TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกพูดช้าสุดกี่ปี วิธีง่ายๆ กระตุ้นให้ลูกพูด ทำยังไงให้ลูกพูดเร็ว

บทความ 5 นาที
ลูกพูดช้าสุดกี่ปี วิธีง่ายๆ กระตุ้นให้ลูกพูด ทำยังไงให้ลูกพูดเร็ว

ไขข้อสงสัย ลูกพูดช้าสุดกี่ปี และสัญญาณแบบไหนที่บ่งบอกว่า ลูกพูดช้า มาดูพัฒนาการด้านภาษาของเด็กแต่ละวัย และวิธีกระตุ้นให้ลูกพูดเร็วขึ้น

หลายคนคงสงสัยว่า ลูกพูดช้าสุดกี่ปี ลูกพูดช้าเมื่อไหร่ถึงควรเป็นห่วง? และ จะทำอย่างไรให้ลูกน้อยพูดเร็วขึ้น? เรามาดูกันค่ะว่าพัฒนาการด้านภาษาของเด็กแต่ละวัย เป็นอย่างไร และสัญญาณแบบไหนที่บ่งบอกว่า ลูกพูดช้า

 

สารบัญ

  • เด็กพูดได้กี่ขวบ?
  • ตารางแสดงพัฒนาการด้านภาษาและการพูดในเด็กปกติ
  • จะรู้ได้ยังไงว่าลูกพูดช้า
  • ตารางแสดงสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เด็กมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า
  • ทำไมเด็กถึงพูดช้า
  • ลูกพูดช้าทำอย่างไร 
  • วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด ทำยังไงให้ลูกพูดเร็ว

เด็กพูดได้กี่ขวบ?

พัฒนาการทางภาษาของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว ลูกน้อยจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ทางภาษาตั้งแต่แรกเกิด เริ่มจากการร้องไห้เพื่อสื่อสารความต้องการ จากนั้นก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆ มาดูกันเลยค่ะว่าในแต่ละช่วงอายุ เด็กๆ มักจะมีพัฒนาการทางภาษาอย่างไร 

 

ตารางแสดงพัฒนาการด้านภาษาและการพูดในเด็กปกติ

ช่วงอายุ
พัฒนาการทางภาษา
3-4 เดือน เริ่มหัวเราะ ร้องเสียงหลากหลาย ทั้งเสียงสูง เสียงต่ำ หันหาที่มาของเสียง
6-9 เดือน เล่นเสียงเดาะลิ้น เป่าปาก หัวเราะเสียงดัง หันมองเมื่อถูกเรียกชื่อ เวลามีคนคุยด้วยจะหยุดมองหน้า รอจังหวะเพื่อส่งเสียงตอบ
9-10 เดือน เล่นเสียงพยัญชนะต่างๆ เช่น มามา ดาดา ปาปา สื่อความต้องการด้วยท่าทาง เช่น ยื่นมือเพื่อขอ ส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธ ตบมือหรือบ๊ายบายตามคำสั่งได้
1 ขวบ เรียก “พ่อ” หรือ “แม่” หรือชื่อของสัตว์เลี้ยงได้
15 เดือน พูดคำเดี่ยวที่มีความหมายอย่างน้อย 2 คำ นอกเหนือจากคำว่าพ่อกับแม่หรือชื่อสัตว์เลี้ยง ทำตามคำสั่ง 1 ขั้นตอนที่มีท่าทางประกอบได้
2 ขวบ พูดเป็นวลีที่ประกอบด้วย 2 คำขึ้นไป เช่น กินข้าว ร้องเพลง ทำตามคำสั่ง 2 ขั้นที่ต่อเนื่องกันได้
3 ขวบ พูดประโยคสั้นๆ ซี่งมีประธาน กริยา ครบถ้วน เช่น หนูกินข้าว พูดให้คนส่วนใหญ่ฟังเข้าใจได้ สนทนาโต้ตอบได้
4 ขวบ เล่าเรื่องสั้นๆ ได้ พูดให้คนไม่คุ้นเคยฟังเข้าใจทั้งหมด

ลูกพูดช้าสุดกี่ปี

จะรู้ได้ยังไงว่าลูกพูดช้า

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะกังวลใจเมื่อลูกน้อยยังไม่พูดตามวัยที่คาดหวังใช่ไหมคะ การสังเกตพัฒนาการทางภาษาของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ 

 

เมื่อไหร่ควรเริ่มสังเกต?

เด็กอายุ 15 เดือน ควรพูดคำเดี่ยวที่มีความหมายได้อย่างน้อย 2 คำ นอกเหนือจากคำว่าพ่อกับแม่ หรือชื่อคนและสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น ไป, เปิด, ออก, น้ำ, นม เป็นต้น แต่ถ้าลูกน้อยยังไม่พูดเลย ไม่ตอบสนองเมื่อถูกเรียกชื่อ ไม่ชี้สิ่งของที่สนใจ ไม่ทำตามคำสั่ง นี่อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกน้อยอาจมีพัฒนาการทางภาษาที่ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน

 

ตารางแสดงสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เด็กมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า

(Red flag signs)

ช่วงอายุ
สัญญาณบ่งบอกพัฒนาการทางภาษาล่าช้า
6 เดือน ไม่หันหาเสียงพูด ไม่ทำเสียงโต้ตอบ ไม่หัวเราะ
9 เดือน ไม่หันหาเมื่อเรียกชื่อ ไม่เล่นเสียง เช่น บาบา ดาดา
12 เดือน ไม่ชี้นิ้ว ไม่ทำตามสั่ง ไม่ใช้ท่าทางพยักหน้าหรือส่ายหัว ไม่เรียก “พ่อ” “แม่”
15 เดือน ไม่พูดคำอื่น นอกเหนือจาก “พ่อ” “แม่”
18 เดือน ไม่สามารถทำตามคำสั่งโดยไม่มีท่าทางประกอบ พูดคำเดี่ยวที่มีความหมายได้น้อยกว่า 5 คำ
2 ขวบ
พูดคำเดี่ยวที่มีความหมายได้น้อยกว่า 50 คำ ไม่พูดเป็นวลี มีความสนใจต่อปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างจำกัด
3 ขวบ
ไม่สามารถพูดเป็นประโยคได้เอง คนอื่นฟังที่เด็กพูดส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ ที่ไม่มีท่าทางประกอบ ไม่เข้าร่วมวงสนทนา
4 ขวบ
ไม่สามารถตอบคำถามง่ายๆ ได้

 

หากคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงอายุเท่าไหร่ แต่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาได้เลยนะคะ แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุของปัญหา และให้คำแนะนำในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของลูกน้อยต่อไป

 

ลูกพูดช้า ทำอย่างไร

 

ทำไมเด็กถึงพูดช้า

หากคุณพ่อคุณแม่เช็กพัฒนาการลูกนัอยตามเกณฑ์ด้านบนแล้ว พบว่าลูกพูดช้า มาดูกันว่าสาเหตุที่เด็กพูดช้า เกิดจากอะไรได้บ้าง?

1. ปัจจัยด้านร่างกายและพัฒนาการ

การพูดต้องอาศัยหลายส่วนทำงานร่วมกัน หู, ตา, สมอง, อวัยวะเปล่งเสียง หากมีความผิดปกติในส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็อาจทำให้พูดช้าได้ เช่น

  • ปัญหาการได้ยิน
  • โรคทางพันธุกรรม
  • ภาวะออทิสติก
  • ภาวะพัฒนาการทางภาษาล่าช้า

 

2. ปัจจัยด้านการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมและการกระตุ้นจากคนรอบข้างมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ภาษา

  • ขาดการกระตุ้น: เด็กไม่ได้รับการพูดคุยหรือเรียนรู้การโต้ตอบที่เหมาะสม
  • ขาดการเล่นและปฏิสัมพันธ์: โดยเฉพาะในวัย 0-7 ปี การเล่นกับคนอื่นสำคัญมากต่อการเรียนรู้การสื่อสารและอารมณ์
  • การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์มากเกินไป: แม้ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ภาษาและการสื่อสารของเด็กเล็ก

ลูกพูดช้าทำอย่างไร 

หากสังเกตเห็นว่าลูกน้อยพูดช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน อย่าเพิ่งตกใจนะคะ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกน้อยได้ โดยรีบพาลูกน้อยไปปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ

ทำไมต้องรีบปรึกษาแพทย์?

  • การวินิจฉัยที่ถูกต้อง: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา เช่น ปัญหาทางการได้ยิน ปัญหาทางกายภาพ หรือความผิดปกติทางระบบประสาท
  • การรักษาที่ทันท่วงที: การรักษาที่เริ่มแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ลูกน้อยมีโอกาสพัฒนาการทางภาษาได้ดีขึ้น
  • ป้องกันปัญหาที่ตามมา: การแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา เช่น ปัญหาทางสังคมและอารมณ์

 

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด ทำยังไงให้ลูกพูดเร็ว

การที่ลูกน้อยเริ่มพูดคำแรกๆ เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่บางครั้งลูกน้อยอาจมีพัฒนาการทางภาษาที่ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่จึงอยากหาวิธีการกระตุ้นให้ลูกน้อยพูดเร็วขึ้น สามารถทำได้ดังนี้

1. สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพูด

  • พูดคุยกับลูกบ่อยๆ: พูดคุยกับลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างทำกิจวัตรประจำวัน หรือขณะเล่นด้วยกัน การพูดคุยจะช่วยให้ลูกน้อยได้ยินเสียงพูดและเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ
  • อ่านหนังสือให้ฟัง: การอ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นกิจกรรมที่สนุกและมีประโยชน์ ช่วยให้ลูกน้อยได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และจินตนาการไปกับเรื่องราว
  • ร้องเพลง: เพลงช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและอารมณ์ของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี ลองร้องเพลงง่ายๆ หรือเพลงเด็กให้ลูกฟังบ่อยๆ
  • จำกัดเวลาหน้าจอ: การดูโทรทัศน์หรือเล่นแท็บเล็ตมากเกินไปอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางภาษาของลูกน้อยได้ ควรจำกัดเวลาและให้ลูกได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างมากขึ้น

2. สร้างปฏิสัมพันธ์ที่สนุกสนาน

  • เล่นเกม: เล่นเกมที่ต้องใช้ภาษา เช่น เกมทายคำ เกมจับคู่ภาพ หรือเกมเล่านิทานสั้นๆ
  • เลียนแบบเสียงสัตว์: เล่นเกมเลียนแบบเสียงสัตว์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกน้อยสนใจและพยายามเลียนแบบ
  • ทำกิจกรรมร่วมกัน: ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับลูกน้อย เช่น ทำอาหาร เล่นดินน้ำมัน หรือวาดรูป

3. สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกน้อย

  • ชมเชยเมื่อลูกพูด: เมื่อลูกน้อยพยายามพูดคำใหม่ๆ หรือประโยคใหม่ๆ ให้ชมเชยลูกน้อยอย่างจริงใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกน้อยกล้าพูดมากขึ้น
  • ให้โอกาสลูกน้อยได้แสดงออก: สร้างโอกาสให้ลูกน้อยได้เล่าเรื่องราวหรือแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
  • เป็นแบบอย่างที่ดี: พูดคุยกับคนรอบข้างด้วยภาษาที่ถูกต้องและชัดเจน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้อย

4. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

  • พัฒนาการล่าช้า: หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน ควรปรึกษาแพทย์เด็กหรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก
  • ขอคำแนะนำ: ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำและวิธีการดูแลลูกน้อยที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ คือ เด็กทุกคนมีพัฒนาการไม่เหมือนกัน การสอนให้ลูกน้อยพูดต้องใช้เวลาและความอดทน การสร้างบรรยากาศให้ลูกน้อยสนุกกับการเรียนรู้ จะช่วยให้ลูกน้อยอยากพูดมากขึ้นนั่นเองค่ะ

 

บทความจากพันธมิตร
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สร้อยฟ้า ศรีสันต์

กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม

 

 

ที่มา : โรงพยาบาลพญาไท , โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ , โรงพยาบาลสินแพทย์ , โรงพยาบาลวิมุต

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อยากฝึกลูกนั่งกระโถนต้องเริ่มอย่างไร และควรเริ่มฝึกลูกตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี?

พ่อแม่ 10 แบบที่ทำให้ ลูกไม่มีความสุข คุณเป็นแบบนั้นอยู่หรือเปล่า?

มีลูก 1 คน ใช้เงินเท่าไหร่ ? สรุปค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ ถึง 18 ปี

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ช่วงวัยของเด็ก
  • /
  • ลูกพูดช้าสุดกี่ปี วิธีง่ายๆ กระตุ้นให้ลูกพูด ทำยังไงให้ลูกพูดเร็ว
แชร์ :
  • วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

    วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

    วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว