การอนุญาตให้ ลูกมีสมาร์ทโฟนเร็ว (ก่อนอายุ 12 ปี) อาจส่งผลกระทบที่น่ากังวลต่อสุขภาพของลูกได้! นี่คือข้อสรุปสำคัญจากงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชื่อดังอย่าง PEDIATRICS ค่ะ
ความเสี่ยงสุขภาพที่เพิ่มขึ้นถ้า… ลูกมีสมาร์ทโฟนเร็ว
นักวิจัยจากโรงพยาบาลเด็กแห่งฟิลาเดลเฟีย (CHOP) ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวัยรุ่นกว่า 10,000 คน และพบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างการมีสมาร์ทโฟนในช่วงวัยรุ่นตอนต้น กับ 3 ปัญหาสุขภาพหลัก:
- ภาวะซึมเศร้า (Depression): ความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตที่น่าเป็นห่วง
- โรคอ้วน (Obesity): ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่ได้สมาร์ทโฟนในอายุที่น้อยมาก
- การนอนหลับไม่เพียงพอ (Insufficient Sleep): การขาดการพักผ่อนที่มีคุณภาพ
ยิ่งได้เร็ว ยิ่งเสี่ยง! โดยเฉพาะเรื่อง โรคอ้วน และ การนอนไม่พอ ที่พบว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นไปอีกเมื่อเด็กได้สมาร์ทโฟนในอายุที่ต่ำกว่า 12 ปี
คำแนะนำจากคุณหมอ: พ่อแม่ต้องจัดการอย่างไร?
ดร. แรน บาร์ซิเลย์ หัวหน้าทีมวิจัยและจิตแพทย์เด็ก ย้ำว่า สมาร์ทโฟนมีทั้งข้อดี (เช่น การเรียนรู้และการเข้าสังคม) และข้อเสีย และเป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด!
อย่ามองข้าม: “เราควรมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพของวัยรุ่น” การตัดสินใจให้โทรศัพท์แก่ลูกคือการตัดสินใจครั้งใหญ่!

กฎเหล็ก 3 ข้อ เพื่อปกป้องลูกรัก
คุณหมอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้มาตรการเชิงรุกในการควบคุมและดูแลการใช้โทรศัพท์ของลูก ดังนี้
-
ตกลงกันก่อนให้โทรศัพท์ (Family Rules):
-
-
- กำหนด กฎเกณฑ์ครอบครัวที่ชัดเจน ในการใช้งาน
- อาจทำเป็น “ข้อตกลงการใช้โทรศัพท์” เพื่อให้ลูกรับทราบเงื่อนไขและมีความรับผิดชอบร่วมกัน
-
กำหนดพื้นที่ห้ามใช้ (No-Phone Zones):
-
-
- วางกฎการใช้โทรศัพท์ในพื้นที่สำคัญ เช่น ในห้องนอน (สำคัญมาก เพราะรบกวนการนอนหลับ) ที่โต๊ะอาหาร และ ระหว่างทำการบ้าน
- ต้องมั่นใจว่า ผู้ใหญ่ในบ้านก็ทำตามกฎ เช่นกัน!
-
ตรวจสอบและพูดคุย (Monitor & Talk):
-
- ปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและเนื้อหา เพื่อป้องกันลูกเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
- พูดคุยกันเป็นประจำ เกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การนอนหลับไม่สนิท หรือความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์
10 เช็กลิสต์ความพร้อม ถึงเวลาให้ลูกมีมือถือหรือยัง?
คำถามยอดฮิต ที่คุณพ่อคุณแม่ถามกันมากที่สุด คือ “ควรซื้อโทรศัพท์ให้ลูกตอนไหน?”
แม้จะไม่มีกฎตายตัวว่าต้องอายุเท่าไหร่ แต่เมื่อเพื่อน ๆ เริ่มมี ลูกของคุณก็อาจจะเริ่มอ้อนอยากได้บ้างแล้ว! ก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อ เรามาประเมินความพร้อมของลูกรักกันอย่างละเอียด ด้วยคำถามง่าย ๆ ที่จะเช็กว่า ลูกมีความรับผิดชอบเพียงพอที่จะดูแลโทรศัพท์ราคาแพงและใช้งานมันอย่างถูกต้องหรือไม่ และโทรศัพท์จำเป็นต่อชีวิตลูกจริง ๆ หรือเปล่า ดังนี้
- ดูแลข้าวของดีไหม? ลูกของคุณดูแลของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ เช่น กระเป๋า หนังสือ หรือของมีค่าได้ดีแค่ไหน?
- เป็นเด็กที่เชื่อถือได้หรือเปล่า? เช่น สามารถเตรียมตัวไปโรงเรียนได้ตรงเวลาตามที่ตกลงไว้ได้ไหม?
- เคารพคนอื่นหรือไม่? ลูกเคารพสมาชิกในครอบครัวและเพื่อน ๆ ในการพูดคุยและแสดงความคิดเห็นไหม?
- ทำตามกฎของครอบครัวไหม? ลูกของคุณมักจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่คุณตั้งไว้หรือไม่? และจะยอมรับกฎการใช้โทรศัพท์ที่คุณกำหนดได้หรือไม่?
- เปิดใจคุยกับคุณไหม? ลูกมักจะพูดคุยกับคุณเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เขากังวลได้หรือเปล่า?
- รู้ทันภัยออนไลน์ไหม? ลูกรู้วิธีบล็อกข้อความและสายเข้าจากคนแปลกหน้า และรู้วิธีไม่คลิกลิงก์น่าสงสัยหรือไม่?
- เรื่องความปลอดภัย: โทรศัพท์จะช่วยให้ลูกปลอดภัยขึ้นไหม? เช่น ตอนเดินไปกลับโรงเรียน หรือต้องเดินทางเอง และใช้ติดต่อคุณเมื่อถึงบ้าน?
- การเชื่อมต่อ: โทรศัพท์จะช่วยให้ลูกได้ติดต่อกับญาติหรือเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเป็นประจำมากขึ้นหรือไม่?
- ชีวิตทางสังคม: การไม่มีโทรศัพท์ทำให้ลูกรู้สึกถูกกีดกันจากการสนทนา หรือกิจกรรมทางสังคมออนไลน์หรือไม่? (แต่ต้องระวังไม่ให้ความจำเป็นทางสังคมนำไปสู่ความเสี่ยง!)
- กิจกรรมเพื่อสุขภาพ: ลูกสามารถใช้โทรศัพท์เพื่อทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้หรือไม่ เช่น การทำสมาธิ หรือการติดตามการออกกำลังกาย?

สิ่งสำคัญกว่าการซื้อ: การสอนให้ใช้มือถืออย่างมีความรับผิดชอบ
ถ้าคุณแม่ตัดสินใจซื้อมือถือให้ลูกแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสอนให้ลูก ใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งหมายถึงการที่ลูกสามารถ
- สร้างนิสัยการใช้โทรศัพท์ที่ดีต่อสุขภาพ
- ยึดมั่นตามกฎการใช้โทรศัพท์ของครอบครัว
- จัดการค่าใช้จ่าย และดูแลโทรศัพท์ให้ปลอดภัยไม่หายหรือเสียหาย
- รักษาความปลอดภัยและ เคารพผู้อื่น ในการโทร, ส่งข้อความ, และโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี!
วิธีที่ดีที่สุดคือ การเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็น เช่น หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกคุยกับคุณเมื่อกลับถึงบ้าน ก็ควรตั้งเป้าที่จะปิดโทรศัพท์ของคุณเมื่อกลับถึงบ้านจากที่ทำงานด้วย
คุยกันเป็นประจำ และพักบ้าง!
- พูดคุยเรื่องการใช้โทรศัพท์กับลูกเป็นประจำ
- หาเวลาพักผ่อนแบบไม่ใช้อินเทอร์เน็ตบ้าง เช่น ไปเที่ยวพักผ่อน หรือแค่กำหนดช่วงเวลาบ่าย/วันหยุด ให้ทุกคนวางโทรศัพท์
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ลูกของคุณอาจจะมีสมาร์ทโฟนในที่สุด แต่ควรให้ในเวลาที่เหมาะสม เพราะการให้ ลูกมีสมาร์ทโฟนเร็ว อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพดังเช่นงานวิจัยได้กล่าวไว้ เมื่อถึงเวลานั้น คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบสิ่งที่ลูกๆ ของเราทำบนโทรศัพท์ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ได้ดูเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และสมาร์ทโฟนจะไม่รบกวนการนอนหลับ และที่สำคัญ ควรเน้นให้ลูกมีเวลาห่างจากโทรศัพท์ เพื่อออกกำลังกาย ซึ่งช่วยป้องกันโรคอ้วนและส่งเสริมสุขภาพจิตในระยะยาวด้วยนะคะ!
ที่มา : Children’s Hospital of PhiladelPhia, raisingchildren.net.au
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ผลกระทบจากสมาร์ทโฟน เด็กรู้สึก “ด้อยค่า” และ “อิจฉา” กันมากขึ้น
ปล่อยลูกอยู่กับทีวีและมือถือ แม่แชร์อุทาหรณ์! 3 ขวบยังพูดไม่ได้ พัฒนาการช้าไป 2 ปี
พ่อแม่ติดมือถือ ทำให้ ลูกพูดช้า สมาธิสั้น จริงไหม?
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!