TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

วิกฤต! เด็กไทยติดจอ น่าห่วง เด็กเล็ก 0-2 ปี กว่า 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน

22 Jun, 2026
วิกฤต! เด็กไทยติดจอ น่าห่วง เด็กเล็ก 0-2 ปี กว่า 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน

วิกฤต เด็กไทยติดจอ หนักขึ้นทุกวัน ผลสำรวจชี้เด็กเล็ก 0-2 ปี ใช้จอเกิน 1 ชั่วโมงพุ่งสูงกว่า 72.6% เสี่ยงกระทบพัฒนาการรอบด้า

คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมว่าวันๆ หนึ่งลูกของเราอยู่กับหน้าจอนานแค่ไหน? ตอนนี้สถานการณ์ เด็กไทยติดจอ กำลังเข้าขั้นวิกฤตและน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กที่สมองกำลังพัฒนา ซึ่งผลสำรวจล่าสุดเผย เด็กเล็ก 0-2 ปี กว่า 72.6% ใช้หน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยค่ะ เพราะการที่ เด็กไทยติดจอ ตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียนแบบนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการและสุขภาวะของลูกรักในทุกๆ มิติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

ทางภาครัฐจึงไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหา เด็กไทยติดจอ ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้สั่งการด่วนให้ สสส. เร่งถอดบทเรียนในประเด็นการ “ลดเวลาหน้าจอ” เพื่อปกป้องอนาคตของชาติจากภัยออนไลน์อย่างเร่งด่วนที่สุด

เปิดสถิติ การใช้อินเทอร์เน็ตและหน้าจอในประเทศไทย

จากรายงานข้อมูลในการประชุม สสส. พบว่าตัวเลขการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทยนั้นสูงจนน่าตกใจ ดังนี้

  • ภาพรวมประชากรไทย: เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยสูงถึง 93.10% ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์เฉลี่ย 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน
  • เด็กปฐมวัย (อายุ 0-2 ปี): มีจำนวนถึง 72.6% ที่ใช้หน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมอง ร่างกาย และสุขภาวะทุกมิติ
  • เด็กและเยาวชนไทย: ใช้งานสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียเป็นประจำ เผชิญความเสี่ยงรอบด้าน เช่น ไซเบอร์บูลลี่ ภัยคุกคามทางเพศ และการพนัน

จะเห็นได้เลยว่า ปัญหา เด็กไทยติดจอ เป็นสิ่งที่เราจะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป ขนาดผู้ใหญ่อย่างเราๆ ยังใช้เวลาเกือบ 8 ชั่วโมงต่อวันไปกับโลกออนไลน์ แล้วนับประสาอะไรกับเด็กเล็กๆ ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน การที่เด็ก 0-2 ปี ซึ่งควรจะเป็นวัยที่ได้วิ่งเล่น เรียนรู้ผ่านการสัมผัส และมีปฏิสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่ กลับต้องมานั่งจ้องหน้าจอสี่เหลี่ยมนานเกินกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ย่อมทำให้พัฒนาการด้านต่างๆ ของเขาต้องหยุดชะงักลงอย่างน่าเสียดาย

บทความที่เกี่ยวข้อง: ปล่อยลูกอยู่กับทีวีและมือถือ แม่แชร์อุทาหรณ์! 3 ขวบยังพูดไม่ได้ พัฒนาการช้าไป 2 ปี

 

เด็กไทยติดจอ

 

5 ภัยออนไลน์ ที่รายล้อมรอบตัว เมื่อเด็กไทยติดจอ

การที่ลูกปล่อยเวลาให้จมไปกับหน้าจอ ไม่ได้ส่งผลเสียแค่เรื่องสายตาสั้นหรือพัฒนาการช้าเท่านั้นนะคะคุณแม่ แต่นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ยังได้เน้นย้ำถึงภัยคุกคามรอบด้านบนโลกไซเบอร์ที่เด็กและเยาวชนไทยต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ซึ่งมีควาความรุนแรงและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ดังนี้ค่ะ

  • การกลั่นแกล้งออนไลน์ (Cyberbullying): เด็กๆ อาจโดนล้อเลียน โจมตี หรือใช้ถ้อยคำรุนแรงทำร้ายจิตใจกันผ่านโลกโซเชียล ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กอย่างรุนแรง
  • ภัยคุกคามทางเพศ: มีผู้ไม่ประสงค์ดีหรือมิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบของเพื่อนเล่นเกม หรือทักแชทมาล่อลวงเด็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายต่อสวัสดิภาพของลูกมากๆ ค่ะ
  • การติดพนันออนไลน์: โฆษณาพนันออนไลน์แฝงตัวอยู่ทุกที่ เมื่อเด็กหลงเข้าไปเล่นก็อาจก่อให้เกิดภาวะหนี้สินตั้งแต่อายุยังน้อย ส่งผลกระทบต่อทั้งตัวเด็กและครอบครัว
  • การถูกหล่อหลอมค่านิยมผิดๆ จากโฆษณา: สื่อออนไลน์มีอิทธิพลอย่างมากในการสร้างค่านิยมที่ไม่เหมาะสมให้กับเยาวชน
  • พฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น: อิทธิพลของการโฆษณาและการซื้อขายที่ทำได้ง่ายดายผ่านสื่อออนไลน์ ทำให้เยาวชนไทยหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงค่ะ

การปกป้องอนาคตของชาติจากภัยออนไลน์เป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนที่สุด นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้ สสส. เร่งสรุปประเด็นข้อเสนอเกี่ยวกับการ ‘ลดเวลาหน้าจอ’ ของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาความจำเป็นในการออกข้อกำหนดหรือระเบียบข้อบังคับเพิ่มเติมในอนาคต

ส่องโมเดลต่างประเทศ “ออสเตรเลีย” กฎเหล็กแบนโซเชียลมีเดียต่ำกว่า 16 ปี ปรับเป็นพันล้าน!

เมื่อปัญหา เด็กไทยติดจอ และภัยออนไลน์ลุกลามจนเกินเยียวยาด้วยการเตือนเพียงอย่างเดียว ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. จึงได้กล่าวเสริมว่า ทาง สสส. กำลังเตรียมศึกษาผลกระทบของการออกกฎหมายและมาตรการกำหนดเวลาการใช้หน้าจอสื่อออนไลน์ของเด็กในประเทศไทยอย่างจริงจัง

โดยการศึกษาครั้งนี้จะถอดบทเรียนและลอกโมเดลมาจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมดูแลเด็กๆ เช่น ประเทศออสเตรเลียบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ห้ามไม่ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เล่นหรือใช้งานสื่อสังคมออนไลน์อย่างเด็ดขาด! และที่สำคัญคือกฎหมายนี้ไม่ได้ปรับแค่ตัวเด็กหรือผู้ปกครองนะคะ แต่มีบทลงโทษปรับบริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์สูงถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึงประมาณ 1,130 ล้านบาทเลยทีเดียว หากพบว่าบริษัทเหล่านั้นปล่อยปละละเลย ละเมิดกฎ และไม่มีระบบคัดกรองการใช้งานของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากประเทศไทยมีการนำกฎหมายและมาตรการทำนองนี้มาปรับใช้จริง ก็อาจจะช่วยลดวิกฤต เด็กไทยติดจอ ลงไปได้มากเลยค่ะ

 

ให้ลูกเล่นมือถือก่อนวัย

 

สสส. จับมือกระทรวง DE กางยุทธศาสตร์ 4 ด้าน สร้างเกราะป้องกันภัยสังคม

เพื่อเป็นการขับเคลื่อนงานป้องกันภัยออนไลน์เชิงรุกและแก้ไขเยียวยาปัญหา เด็กไทยติดจอ อย่างยั่งยืน สสส. จึงได้จับมือลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เพื่อร่วมกันผลักดันกฎหมายและกลไกเชิงนโยบายในการคุ้มครองเด็กจากสื่อออนไลน์ให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน โดยได้ร่วมกันสร้างเกราะป้องกันภัยสังคม และเปลี่ยนความตระหนักรู้ให้เป็นแนวปฏิบัติจริงผ่านยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ดังนี้

1. เสริมภูมิคุ้มกัน (Digital Literacy)

มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเท่าทันสื่อและดิจิทัล รวมถึงสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพให้กับเด็ก เยาวชน และคุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของสื่อออนไลน์ ไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลเท็จหรือการล่อลวงได้ง่ายๆ

2. พัฒนาเครื่องมือและกระบวนการเรียนรู้

สร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่าย ทั้งในสถานศึกษา โรงเรียน และในชุมชน เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ หันมาทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ทดแทนการนั่งจมอยู่กับหน้าจอ และช่วยลดปัญหาเด็กติดจอ ตั้งแต่วัยเรียน

3. การสื่อสารเชิงรุกผ่านการรณรงค์

เร่งรณรงค์และสื่อสารต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างค่านิยมใหม่ในการใช้สื่ออย่างสมดุลและปลอดภัย ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเชิงบวกเพื่อสุขภาวะที่สมดุล ให้เด็กๆ รู้จักแบ่งเวลา และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากกว่าการตกเป็นทาสของมันค่ะ

4. ผสานความร่วมมือเฝ้าระวังเชิงรุก

ดึงพลังจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มาร่วมมือกันขับเคลื่อนงานป้องกันภัยออนไลน์อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งพัฒนาระบบแจ้งเบาะแส พัฒนา “อาสาสมัครดิจิทัล” และติดตามเว็บผิดกฎหมาย เพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ในการปิดบล็อกเว็บไซต์อันตรายเชิงรุก เช่น เว็บพนันออนไลน์และเว็บขายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด

หน้าที่ของพ่อแม่ในการช่วยลูกลดเวลาหน้าจอ

แม้ว่าทางภาครัฐ สสส. และกระทรวง DE จะพยายามผลักดันมาตรการและกฎหมายต่างๆ ออกมาเพื่อช่วยลดปัญหาเด็กไทยติดจอมากแค่ไหน แต่สถาบันครอบครัว และคุณพ่อคุณแม่ คือด่านแรกและด่านที่สำคัญที่สุดในการปกป้องลูกรักค่ะ การที่เด็กเล็กอายุ 0-2 ปี ติดหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวันไปถึง 72.6% เป็นสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าเราต้องหันกลับมาใส่ใจและให้เวลากับลูกมากขึ้นแล้วค่ะ

เริ่มต้นง่ายๆ วันนี้ด้วยการกำหนดเวลาใช้หน้าจอร่วมกันในบ้าน ชวนลูกทำกิจกรรมทางเลือกอื่นๆ เช่น อ่านนิทาน วาดรูป วิ่งเล่นในสนาม หรือเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการตามวัย และที่สำคัญที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการลดเวลาหน้าจอให้ลูกเห็นด้วยนะคะ มาร่วมมือกันเปลี่ยนเวลาหน้าจอ ให้เป็นเวลาแห่งความอบอุ่นในครอบครัว เพื่อปกป้องพัฒนาการและสุขภาวะที่ดีของลูกรักกันค่ะ!

 

ที่มา: Hfocus.org , สยามรัฐ

 

บทความจากพันธมิตร
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พัฒนาการเด็ก Gen Alpha – Beta เสี่ยงล่าช้า พ่วงภาวะ “ออทิสติกเทียม” เพราะหน้าจอทำพิษ

คลิปสั้น…แต่ปัญหายาว! ทำไม การไถหน้าจอก่อนนอน ถึงทำลายสมอง และคุณภาพการนอนของลูกน้อย?

ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • วิกฤต! เด็กไทยติดจอ น่าห่วง เด็กเล็ก 0-2 ปี กว่า 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน
แชร์ :
  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

  • คาโอส่งตรง “บิโอเร ยู” ครีมอาบน้ำใหม่จากญี่ปุ่น ชวนสัมผัสฟองนุ่ม ดูแลผิวสมดุลทุกวัน

    คาโอส่งตรง “บิโอเร ยู” ครีมอาบน้ำใหม่จากญี่ปุ่น ชวนสัมผัสฟองนุ่ม ดูแลผิวสมดุลทุกวัน

  • เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

    เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

  • คาโอส่งตรง “บิโอเร ยู” ครีมอาบน้ำใหม่จากญี่ปุ่น ชวนสัมผัสฟองนุ่ม ดูแลผิวสมดุลทุกวัน

    คาโอส่งตรง “บิโอเร ยู” ครีมอาบน้ำใหม่จากญี่ปุ่น ชวนสัมผัสฟองนุ่ม ดูแลผิวสมดุลทุกวัน

  • เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

    เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว