TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

ลูกติดมือถือ? ส่อง 4 ภัยออนไลน์ในเด็ก ที่พ่อแม่ต้องรู้ทัน พร้อมวิธีป้องกัน

บทความ 5 นาที
ลูกติดมือถือ? ส่อง 4 ภัยออนไลน์ในเด็ก ที่พ่อแม่ต้องรู้ทัน พร้อมวิธีป้องกัน

แม่รู้ไหม? ลูกใช้มือถือทำอะไรเสี่ยงๆ บนโลกออนไลน์ได้บ้าง รู้ให้ทัน 4 ภัยออนไลน์ในเด็ก พร้อมวิธีสร้างเกราะป้องกันให้ลูก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามือถือคือประตูสู่โลกกว้าง แต่ประตูบานเดียวกันนี้ก็อาจเปิดไปสู่ห้องอันตรายที่เรามองไม่เห็น จากข้อมูลสำรวจของ ETDA Thailand พบว่าเด็กไทยใช้เวลาบนโลกอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละหลายชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ไม่น้อยไปกว่าโลกความจริงเลย บทความนี้จึงอยากจะชวนคุณแม่มาส่อง 4 ภัยออนไลน์ในเด็ก ที่พบบ่อยในสังคมไทย พร้อมแนวทางรับมือแบบทำได้จริง ที่ไม่ใช่แค่การห้าม แต่คือการสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในครอบครัวค่ะ

 

สารบัญ

  • ภัยออนไลน์ในเด็ก ภัยที่ 1: ความเสี่ยงทางการเงิน
  • ภัยออนไลน์ในเด็ก ภัยที่ 2: เนื้อหาเกินวัย…แค่ปลายนิ้ว
  • ภัยออนไลน์ในเด็ก ภัยที่ 3 ห้องแชทปริศนา…ภัยร้ายที่ไม่เห็นตัว
  • ภัยออนไลน์ในเด็ก ภัยที่ 4: เสพติดจอ จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
  • 4 วิธีสร้างเกราะป้องกันลูกจาก ภัยออนไลน์ในเด็ก (ฉบับทำได้จริง)

ภัยออนไลน์ในเด็ก ภัยที่ 1: ความเสี่ยงทางการเงิน

“เผลอแป๊บเดียว บิลบัตรเครดิตมาเป็นหมื่น!” นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด จากการที่ลูกใช้จ่ายเงินออนไลน์โดยที่เขาอาจไม่เข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของมัน ภาพที่เห็นบ่อยคือ ลูกกดซื้อของในเกม ซื้อไอเทม อัปเกรดตัวละคร ลูกแอบเติมเกมส์ หรือเติมเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิตที่ผูกไว้กับบัญชี บางเคสคือการกดสั่งของเล่นราคาแพงจากแอปชอปปิง หรือร้ายกว่านั้นคือการกดลิงก์โฆษณาที่แฝงการสมัครบริการ SMS คิดเงินรายสัปดาห์โดยไม่รู้ตัว

อันตรายยังไง?

อธิบายในมุมจิตวิทยาได้ว่า สมองส่วนหน้าของเด็กที่ทำหน้าที่ยับยั้งชั่งใจ (Prefrontal Cortex) ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้การตัดสินใจของเด็กมักมาจากความอยากได้เฉพาะหน้ามากกว่าการคิดถึงผลที่จะตามมา ประกอบกับ “เงินดิจิทัล” ที่เป็นเพียงตัวเลขบนจอ ไม่เหมือนธนบัตรหรือเหรียญที่จับต้องได้ แค่กดปุ่มเพื่อจ่ายเงินจึงทำให้เด็กรู้สึกเหมือนไม่ได้เสียอะไรไปจริงๆ

สัญญาณเตือนที่คุณแม่ต้องสังเกต

  • มีอีเมลหรือ SMS แจ้งเตือนการใช้จ่ายหรือสั่งซื้อสินค้าที่เราไม่ได้ทำรายการ
  • ลูกพูดถึงไอเทมพิเศษในเกมที่ได้มาใหม่บ่อยๆ
  • มีค่าใช้จ่ายปริศนาในใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต หรือเงินในบัญชีหายไป
  • มีข้อความแปลกๆ ส่งเข้ามาในมือถือลูก ชวนให้สมัครบริการต่างๆ

 

ภัยออนไลน์ในเด็ก

 

ภัยออนไลน์ในเด็ก ภัยที่ 2: เนื้อหาเกินวัย…แค่ปลายนิ้ว

นี่คือความกังวลอันดับต้นๆ ของพ่อแม่ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าอัลกอริทึมจะพาลูกเราไปเจอกับอะไรบ้าง การที่ลูกเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับวัย ทั้งภาพความรุนแรง, สื่อลามกอนาจาร, การพนัน, ข้อมูลที่บิดเบือน (Fake News) หรือแม้กระทั่ง Hate Speech ที่สร้างความเกลียดชัง การเข้าถึงนี้อาจเกิดจากความตั้งใจที่อยากรู้อยากเห็น หรืออาจเกิดโดยไม่ตั้งใจก็ได้ เช่น ดูคลิปการ์ตูนอยู่ดีๆ แต่คลิปถัดไปที่ระบบแนะนำกลับเป็นเนื้อหาที่น่าตกใจ

อันตรายยังไง?

อธิบายในมุมจิตวิทยาและเทคโนโลยีได้ว่า ธรรมชาติของเด็กเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ แต่เมื่อความอยากรู้อยากเห็นนี้ไปเจอกับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูด ให้ผู้ใช้ดูต่อให้นานที่สุด ก็อาจนำไปสู่การเจอเนื้อหาล่อแหลมได้ง่าย คำถามที่คุณแม่หลายคนกังวลใจอย่าง ลูกดูเว็บโป๊ หรือเจอภาพรุนแรงจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการสมองและทัศนคติของเด็ก ทำให้เขามีมุมมองเรื่องเพศหรือความรุนแรงที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง

สัญญาณเตือนที่คุณแม่ต้องสังเกต

  • ลูกรีบปิดหรือเปลี่ยนหน้าจอทันทีที่เราเดินเข้าไปใกล้
  • เริ่มใช้คำพูด ท่าทาง หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว/เกี่ยวกับเรื่องเพศที่ไม่เคยทำมาก่อน
  • มีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือหวาดกลัวโดยไม่มีสาเหตุ
  • ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศหรือความรุนแรงที่เกินวัยของเขา

 

ภัยออนไลน์ในเด็ก ภัยที่ 3 ห้องแชทปริศนา…ภัยร้ายที่ไม่เห็นตัว

ภัยข้อนี้อันตรายที่สุด เพราะมันเล่นกับความรู้สึก และความไว้วางใจของเด็ก และอาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

  • Online Grooming (การล่อลวงเด็กออนไลน์)

คือกระบวนการที่ผู้ไม่หวังดี (มักเป็นผู้ใหญ่) สร้างสัมพันธภาพออนไลน์กับเด็กเพื่อเป้าหมายในการล่วงละเมิดทางเพศ คนพวกนี้จะปลอมตัวเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เข้ามาชวนคุยในเกมหรือโซเชียลมีเดีย, ให้คำชม, รับฟังปัญหา ทำให้เด็กรู้สึกดีและไว้วางใจ เมื่อเด็กติดกับแล้ว ก็จะเริ่มขอข้อมูลส่วนตัว, ชวนคุยเรื่องลามก, ขอให้ถ่ายรูปโป๊เปลือย และอาจลุกลามไปถึงการนัดเจอในโลกจริง

  • Cyberbullying (การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์)

คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่น ซึ่งเจ็บปวดไม่แพ้การถูกทำร้ายร่างกายเลย รูปแบบที่พบบ่อยในเด็กไทยคือ การตั้งกลุ่มไลน์เพื่อกีดกันเพื่อนออกจากกลุ่ม, การแคปหน้าจอแชทส่วนตัวไปประจาน, การโพสต์ภาพล้อเลียนหรือใช้ถ้อยคำหยาบคายโจมตีในโซเชียลมีเดีย

ภัยออนไลน์ในเด็ก cyberbullying

 

อันตรายยังไง?

ตามทฤษฎีจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นของอีริคสัน ในช่วงวัยรุ่น เด็กกำลังอยู่ในขั้นของการค้นหาตัวตน (Identity) และต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนอย่างสูง ทำให้พวกเขาอ่อนไหวต่อคำชมและการยอมรับจากคนอื่นมากเป็นพิเศษ คนร้ายจึงใช้ช่องโหว่ทางความรู้สึกนี้ในการสร้างความไว้วางใจ ขณะที่ปัญหา Cyberbullying ก็มักเกิดจากแรงกดดันในกลุ่มเพื่อนและความคึกคะนองที่ไม่เข้าใจถึงผลกระทบที่รุนแรงต่อจิตใจของเหยื่อ

สัญญาณเตือนที่คุณแม่ต้องสังเกต

  • ลูกใช้เวลาแชทกับใครบางคนมากขึ้นอย่างผิดปกติ และดูมีความลับ
  • หวงโทรศัพท์มือถือมากเป็นพิเศษ ไม่ยอมให้ใครแตะต้อง
  • มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดหลังเล่นมือถือ
  • เริ่มแยกตัวออกจากครอบครัวและเพื่อนในชีวิตจริง
  • มีของขวัญหรือเงินที่อธิบายที่มาไม่ได้ (อาจมาจากผู้ไม่หวังดี)

 

ภัยออนไลน์ในเด็ก ภัยที่ 4: เสพติดจอ จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

ลูกติดมือถือ ทํายังไงดี? ปัญหานี้อาจดูไม่น่ากลัวเท่า 3 ข้อแรก แต่มันบั่นทอนพัฒนาการและคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาว การที่เด็กใช้เวลากับหน้าจอมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อหน้าที่หลักในชีวิตประจำวัน เช่น การเรียน, การนอน, สุขภาพ, และที่สำคัญที่สุดคือ ความสัมพันธ์ในครอบครัว

อันตรายยังไง?

อธิบายในมุมจิตวิทยาได้ว่า ทุกครั้งที่เด็กเล่นเกมชนะ, ได้รับไลก์ หรือดูคลิปที่สนุกสนาน สมองจะหลั่งสารโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมา ทำให้เขารู้สึกดีและอยากทำซ้ำๆ วนไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นวงจรเสพติดที่ควบคุมได้ยาก กรมสุขภาพจิตได้ให้ข้อมูลว่า การใช้หน้าจอที่มากเกินไปสัมพันธ์โดยตรงกับปัญหาพัฒนาการล่าช้า, สมาธิสั้น, และกระทบต่อการพัฒนาทักษะ EF (Executive Functions) หรือทักษะสมองส่วนหน้าที่ใช้ในการควบคุมตนเองอีกด้วย

สัญญาณเตือนที่คุณแม่ต้องสังเกต

  • มีอาการหงุดหงิด กระวนกระวาย หรือก้าวร้าวเมื่อถูกจำกัดเวลาเล่นมือถือ
  • ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนานขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้รู้สึกพอใจเท่าเดิม
  • ละเลยกิจกรรมที่เคยชอบทำ เช่น การเล่นกีฬา, การวาดรูป
  • ผลการเรียนตกต่ำ, การบ้านไม่เสร็จ, นอนดึกตื่นสาย
  • แยกตัว เก็บตัวอยู่ในห้องคนเดียว ไม่สนใจพูดคุยกับคนในบ้าน

 

ภัยออนไลน์ในเด็ก

 

4 วิธีสร้างเกราะป้องกันลูกจาก ภัยออนไลน์ในเด็ก (ฉบับทำได้จริง)

เมื่อเห็นภัยต่างๆ แล้ว อย่าเพิ่งท้อใจนะคะ หน้าที่ของเราไม่ใช่การห้าม แต่คือการนำทาง ค่ะ นี่คือ 4 แนวทางที่แนะนำ

  1. เป็นเซฟโซนให้ลูกเสมอ (Open Communication)

หัวใจที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความไว้วางใจ ทำให้ลูกรู้สึกว่า พ่อแม่เป็นเซฟโซนไม่ว่าจะเจอเรื่องดีหรือร้ายแค่ไหน เขาสามารถหันมาคุยกับเราได้เสมอ ย้ำกับลูกบ่อยๆ ว่า “ถ้าเจออะไรแปลกๆ หรือรู้สึกไม่สบายใจตอนเล่นเน็ต ให้รีบมาบอกแม่นะ แม่จะอยู่ข้างๆ และช่วยลูกเอง” แนวทางเลี้ยงลูกเชิงบวกเช่นนี้ จะทำให้ลูกกล้าเปิดใจกับเรามากกว่าการปิดบังเพราะกลัวจะถูกดุหรือถูกยึดมือถือ

  1. สร้างข้อตกลงร่วมกัน (Set Boundaries)

ชวนลูกมานั่งคุยและวาง “ข้อตกลงการใช้มือถือ“ ของบ้านร่วมกัน เช่น กำหนดเวลาเล่นให้ชัดเจน (Weekday/Weekend), กำหนดโซนปลอดมือถือ (บนโต๊ะอาหาร, ในห้องนอน), และตกลงกันว่าการจะดาวน์โหลดแอปฯ หรือซื้อของใดๆ ต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ก่อนเสมอ

  1. ใช้ ‘เครื่องมือ’ ช่วยสกรีน (Use Technology Wisely)

ในเมื่อภัยร้ายมากับเทคโนโลยี เราก็ใช้เทคโนโลยีเป็นเกราะป้องกันได้ค่ะ ปัจจุบันมี แอพควบคุมการเล่นมือถือของลูก หรือที่เรียกว่า Parental Control ที่มีประโยชน์มาก

  • Parental Control คืออะไร? Parental Control คือฟังก์ชันหรือแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถติดตามและจัดการการใช้มือถือของลูกได้ เช่น
    • จำกัดเวลาเล่นมือถือของลูกในแต่ละแอปฯ
    • บล็อกเว็บไซต์หรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
    • อนุมัติการดาวน์โหลดแอปฯ
    • ติดตามตำแหน่ง (Location) ของลูกเพื่อความปลอดภัย
  • เครื่องมือแนะนำ: หากคุณแม่ใช้ iPhone/iPad สามารถศึกษา วิธีตั้งค่า Screen Time ได้เลย ส่วนฝั่ง Android ก็มีเครื่องมืออย่าง Family Link ให้ใช้งานได้ฟรี ลองศึกษา วิธีตั้งค่า Family Link ดูนะคะ มันจะช่วยแบ่งเบาภาระของเราไปได้เยอะเลยค่ะ
  1. เป็น ‘ตัวอย่าง’ ที่ดี (Be a Role Model)

ข้อนี้สั้นๆ แต่สำคัญที่สุดค่ะ ถ้าเราอยากให้ลูกวางมือถือ เราก็ต้องวางมือถือเมื่ออยู่กับเขาเช่นกัน เวลาทานข้าว, เวลาก่อนนอน หรือเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน ลองวางมือถือของเราลง แล้วหันมาสบตาและพูดคุยกับลูกให้มากขึ้น เด็กเรียนรู้จากการกระทำของเรามากกว่าคำพูดเสมอ

 

การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลอาจจะท้าทายและมีเรื่องให้เราต้องเรียนรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ อันตรายจากมือถือและ ภัยออนไลน์ในเด็ก เป็นเรื่องจริงที่เราไม่อาจเพิกเฉย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวจนเกินรับมือ

บทความจากพันธมิตร
คาร์ซีท Osann รุ่น One SL ไอเทมความปลอดภัยที่ให้คุณพ่อคุณแม่ 'มั่นใจ' ในทุกการเดินทางกับลูก
คาร์ซีท Osann รุ่น One SL ไอเทมความปลอดภัยที่ให้คุณพ่อคุณแม่ 'มั่นใจ' ในทุกการเดินทางกับลูก
เคล็ดลับ เพิ่มส่วนสูงให้ลูก นมวัว “ตัวช่วยสำคัญ” ที่คุณแม่ต้องรู้
เคล็ดลับ เพิ่มส่วนสูงให้ลูก นมวัว “ตัวช่วยสำคัญ” ที่คุณแม่ต้องรู้
แคลเซียมในนมวัว ทำไมถึงดี? เปิดเหตุผลที่ควรดื่มนมวัวทุกวัน
แคลเซียมในนมวัว ทำไมถึงดี? เปิดเหตุผลที่ควรดื่มนมวัวทุกวัน
ดื่มนมวัวสำคัญไฉน? เปิดลิสต์สารอาหารครบถ้วน เพื่อการเจริญเติบโตและสุขภาพองค์รวมของเด็ก
ดื่มนมวัวสำคัญไฉน? เปิดลิสต์สารอาหารครบถ้วน เพื่อการเจริญเติบโตและสุขภาพองค์รวมของเด็ก

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การสู้รบกับเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การสร้างสายใยในครอบครัวให้แข็งแกร่ง, การสื่อสารที่เปิดอก, และการสอนให้ลูกมี ทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) เพื่อให้เขาเติบโตเป็นพลเมืองดิจิทัลที่เท่าทันโลกได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ใจหล่น! แม่เจอ รูปลับในมือถือของลูก ควรทำยังไง? วิธีคุยไม่ให้ลูกอับอาย

หยุดก่อนแม่! ปล่อยลูกดูคลิปสั้นทั้งวัน ผลเสียอาจไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อย่างที่คิด

ผลกระทบจากสมาร์ทโฟน เด็กรู้สึก “ด้อยค่า” และ “อิจฉา” กันมากขึ้น

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • ลูกติดมือถือ? ส่อง 4 ภัยออนไลน์ในเด็ก ที่พ่อแม่ต้องรู้ทัน พร้อมวิธีป้องกัน
แชร์ :
  • GEKO คอกกั้นเด็ก คว้ารางวัล Most Innovative Playpen Awards 2025! ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมที่ "คิดเผื่อทุกพัฒนาการ" ของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    GEKO คอกกั้นเด็ก คว้ารางวัล Most Innovative Playpen Awards 2025! ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมที่ "คิดเผื่อทุกพัฒนาการ" ของลูกน้อย

  • คาร์ซีท Osann รุ่น One SL ไอเทมความปลอดภัยที่ให้คุณพ่อคุณแม่ 'มั่นใจ' ในทุกการเดินทางกับลูก
    บทความจากพันธมิตร

    คาร์ซีท Osann รุ่น One SL ไอเทมความปลอดภัยที่ให้คุณพ่อคุณแม่ 'มั่นใจ' ในทุกการเดินทางกับลูก

  • ฮาร์วาร์ดชี้ 3 กิจกรรมนี้ กระตุ้นพัฒนาการสมอง เล่นแล้วฉลาด กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน

    ฮาร์วาร์ดชี้ 3 กิจกรรมนี้ กระตุ้นพัฒนาการสมอง เล่นแล้วฉลาด กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน

  • GEKO คอกกั้นเด็ก คว้ารางวัล Most Innovative Playpen Awards 2025! ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมที่ "คิดเผื่อทุกพัฒนาการ" ของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    GEKO คอกกั้นเด็ก คว้ารางวัล Most Innovative Playpen Awards 2025! ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมที่ "คิดเผื่อทุกพัฒนาการ" ของลูกน้อย

  • คาร์ซีท Osann รุ่น One SL ไอเทมความปลอดภัยที่ให้คุณพ่อคุณแม่ 'มั่นใจ' ในทุกการเดินทางกับลูก
    บทความจากพันธมิตร

    คาร์ซีท Osann รุ่น One SL ไอเทมความปลอดภัยที่ให้คุณพ่อคุณแม่ 'มั่นใจ' ในทุกการเดินทางกับลูก

  • ฮาร์วาร์ดชี้ 3 กิจกรรมนี้ กระตุ้นพัฒนาการสมอง เล่นแล้วฉลาด กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน

    ฮาร์วาร์ดชี้ 3 กิจกรรมนี้ กระตุ้นพัฒนาการสมอง เล่นแล้วฉลาด กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว