คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยินคำเตือนเก่าๆ ไหมคะว่า “อย่าอุ้มลูกบ่อย เดี๋ยวลูกจะติดมือ” หรือ “ปล่อยให้ร้องบ้าง จะได้ปอดแข็งแรง”? แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิทยาศาสตร์สมัยใหม่กำลังบอกเราในสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงค่ะ โลกของ Neuroscience และจิตวิทยาเด็ก ได้ค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ใน “อ้อมกอดของพ่อแม่” ว่าไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกดีทางใจเท่านั้น แต่มันคือกระบวนการทางชีวภาพที่สำคัญที่สุดในการ “สร้างตัวตน” (Sense of Self) และความมั่นคงทางอารมณ์ให้กับลูกน้อย ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาลืมตาดูโลก
ความลับของไออุ่น: เมื่อร่างกายลูกบอกว่า “ฉันปลอดภัย”
เรามักเข้าใจว่าการกอดคือการสัมผัส (Touch) แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่สมองของลูกน้อยโหยหามากที่สุดจากการกอดคือ ความอบอุ่น (Warmth) ค่ะ
งานวิจัยจากทีมของ Dr. Laura Crucianelli นักวิจัยด้านประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัย Queen Mary University of London ได้อธิบายกลไกที่น่าทึ่งนี้ไว้ว่า มนุษย์เรามีระบบรับสัมผัสที่เรียกว่า Thermoception หรือ การรับรู้ความร้อน ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกว่าอากาศร้อนหรือหนาวเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ส่งสัญญาณตรงไปยังสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ และความรู้สึกเป็นเจ้าของร่างกาย (Body Ownership) อีกด้วย
ทำไมต้องเป็นความอบอุ่น?
ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทารกถูกโอบล้อมด้วยน้ำคร่ำที่มีอุณหภูมิคงที่และอบอุ่นตลอดเวลา สำหรับทารกแล้ว ความอบอุ่น = การมีชีวิตรอด (Survival) และ ความหนาว = อันตราย (Danger)
เมื่อลูกคลอดออกมาและต้องเจอกับโลกภายนอกที่หนาวเย็นและเวิ้งว้าง อ้อมกอดของพ่อแม่ จึงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันภัยด่านแรก เมื่อผิวสัมผัสผิว (Skin-to-skin) และไออุ่นจากตัวพ่อแม่ส่งผ่านไปยังผิวลูก เส้นประสาทพิเศษที่เรียกว่า C-tactile afferents จะส่งข้อมูลวิ่งตรงเข้าสู่สมองส่วน Insula ทันที สมองส่วนนี้จะตีความว่า ตอนนี้ฉันปลอดภัยแล้ว และฉันมีตัวตนอยู่ตรงนี้

ฉันอุ่น ฉันจึงมีตัวตน: รากฐานของความมั่นคงทางใจ
จุดที่น่าสนใจที่สุดของงานวิจัยนี้คือการค้นพบความเชื่อมโยงระหว่าง “ความอบอุ่น” กับ “การรู้ตัวตน” ค่ะ
Dr. Laura Crucianelli อธิบายว่า “เมื่อเรากอดใครสักคน การผสมผสานระหว่างแรงสัมผัสและความอุ่น จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกเป็นเจ้าของร่างกาย ทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับตัวตนของเรามากขึ้น”
ลองจินตนาการถึงทารกแรกเกิดที่ยังมองเห็นไม่ชัด ยังควบคุมแขนขาไม่ได้ เขาแทบจะไม่รู้เลยว่าร่างกายของเขาเริ่มตรงไหนและจบตรงไหน แต่เมื่อได้รับ อ้อมกอดของพ่อแม่ ความอุ่นจะช่วย “วาดขอบเขต” ของร่างกายให้เขา ทำให้เขารับรู้ได้ว่า “นี่คือแขนของหนู นี่คือตัวของหนู และหนูมีตัวตนอยู่จริง”
ผลกระทบเมื่อลูก “ขาดไออุ่น”
ในทางตรงกันข้าม หากเด็กไม่ได้รับสัมผัสหรือความอบอุ่นที่เพียงพอ สมองของเขาอาจเกิดภาวะสับสนและไม่มั่นคง งานวิจัยพบว่าความรู้สึกหนาวเหน็บทางกายสามารถนำไปสู่ความรู้สึก “หนาวเหน็บทางใจ” หรือความรู้สึกโดดเดี่ยวได้
ร้ายแรงกว่านั้น การขาดสัมผัสที่อบอุ่นอาจนำไปสู่ภาวะ Dissociation หรือการที่จิตรู้สึกหลุดลอย ไม่เชื่อมโยงกับร่างกายตัวเอง ซึ่งเป็นกลไกป้องกันตัวเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย ทำให้เด็กเติบโตมาพร้อมกับความวิตกกังวล และขาดความมั่นใจในตัวเอง
3 ประโยชน์มหัศจรรย์ เมื่อลูกได้รับ “อ้อมกอด” อย่างเพียงพอ
จากการศึกษาในวารสาร Frontiers in Neuroscience และแหล่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ พบว่า อ้อมกอดของพ่อแม่ ส่งผลดีต่อพัฒนาการสมองของลูกอย่างมหาศาล ดังนี้
1. สร้างความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และความสามารถในการสงบสติอารมณ์
เด็กที่ได้รับการกอดบ่อยๆ จะมีระดับฮอร์โมน Oxytocin (ฮอร์โมนแห่งความรัก) ในสมองสูง ซึ่งฮอร์โมนนี้ช่วยลดระดับ ฮอร์โมนเครียดได้อย่างชะงัด การกอดจึงเปรียบเสมือนการ Reset ระบบประสาทของลูกให้กลับมาสู่โหมดสงบ ทำให้เขาเรียนรู้วิธีจัดการกับอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อโตขึ้น จึงกล่าวได้ว่า อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น เพราะเขามีความมั่นคงทางใจที่แข็งแรงพอจะดูแลความรู้สึกของตัวเองได้ในอนาคต
2. พัฒนาการรับรู้ร่างกาย (Body Awareness)
การกอดที่แนบแน่นและมีความอุ่น ช่วยให้ระบบการรับรู้สภาวะภายในร่างกายของลูกทำงานได้อย่างแม่นยำ เด็กจะเรียนรู้ที่จะเข้าใจสัญญาณต่างๆ ของร่างกายตัวเองได้ดี เช่น รู้ว่าตอนไหนหิว ตอนไหนหนาว หรือตอนไหนที่รู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดี
3. สมองเรียนรู้และจดจำได้ดีขึ้น
งานวิจัยจาก Washington University School of Medicine เคยค้นพบว่า เด็กที่ได้รับความรักและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแม่ มีขนาดของสมองส่วน Hippocampus (ส่วนที่เกี่ยวกับความจำและการเรียนรู้) ใหญ่กว่าเด็กที่ไม่ได้รับการดูแลถึง 10% นั่นหมายความว่า อ้อมกอดของพ่อแม่ ช่วยให้สมองของลูกเติบโตและพร้อมสำหรับการเรียนรู้ค่ะ

กอดลูกอย่างไรให้ได้ “ไออุ่น” อย่างเต็มที่?
เพื่อให้ลูกได้รับประโยชน์สูงสุดจากงานวิจัยเรื่อง Thermoception คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ได้เลยค่ะ:
1. กอดให้นานขึ้นอีกนิด
อย่ารีบกอดรีบปล่อย ลองกอดลูกค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที เพื่อให้ “ความร้อน” จากตัวเราถ่ายเทไปยังตัวลูก และกระตุ้นให้ฮอร์โมน Oxytocin หลั่งออกมาเต็มที่
2. Skin-to-Skin สัมผัสเนื้อแนบเนื้อ
สำหรับทารก การถอดเสื้ออุ้มแนบอก (Kangaroo Care) คือวิธีที่ดีที่สุดในการส่งผ่านไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งช่วยปรับจังหวะหัวใจของลูกให้เต้นสม่ำเสมอได้ด้วย
3. กอดในเวลาปกติ ไม่ใช่แค่ตอนร้องไห้
อย่ารอให้ลูกร้องแล้วค่อยอุ้ม แต่ควรกอดเขาในเวลาที่เขากำลังเล่นหรือมีความสุขด้วย เพื่อให้สมองจดจำว่า อ้อมกอดของพ่อแม่ คือพื้นที่แห่งความสุข ไม่ใช่แค่พื้นที่หลบภัย
4. ใช้น้ำอุ่นช่วยเยียวยา
ในวันที่ลูกงอแงมากเป็นพิเศษ หรือคุณแม่ไม่สามารถกอดได้ตลอดเวลา การให้ลูกอาบน้ำอุ่น สามารถช่วยทดแทนความรู้สึกปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง เพราะความอุ่นจากน้ำจะช่วยกระตุ้นสมองส่วน Insula ในลักษณะคล้ายกับการกอด
วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า อ้อมกอดของพ่อแม่ ไม่ใช่การตามใจลูกจนเสียคน แต่เป็นการเติมเต็มความต้องการพื้นฐานทางชีวภาพของมนุษย์ เพื่อให้ลูกเติบโตมาเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง รู้คุณค่าในตัวเอง (Self-worth) และพร้อมที่จะเผชิญโลกกว้าง
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ฮาร์วาร์ดชี้ 3 กิจกรรมนี้ กระตุ้นพัฒนาการสมอง เล่นแล้วฉลาด กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน
7 สิ่งที่ลูกมักได้จากพ่อ พันธุกรรมนี้พ่อให้มาล้วนๆ เช็กเลย!
32 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กใกล้กรุงเทพฯ 2026 / 2569
แหล่งอ้างอิง:
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!