สำหรับผู้หญิงเราแล้ว การเลือกคู่ชีวิตมาร่วมทุกข์ร่วมสุขนับเป็นก้าวสำคัญ แต่การมองหาคนที่จะมาเป็น พ่อที่ดีของลูก นั้นถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะในสังคมปัจจุบัน มาตรฐานคำว่า “แม่ที่ดี” มักจะถูกตั้งไว้สูงลิ่ว จนบางครั้งเราละเลยที่จะคาดหวังมาตรฐานที่สูงขึ้นจากว่าที่คุณพ่อ ยิ่งในยุคนี้ที่การเลี้ยงลูกไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การมองหาสัญญาณบ่งชี้ว่าคู่ครองของคุณมีความพร้อม จึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก
แน่นอนว่ามุมมองและเกณฑ์การวัดคำว่า พ่อที่ดี ของผู้หญิงแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ชีวิต บางคนอาจมองหาความมั่นคงทางการเงิน ในขณะที่บางคนให้คุณค่ากับความพร้อมทางอารมณ์ อย่างไรก็ตาม หากเราอ้างอิงตามหลักจิตวิทยาสมัยใหม่ นายแพทย์ชาร์ลส์ สวีท (Dr. Charles Sweet) จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ได้อธิบายถึง ทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory) ไว้ว่า เด็กๆ จะเติบโตมาพร้อมความมั่นคงในจิตใจเมื่อพวกเขารู้สึกปลอดภัย ได้รับความไว้วางใจ และได้รับการตอบสนองทางอารมณ์อย่างเหมาะสมจากคนเป็นพ่อแม่
นอกจากนี้ ราเชล โกลด์เบิร์ก (Rachel Goldberg) นักบำบัดผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตคู่และครอบครัว ยังได้เน้นย้ำว่า การเป็นพ่อที่ดีนั้น ไม่ได้วัดจากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อลูกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวิธีที่เขาแสดงออกและให้เกียรติคุณในฐานะคู่ชีวิตอีกด้วย
และนี่คือ 11 สัญญาณส่งตรงจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยคุณเช็กว่า สามีของคุณมีคุณสมบัติพร้อมเป็น พ่อที่ดีของลูก แล้วหรือยัง
1. เขาเห็นคุณเป็น “พาร์ทเนอร์” ที่เท่าเทียมกัน
การก้าวเข้าสู่บทบาทพ่อแม่อย่างเต็มตัว หมายถึงความรับผิดชอบและภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน จึงเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด
ริชาร์ด รามอส (Richard Ramos) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูบุตรและเยาวชน กล่าวว่า สามีที่จะเป็น พ่อที่ดีของลูก จะไม่มองว่าการเลี้ยงลูกหรือทำงานบ้านเป็นหน้าที่ของคุณเพียงคนเดียว และเขาไม่ได้คิดว่าตัวเองแค่มา “ช่วย” เป็นครั้งคราว แต่เขาเข้าใจดีว่ามันคือ “หน้าที่ร่วมกัน” ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการเปลี่ยนผ้าอ้อม ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างการวางแผนอนาคตให้ลูก

2. กล้าเปิดอกยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง
ไม่มีใครเกิดมาแล้วเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบได้ทันที โดยเฉพาะคุณพ่อมือใหม่ที่ต้องใช้เวลาปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกวัน สัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าเขาพร้อมเติบโตคือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตนและกล้ายอมรับผิด” หากสามีของคุณสามารถพูดคำว่าขอโทษอย่างจริงใจเมื่อทำสิ่งใดผิดพลาด และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข นั่นเป็นตัวบ่งชี้ชั้นดีว่าเขาพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับลูก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเป็นพ่อที่ดี
3. มีความยืดหยุ่นและรับมือกับความยุ่งเหยิงได้ดี
ชีวิตที่มีเด็กเล็กเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและแผนการที่พร้อมจะพังทลายได้เสมอ ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และรับมือกับความเครียดอย่างมีสติ จึงเป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องสังเกต
ทามิซ เอ. คุณพ่อลูกสองจากแคลิฟอร์เนีย ได้แบ่งปันประสบการณ์ว่า “สิ่งที่เป็นความท้าทายที่สุดคือการรักษาความสงบในเวลาที่ทุกอย่างวุ่นวาย การสูดหายใจเข้าลึกๆ แทนที่จะระเบิดอารมณ์ออกมา คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างและทำให้บ้านเป็นเซฟโซนของลูก”
4. ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความสุภาพและมีมารยาท
เด็กๆ เปรียบเสมือนฟองน้ำที่พร้อมจะซึมซับทุกพฤติกรรม ถ้อยคำ และค่านิยมจากคนเป็นพ่อแม่โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว
ดร. บริดเจ็ต โจนส์ (Dr. Bridget Jones) นักจิตวิทยาคลินิก ชี้ให้เห็นว่า ผู้ชายที่ปฏิบัติต่อคู่รักและคนรอบข้างด้วยความเคารพและสุภาพ จะสร้างบรรยากาศในบ้านที่ปลอดภัยทางอารมณ์ให้กับลูก และพฤติกรรมเหล่านี้จะหล่อหลอมให้ลูกเติบโตไปเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคมเช่นกัน
5. ช่วยแบ่งเบา “ภาระทางจิตใจ”
นอกจากงานบ้านที่มองเห็นได้ชัดเจนแล้ว ยังมีงานเบื้องหลังที่มองไม่เห็น เช่น การวางแผนมื้ออาหาร การนัดหมอ หรือการเช็กสต็อกนมผง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความเหนื่อยล้าทางจิตใจให้กับคนเป็นแม่สูงมาก
เฮเซคียาห์ เอช. คุณพ่อลูกสอง เล่าว่า หากคู่ชีวิตของคุณมีความกระตือรือร้นในการร่วมวางแผนและจัดการเรื่องหยุมหยิมเหล่านี้ในบ้านตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีลูก โอกาสสูงมากที่เขาจะก้าวมาเป็นพ่อที่ดี ที่ช่วยแบกรับภาระและเข้าใจความเหนื่อยล้าของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี
6. เป็นผู้ฟังที่ดีด้วยความตั้งใจ
ทักษะการฟังอย่างใส่ใจเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคง หากในเวลาที่เกิดความขัดแย้ง สามีของคุณเลือกที่จะหยุดฟัง ทำความเข้าใจความรู้สึกของคุณ มากกว่าการพยายามเอาชนะ นั่นเป็นสัญญาณว่าเขาจะสามารถเป็นที่พึ่งทางใจที่ปลอดภัยให้กับลูกได้ในอนาคต ลูกๆ จะกล้าเดินเข้ามาปรึกษาเขาในทุกๆ เรื่องเพราะรู้ว่าจะได้รับการรับฟังโดยไม่ตัดสิน
7. มีความกระตือรือร้นและชอบศึกษาหาความรู้
ว่าที่คุณพ่อสายสตรองยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้คุณแม่สั่ง สังเกตได้ง่ายๆ จากการที่เขาเริ่มค้นคว้าข้อมูลโรงเรียนเตรียมอนุบาล หาอ่านบทความการเลี้ยงลูก หรือแม้แต่ศึกษาเรื่องพัฒนาการตามวัยของเด็กล่วงหน้า ความกระตือรือร้นนี้แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะทำหน้าที่ พ่อที่ดีของลูก และก้าวเข้ามามีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูกอย่างเต็มใจ

8. ใส่ใจและอยากมีส่วนร่วมในชีวิตของคนรอบข้าง
หากสามีของคุณเป็นคนที่ชอบถามไถ่ แสดงความห่วงใย และตั้งใจฟังเรื่องราวในชีวิตประจำวันของคุณหรือคนในครอบครัวอย่างจริงใจ นั่นหมายความว่าเขาเป็นคนที่มีความเข้าอกเข้าใจสูง คุณแม่มั่นใจได้เลยว่า เมื่อลูกโตขึ้น เขาจะเป็นคุณพ่อประเภทที่ลูกๆ อยากวิ่งเข้าหาเพื่อเล่าเรื่องราวที่โรงเรียนให้ฟังด้วยความสบายใจ
9. พร้อมที่จะทลายกำแพงและปมในอดีต
หลายคนอาจเติบโตมาในครอบครัวที่มีบาดแผล หรือได้รับการเลี้ยงดูในแบบที่สร้างความเจ็บปวดใจ หากคู่ครองของคุณตระหนักถึงสิ่งนี้ และมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะเยียวยาตัวเองเพื่อไม่ส่งต่อบาดแผลทางใจไปสู่ลูก ความพยายามและความทุ่มเทนี้คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เขาปฏิวัติตัวเองกลายเป็น พ่อที่ดี ที่มอบแต่ความรักที่บริสุทธิ์ให้แก่ลูกน้อย
10. ไม่กลัวที่จะแสดงความอ่อนแอและเยียวยาอารมณ์
ค่านิยมเก่าๆ อาจบอกว่าผู้ชายต้องเข้มแข็งและห้ามร้องไห้ แต่ในทางจิตวิทยาสมัยใหม่ การที่ผู้ชายกล้าแสดงความอ่อนแอและเปิดเผยอารมณ์อย่างซื่อสัตย์ ถือเป็นเสน่ห์และคุณสมบัติที่ดีของคนเป็นพ่อ บรรยากาศที่พ่อกล้ากอด กล้าร้องไห้ หรือกล้าบอกรัก จะช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเองเช่นกัน ดังที่คุณริชาร์ด รามอส กล่าวไว้ว่า “การแสดงความอ่อนโยนไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือการสอนให้เด็กๆ รู้จักความรักและความเห็นอกเห็นใจ”
11. มีมุมขี้เล่นและพร้อมลุยไปกับลูก
เด็กๆ เรียนรู้และเชื่อมต่อความสัมพันธ์ผ่านการเล่น การที่สามีของคุณมีมุมตลก ขี้เล่น หรือสามารถเปลี่ยนเรื่องน่าเบื่อในบ้านให้กลายเป็นเกมสนุกๆ ได้ จะช่วยเสริมสร้างความผูกพันและสร้างความทรงจำในวัยเด็กที่ยอดเยี่ยมให้กับลูก นอกจากนี้ การเล่นอย่างสร้างสรรค์ยังช่วยให้เด็กๆ ฝึกการควบคุมอารมณ์และพัฒนาทักษะสมองได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
การเดินทางในเส้นทางของความเป็นพ่อแม่นั้นยาวไกลและเต็มไปด้วยความท้าทาย หากสามีของคุณมีสัญญาณเหล่านี้ แม้จะเพียงไม่กี่ข้อ แต่มันก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า เขามีศักยภาพและความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นพ่อที่ดีที่สุดในเวอร์ชันของเขา เพื่อครอบครัวที่อบอุ่นของคุณอย่างแน่นอนค่ะ
ที่มา: theBump
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
งานวิจัยเผย! แม่ๆ เกือบครึ่ง เครียดจากสามี มากกว่าลูก
สามีที่ดี หลังมีลูก ต้องเป็นยังไง? การเปลี่ยนแปลงจาก “คู่รัก” สู่ “พ่อแม่”
ภรรยาท้อง สามีห้ามทำอะไรบ้าง ชวนคุณพ่อมือใหม่ มาเอาใจคุณแม่ท้องกัน!
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!