TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

พระจ้างเด็กลองของ ราดน้ำกรดใส่เด็ก ครอบครัวเตรียมเอาเรื่อง

2 May, 2024
พระจ้างเด็กลองของ ราดน้ำกรดใส่เด็ก ครอบครัวเตรียมเอาเรื่อง

เมื่อวันอังคารที่ 30 เมษายน ผู้ใช้งานเฟสบุ๊คท่านหนึ่งที่ชื่อว่า กินเที่ยว สุโขทัย ได้โพสข้อความเกี่ยวกับกรณี พระลองของ “ ราดน้ำกรดใส่เด็ก ” จนได้รับบาดเจ็บ จนเป็นกระแสทำให้ชาวเน็ตแห่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันไม่หยุดเกี่ยวกับความไม่เหมาะสมกับการกระทำของพระรูปนี้  มีการถกเถียงกันในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ บางคนมองว่าเป็นการลองของขลังที่อันตรายและไม่เหมาะสม

 

สยอง! พระจ้างเด็ก “ลองของ” ราดน้ำกรดใส่เด็ก ตำรวจเร่งสอบสวน

เรื่องเริ่มต้นที่พระรูปหนึ่งในวัดเขาแร่ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ใช้น้ำกรดลองของขลังกับเด็ก 5 คน อ้างว่าเพื่อทดสอบพุทธคุณ โดยพระรูปดังกล่าวราดน้ำกรดใส่เด็ก จนได้รับบาดเจ็บที่หลังมือ เด็กที่ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่าตนกับเพื่อนเข้าไปเล่นในวัดและถูกชักชวนให้ลองของขลังโดยจะได้รับเงิน 200 บาท รู้สึกเจ็บปวดหลังจากถูกน้ำกรดราด 

 

พระลองของ ราดน้ำกรดใส่เด็ก

ขอบคุณภาพจาก: กินเที่ยว สุโขทัย

 

พระรูปดังกล่าวเคยทำของขลังและลองกับตัวเองแล้วไม่เป็นไร ของขลังที่ใช้เป็นพระผงรูปคล้ายพระสมเด็จและสมเด็จโต ใส่กรอบพลาสติก รวมถึงทางลูกศิษย์ของพระอ้างว่าเคยลองของด้วยวิธีนี้มาหลายปีแล้วไม่เป็นอะไร และเด็ก ๆ สมัครใจเข้ามารับการทดสอบ

 

พระผงรูปคล้ายพระสมเด็จและสมเด็จโต ใส่กรอบพลาสติก

ขอบคุณภาพจาก: sanook.com

 

ผู้ปกครองของเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพระรูปดังกล่าว และลูกศิษย์ที่ร่วมก่อเหตุ โดยย่าของเด็กผู้เสียหาย ระบุว่าการราดน้ำกรดใส่เด็กกระทำแบบนี้ไม่เหมาะสม และเด็ก ๆ ไม่รู้ว่าน้ำกรดอันตราย เบื้องต้นมีการตั้งข้อสงสัยถึงพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าว และความเหมาะสมในการลองของขลังกับเด็ก และตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเด็กแก่พระและลูกศิษย์ 

ที่มา: sanook.com, facebook: กินเที่ยว สุโขทัย

 

พระลองของ ราดน้ำกรดใส่เด็ก อันตรายอย่างไร

จากข่าวดังกว่า ได้มีการโพสภาพของน้ำกรดขวดดังกล่าวที่ใช้ในการราดที่หลังมือของเด็กจนได้รับบาดเจ็บ เป็นน้ำกรดกำมะถัน หรือ กรดซัลฟิวริก (H2SO4) เป็นสารกัดกร่อน ทำลายผิวหนัง ตา ฟัน และปอด ทั้งนี้หากการสัมผัสในปริมาณรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิต โดยส่วนมากแล้วกรดซัลฟิวริก หรือน้ำกรดกำมะถัน มักถูกใช้ในหลายอุตสาหกรรม ใช้ในการผลิตสารเคมีอื่น ๆ เช่น วัตถุระเบิด และกาว รวมถึงในการกลั่นน้ำมัน การชุบโลหะ และในแบตเตอรี่รถยนต์แบบตะกั่ว

 

น้ำกรดกำมะถัน

 

น้ำกรดกำมะถัน อันตรายต่อเด็กอย่างไร 

น้ำกรดกำมะถันเป็นสารเคมีอันตรายที่สามารถส่งผลร้ายแรงต่อเด็กได้หลายประการ  เด็กๆ อาจเผชิญกับความเสี่ยงเหล่านี้: 

1. การสัมผัสผิวหนัง

หากน้ำกรดกำมะถันสัมผัสผิวหนังของเด็ก เช่น รั่วไหลจากขวดหรือหยดลงบนผิวหนัง เด็กอาจเสี่ยงต่อการไหม้ผิวหนังหรือระคายเคืองผิวหนังได้ เนื่องจากกรดสามารถกัดกร่อนผิวหนังและทำให้เกิดแผลและอาการระคายเคืองได้ 

2. การหายใจ

หากมีละอองน้ำกรดกำมะถันอยู่ในอากาศ เด็กอาจสูดดมละอองเหล่านี้เข้าสู่ปอด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจในระยะยาว 

3. การกลืน

หากเด็กเผลอสัมผัสน้ำกรดกำมะถันแล้วกลืนเข้าไปในกระเพาะอาหาร เด็กอาจเสี่ยงต่อการไหม้ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดแสบร้อนในช่องคอและกระเพาะอาหาร อาเจียน และท้องเสียรุนแรง 

บทความที่เกี่ยวข้อง : ลูกโดน น้ำร้อนลวก ปวดแสบปวดร้อน วิธีปฐมพยาบาล ใช้ยาสีฟันหรือแช่น้ำเย็น

 

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อราดน้ำกรดใส่เด็ก

สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “ตั้งสติ” การตื่นตระหนกจะทำให้การช่วยเหลือล่าช้า และควรรีบประเมินสถานการณ์ ตรวจสอบว่าเด็กได้รับบาดเจ็บจากกรดประเภทไหน ปริมาณมากน้อยแค่ไหน และมีส่วนใดของร่างกายที่ถูกสัมผัส หลังจากนั้นควรโทรเรียกรถพยาบาลทันที แม้ว่าบาดเจ็บดูไม่รุนแรง แต่กรดบางชนิดอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ระหว่างรอรถพยาบาล สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดังต่อไปนี้ 

  • ล้างผิวที่สัมผัสกรดด้วยน้ำสะอาด อย่างน้อย 15-20 นาที ใช้น้ำไหล อย่าใช้น้ำแข็ง อย่าถูหรือขัดผิว หากสัมผัสโดนเสื้อผ้า ให้รีบถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนกรดออก ทำอย่างระมัดระวัง อย่าให้เสื้อผ้าสัมผัสผิวหนังอีก 
  • ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ อย่าใช้ผ้าฝ้าย อย่าทาครีมหรือขี้ผึ้ง รักษาอุณหภูมิร่างกายของเด็กให้ปกติ ห่มผ้าให้เด็ก อย่าให้อาหารหรือน้ำแก่เด็ก รอจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง
  • หากโดนที่ตาเช็ดตาด้วยน้ำสะอาด หากกรดเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 15-20 นาที ห้ามถูตา
  • ติดตามอาการของเด็ก สังเกตว่าเด็กมีอาการหายใจลำบาก เจ็บปวด อาเจียน หรือมีอาการอื่น ๆ ที่ผิดปกติหรือไม่

 

ป้องกันลูกจากอันตรายจากคนแปลกหน้า

บทความจากพันธมิตร
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
ก้าวไปอีกขั้น! PalFish Thailand จัดงานอลัง “ฉลองรับการขยายออฟฟิศใหม่”
ก้าวไปอีกขั้น! PalFish Thailand จัดงานอลัง “ฉลองรับการขยายออฟฟิศใหม่”
แพ็ลฟิชฯ จัดอลัง!! ประชันแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ “PalFish English Speech Contest” - ดัน “UN” ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 17)
แพ็ลฟิชฯ จัดอลัง!! ประชันแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ “PalFish English Speech Contest” - ดัน “UN” ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 17)
สร้างความแข็งแกร่งของฮีโร่ตัวน้อย ด้วย LPR โพรไบโอติก ตัวดัง
สร้างความแข็งแกร่งของฮีโร่ตัวน้อย ด้วย LPR โพรไบโอติก ตัวดัง

 

ป้องกันลูกจากอันตรายจากคนแปลกหน้าอย่างไร

แม้ลูกน้อยของคุณเริ่มถึงวัยที่ต้องการความเป็นอิสระมากขึ้นแล้ว แต่พ่อแม่อย่างเราก็ยังคงต้องดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็อยากสอนลูก ๆ ของเราเกี่ยวกับการรับมือกับคนแปลกหน้า การสอนให้เด็กระวังคนแปลกหน้าสามารถช่วยให้พวกเขาปลอดภัยและลดความวิตกกังวลของพ่อแม่ได้ เราจะสอนลูกให้ระวังคนแปลกหน้าโดยไม่กลัวจนเกินไปได้อย่างไร?

 

1. อธิบายความหมายของ “คนแปลกหน้า”

เด็ก ๆ อาจไม่เข้าใจว่าใครคือคนแปลกหน้า อธิบายให้พวกเขาฟังว่าคนแปลกหน้าคือคนที่พวกเขาไม่รู้จัก อธิบายว่าแม้แต่คนที่พวกเขาเคยเห็นมาก่อน แต่ไม่ใช่คนในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือครู ก็ยังถือว่าเป็นคนแปลกหน้า

2. สอนให้ลูกบอกปฏิเสธ

สอนให้ลูกกล้าปฏิเสธ ฝึกให้พวกเขาพูดว่า “ไม่” เสียงดัง ชัดเจน และมั่นใจ อธิบายว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าทำไมถึงปฏิเสธ เพียงแค่บอกว่า “ไม่” ก็เพียงพอ

 

3. สอนให้ลูกขอความช่วยเหลือ

สอนให้ลูกขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่พวกเขารู้จักและไว้ใจได้ เช่น พ่อแม่ ครู ตำรวจ หรือพนักงานในร้านค้า อธิบายว่าพวกเขาสามารถขอความช่วยเหลือจากใครก็ได้ที่สวมเครื่องแบบ เช่น ตำรวจ รปภ. หรือพนักงานขายของ

4. สอนให้ลูกบอกเล่าเหตุการณ์

สอนให้ลูกบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนแปลกหน้าให้พ่อแม่ฟัง อธิบายว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องกลัวที่จะบอก พ่อแม่จะรับฟังและช่วยเหลือพวกเขา

5. เน้นย้ำข้อควรระวัง

เน้นย้ำข้อควรระวังอยู่เสมอ เช่น ห้ามไปไหนกับคนแปลกหน้า ห้ามรับของจากคนแปลกหน้า ห้ามบอกข้อมูลส่วนตัวให้คนแปลกหน้าทราบ รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็น ระวังตัวเมื่ออยู่กับคนแปลกหน้า ไม่คุยหรือรับของจากคนแปลกหน้า และขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เมื่อจำเป็น

อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่า เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีสอนให้เหมาะสมกับลูกของคุณ หมั่นพูดคุยกับลูกของคุณเกี่ยวกับความปลอดภัยอยู่เสมอ และสร้างบรรยากาศที่พวกเขาสามารถพูดคุยกับคุณได้อย่างเปิดกว้าง

ที่มา: www.cdc.gov, illinoisearlylearning.org

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

สอนลูก ให้มีไหวพริบ และ ปลอดภัยจากคนแปลกหน้า

สอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธ ด้วยคำว่า “ไม่” ทำไมถึงต้องสอน?

เคล็ด(ไม่)ลับ! จัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก ป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Siriluck Chanakit

  • หน้าแรก
  • /
  • ข่าว
  • /
  • พระจ้างเด็กลองของ ราดน้ำกรดใส่เด็ก ครอบครัวเตรียมเอาเรื่อง
แชร์ :
  • 30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?

    30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

    สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

  • 30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?

    30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

    สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว