ลูกแฝดจากการ "ทำเด็กหลอดแก้ว" มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ

ลูกแฝดจากการ "ทำเด็กหลอดแก้ว" มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ

งานวิจัยจากประเทศสวีเดนได้แสดงให้เห็นว่าการตั้งท้องเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่เป็นเด็กแฝดจะมีความเสี่ยงสูงกว่าการตั้งท้องด้วยเด็กหลอดแก้วคราวละหนึ่งคนสองครั้ง การทำ IVF และถ่ายโอนไปไว้ในท้องแม่ไม่ว่าจะหนึ่งหรือสองคนก็ตามก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาเป็นเวลานานแล้ว ลองอ่านบทความนี้เพื่อดูว่างานวิจัยอันน่าทึ่งจากนักวิจัยชาวสวีเดนกล่าวว่าอย่างไรบ้าง

ลูกแฝดจากการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ

เด็กหลอดแก้ว

ลูกแฝดจากการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ

สามีภรรยาที่ต้องมีลูกผ่าน การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ In vitro fertilization (IVF) เนื่องจากมีปัญหาในการปฏิสนธิ มักเลือกที่จะให้แพทย์ย้ายตัวอ่อนสองตัวเข้าในท้อง มากกว่าที่จะเลือกเพียงตัวอ่อนเดียว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ พ่อแม่ที่ต้องมีลูกด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้วต้องการให้มีโอกาสในการตั้งครรภ์เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตามรายงานที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ yourhealth พบว่า การตั้งครรภ์ด้วยตัวอ่อนสองตัวนั้นมีความเสี่ยงมากกว่าการตั้งครรภ์ด้วยตัวอ่อนเพียงตัวเดียว

บทความนี้ได้นำเอางานวิจัยของนักวิจัยชาวสวีเดนมาอ้างอิงที่พบว่า การที่แม่ต้องอุ้มท้องลูกแฝดหลังการทำ IVF นั้นมีความเสี่ยงมากกว่าแม่ที่ทำ IVF สองครั้งแยกกัน Antonina Sazonova ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมนักวิจัยได้กล่าวว่า “การทำเด็กหลอดแก้วแยกกันสองครั้งจะได้ผลดีกว่าการที่แม่อุ้มท้องเด็กแฝดที่เกิดจากการถ่ายโอนตัวอ่อนสองตัวในครั้งเดียว” ด้วยเหตุผลดังนี้

เด็กหลอดแก้ว

เลือกที่จะให้แพทย์ ย้ายตัวอ่อนสองตัว เข้าในท้อง มากกว่าที่จะเลือก เพียงตัวอ่อนเดียว

ตัวอ่อนหนึ่งตัว ได้รับการเลี้ยงดูสมบูรณ์แบบกว่า

มีการโต้แย้งในเรื่องของการให้กำเนิดหลายครั้ง มาเป็นระยะเวลานานพอสมควร และไม่มีทีท่าว่าจะมีมติเห็นพ้องกันในเร็ววันนี้  อย่างไรก็ตาม ผลที่ได้จากงานวิจัยนี้ เป็นหลักฐานสนับสนุนว่า การย้ายตัวอ่อนเด็กหลอดแก้วเพียงหนึ่งตัวต่อหนึ่งครั้งได้ผลดีกว่า โดยหัวหน้าทีมวิจัยอย่าง Antonina Sazonova  เขียนในวาสารภาวะเจริญพันธ์ และการเป็นหมัน (Fertility and Sterility) ว่า “ผลวิจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การย้ายตัวอ่อน IVF คราวละหนึ่งตัว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับ การตั้งครรภ์เด็กแฝด

งานวิจัยนี้ได้ทำโดยการเก็บรวบรวมข้อมูล จากคลินิกที่ทำเด็กหลอดแก้ว ในประเทศสวีเดนในระหว่างปีค.ศ. 2002 – 2006 โดยมีการเก็บข้อมูลจากแม่ที่ย้ายตัวอ่อนคราวละ 2 ตัวจำนวน 991 คน และแม่ที่มีลูกที่เกิดจาการทำ IVF 2 คน จำนวนสองครั้ง รายงานที่ได้แสดงให้เห็นว่า เด็กแฝดที่เกิดจากการถ่ายโอนตัวอ่อนครั้งเดียวนั้น มีอัตราการคลอดก่อนกำหนดถึงเกือบครึ่งหนึ่ง ( 47 %) นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กแฝดนี้มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติถึง 39 % ในขณะที่เด็กที่เกิดจากการถ่ายโอนตัวอ่อนคราวละหนึ่งตัว มีอัตราการคลอดก่อนหนดเพียง 7 % และมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เพียง 5 %

เด็กหลอดแก้ว

เด็กแฝดที่เกิดจาก การทำเด็กหลอดแก้วนี้ มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติถึง 39 %

มีภาวะแทรกซ้อนมากกว่า

งานวิจัยยังรายงานอีกว่า เด็กหลอดแก้วแฝดนั้น มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่า เช่น ภาวะแทรกซ้อนจากการหายใจ โรคติดเชื้อในกระแสเลือด หรือเกิดโรคดีซ่านขึ้นได้ แม่ของเด็กที่อุ้มท้องเด็กหลอดแก้วแฝดเอง ก็มีโอกาสเกิดครรภ์เป็นพิษมากกว่าถึง 2 – 3 เท่า ซึ่งเป็นอาการของความดันเลือดสูงขณะตั้งครรภ์และมีโปรตีนในน้ำปัสสาวะ นอกจากนี้ แม่เหล่านี้ยังมีโอกาสที่ต้องผ่าท้องคลอดลูกมากกว่าแม่ที่มีเด็กหลอดแก้วคราวละหนึ่งคนถึง 4 เท่า แต่งานวิจัยก็ได้รายงานอีกว่า ไม่ว่าแม่จะมีลูกจากเด็กหลอดแก้วคราวละหนึ่งคนหรือสองคน ปัจจัยนี้ไม่มีผลต่อปัญหาสุขภาพของเด็ก

เด็กหลอดแก้ว

งานวิจัยยังรายงานอีกว่า เด็กหลอดแก้วแฝดนั้น มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่า

เด็กหลอดแก้วจากการถ่ายโอนตัวอ่อนสองตัวไม่ได้หมายความว่าแม่มีโอกาสตั้งครรภ์มากขึ้น

บทความยังแสดงให้เห็นอีกว่ามีข้อมูลที่ทำให้เรารู้ถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับการถ่ายโอนตัวอ่อนคราวละสองตัวว่า ไม่ได้หมายถึงโอกาสที่แม่จะตั้งท้องสูงขึ้น โดยที่ Lynn Westphal ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและภาวะเจริญพันธุ์จากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ดในเมือง Palo Alto รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า “แม่ที่มีบุตรยากหลายคนคิดว่าการได้ลูกสองคนในครั้งเดียวเป็นเหมือนการได้โบนัส เรารู้ว่าการที่มีลูกคราวละคนจะปลอดภัยกว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลสนับสนุนว่า ผู้หญิงที่มีการถ่ายโอนเด็กหลอดแก้วคราวละคนมีโอกาสตั้งครรภ์มากกว่าแม่ที่มีการถ่ายโอนตัวอ่อนมากกว่าคราวละหนึ่ง แต่การค้นพบนี้ก็ยังขัดแย้งกันอยู่” นอกจากนี้ เธอยังเสริมอีกว่า “ผู้หญิงหลายคนมุ่งแต่จะตั้งท้องโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องอื่น ๆ รวมทั้งเด็กแฝดที่เกิดจากการทำเด็กหลอดแก้วด้วย พวกเขาเพียงคิดว่าการที่พวกเขาให้แพทย์ถ่ายโอนตัวอ่อนมากขึ้น พวกเขาจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้น และพวกเขาคิดว่า หากมีลูกแฝด พวกเขาก็ทำสำเร็จในคราวเดียวโดยไม่ต้องทำเด็กหลอดแก้วอีกเป็นครั้งที่สอง”

เด็กหลอดแก้ว

หากมีลูกแฝด พวกเขาจะสำเร็จในคราวเดียวโดยไม่ต้องทำเด็กหลอดแก้วอีกเป็นครั้งที่สอง

The Asianparent Thailand เพื่อลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ช่วงไตรมาสแรกมาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น The Asianparent  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบนแอพพลิเคชั่นในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแลทั้งอาหารการกินโดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคลทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Mayo Clinic – In vitro fertilization (IVF)

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : 

ไขข้อสงสัยที่หลาย ๆ คนอยากรู้กับการทำ เด็กหลอดแก้ว รู้ก่อนได้เปรียบ!

ศูนย์เด็กหลอดแก้ว ใช้สเปิร์มผิด อาจทำหญิงท้องนับสิบ มีลูกกับคนที่ไม่ใช่สามี

ท้องนี้ฝากครรภ์ ทำคลอดที่ไหนดีนะ? รวม 10 สูติ – นรีแพทย์ฝีมือดี ที่คนไข้ ต่างก็ยกนิ้วให้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner