรือรอยยิ้ม ได้อย่างชัดเจน

อัลตราซาวด์4มิติ

อัลตราซาวด์ 4 มิติ

อัลตราซาวด์4มิติ มีหลักการทำงานอย่างไร?

  • คุณหมอจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าทรานสดิวเซอร์ (transducer) ตรวจบริเวณท้องของคุณแม่
  • อุปกรณ์ชนิดนี้จะส่งคลื่นเสียงในบริเวณท้องผ่านไปยังบริเวณมดลูก
  • คลื่นเสียงจะส่งผ่านทารกในครรภ์ แล้วสะท้อนกลับมายังหัวตรวจ
  • เครื่องตรวจจะทำการเก็บข้อมูลที่ได้จากคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมา แล้วส่งผลต่อไปที่หน้าจอ
  • คุณแม่สะสามารถเห็นการเคลื่อนไหวของลูกในท้องได้ ผ่านทางหน้าจอของเครื่องอัลตราซาวด์ 4 มิติ ได้อย่างชัดเจน

อัลตราซาวด์4มิติ ควรทำในช่วงไหน?

อัลตราซาวด์4มิติ

อัล ตราซาวด์4มิติ

การทำอัลตราซาวด์เพื่อดูเพศของลูกนั้น สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 19 – 24 ของการตั้งครรภ์ แต่สำหรับการทำอัลตราซาวด์4มิตินั้น บ้างก็ว่าควรทำในระหว่างที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 27 – 32 สัปดาห์ ในขณะที่บางท่านก็แนะนำว่าควรทำเมื่อมีอายุครรภ์ระหว่าง 26 – 30 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม การตรวจด้วยอัลตราซาวด์4มิติ ตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อยจะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพทารกได้ทั่วร่างกายและหากอายุครรภ์มากขึ้น ก็จะสามารถมองเห็นรายละเอียดของลูกได้มากขึ้น แต่หากอายุครรภ์มากกว่า 35 สัปดาห์ขึ้นไปแล้วก็อาจจะเริ่มเห็นใบหน้าของลูกไม่ชัดนัก เนื่องจากทารกเริ่มกลับหัวและเข้าสู่ช่องเชิงกรานแล้ว

และหากคุณแม่ท่านใดที่ต้องการทำการตรวจด้วยอัลตราซาวด์4มิติ ก็ควรปรึกษาคุณหมอตั้งแต่เนิ่น ๆ นะครับ เพราะคุณหมอผู้ทำการตรวจจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ดีที่สุด ว่าช่วงเวลาใดคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

อัลตราซาวด์ 4 มิติ บอกอะไรได้บ้าง

อัลตราซาวด์4มิติ

อัลตราซา วด์4มิติ

  • การเจริญเติบโต และพัฒนาการในครรภ์
  • เพศของทารก
  • ตำแหน่งทารก สายสะดือ และปริมาณน้ำคร่ำ
  • โครงสร้างกะโหลกศรีษะและสมอง
  • หัวใจ และการไหลเวียนเลือด
  • กระดูกสันหลัง กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และไต
  • แขน ขา มือ เท้า และนิ้ว
  • ใบหน้า และอวัยวะต่าง ๆ บนใบหน้า
  • อัตราการเจริญเติบโตของทารก ขนาดรอบศีรษะ ความยาวและน้ำหนัก

ข้อดีของการตรวจอัลตราซาวด์ 4 มิติ

อัลตราซาวด์4มิติ

อัลตราซ าวด์4มิติ

  • คุณพ่อคุณแม่สามารถมองเห็นพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกในครรภ์ผ่านการตรวจอัลตราซาวด์แบบ 4 มิติได้อย่างชัดเจน เช่น สามารถมองเห็นว่าลูกกำลังหาว ดูดนิ้ว หรือยิ้ม
  • ได้เห็นอวัยวะภายนอกของทารกในครรภ์ได้ชัดเจนกว่าการตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ 2 มิติ เช่น ใบหน้า แขน ขา นิ้วมือที่ดูเป็นมีความลึกและเป็นมิติมากขึ้น
  • ทำให้ระยะเวลาในการไปตรวจครรภ์ของคุณแม่สั้นลง เพราะสามารถดูความสมบูรณ์ การเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกในครรภ์ได้จากภาพที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
  • สร้างความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์และเฝ้ารอจนลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลก
อัลตราซาวด์4มิติ

อัลตราซาวด์ 4 มิติ

อัลตราซาวด์ มิติ ปลอดภัยหรือไม่

จากการศึกษาวิจัยของสถาบันหลายแห่งพบว่า การทำอัลตราซาวด์4มิติ นั้นค่อนข้างที่จะมีความปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกในท้อง นอกจากนั้น การทำอัลตราซาวด์ 4 มิติ ยังสามารถช่วยให้คุณหมอตรวจสอบความผิดปกติของทารกในครรภ์ที่อาจเกิดจะขึ้นตั้งแต่อยู่ในท้องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การได้รับคลื่นเสียง หรือรังสีต่าง ๆ ทั้งจากการตรวจอัลตราซาวด์ หรือจากการตรวจแบบอื่น ๆ หากได้รับในปริมาณที่มากหรือบ่อยเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อลูกในท้องได้เหมือนกัน ทางที่ดีคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ผู้ตรวจถึงความเสี่ยงและความปลอดภัยก่อนทุกครั้งจะดีที่สุด

การอัลตร้าซาวด์มีประโยนช์อย่างไร

อ่านผลอัลตร้าซาวด์ง่ายๆ ประโยชน์ของการอัลตร้าซาวด์นอกจากจะช่วยตรวจดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ “ดูเพศของลูก”แล้วยังช่วยสร้างสัมพันธ์ทางสายตาระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้ด้วยนอกจากนี้ยังช่วยกำหนดอายุครรภ์ที่แน่นนอน ระบุตำแหน่งของทารก หาสาเหตุของภาวะเลือดออกขณะตั้งครรภ์ “ดูพัฒนาการของทารกในครรภ์” ประเมินความผิดปรกติต่างๆ ของมดลูก รังไข่ ตรวจหาความผิดปรกติของกะโหลกศีรษะ เนื้อสมอง โครงกระดูก แขนขา ทรวงอก ดูอวัยวะภายในและจำนวนนิ้วมือ นิ้วเท้าของทารก ไปจนถึงตรวจคัดกรองทารกในกลุ่มอาการดาวน์

วิธีอ่านผลอัลตร้าซาวด์

หากเป็นคุณหมอมืออาชีพหรือเป็นคุณแม่ที่เคยตั้งท้องมาแล้วก็คงไม่มีปัญหากับการอ่านผลอัลตร้าซาวด์ที่มีตัวย่อมากมายเต็มไปหมดแต่กับคุณแม่มือใหม่ “วิธีอ่านผลอัลตร้าซาวด์” ทำได้ดังนี้

  • CRL = การวัดความยาวของทารก
  • BDP = การวัดความกว้างของศีรษะ
  • HC  = การวัดเส้นรอบวงศีรษะ
  • AC = การวัดเส้นรอบท้อง
  • FL = การวัดความยาวกระดูกต้นขา
  • AFI = การวัดน้ำคร่ำ
  • EFW = การประเมินน้ำหนักทารก ซึ่งได้จากการคำนวนจาก 2 สูตรที่นิยมคือ สูตร Shepard (EFW/Shepard) หรือสูตร Haddlock (EFW/HAD)
  • FHR (บางที่ใช้ Fetal Cardiac Pulsation) =อัตราการเต้นของหัวใจทารก
  • Placental Site = ตำแหน่งรกที่เกาะมดลูก
  • Placental Grading = ลักษณะเนื้อรกซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามอายุครรภ์

ที่มา momjunction

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทารกในครรภ์โตช้า อันตรายที่แม่ท้องต้องระวัง

คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง ห้ามดื่มอะไรบ้าง อะไรคือของแสลงที่คนท้องต้องระวัง

ผลไม้บำรุงครรภ์ ตลอด 9 เดือนที่อุ้มท้อง ต้องกินผลไม้อะไรบ้าง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner