แพ้ท้องหนักมาก คลื่นไส้ทั้งวัน กินอะไรไม่ได้! ลอง 5 วิธีนี้ ช่วยได้จริง!

แพ้ท้องหนักมาก นอกจากจะกระทบกับร่างกายแล้ว ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของคุณแม่อีกด้วย นี่คือเคล็ดลับเอาตัวรอดที่ปลอดภัย และเข้าใจคุณแม่อย่างแท้จริง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

แพ้ท้องหนักมาก นอกจากจะกระทบกับร่างกายแล้ว ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของคุณแม่อีกด้วย บทความนี้จะพาไปดูเคล็ดลับเอาตัวรอดที่ปลอดภัย และเข้าใจคุณแม่อย่างแท้จริง

 

แพ้ท้องหนักมาก ไม่ได้แค่เหนื่อย แต่ร่างกายกำลังขอความช่วยเหลือ

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดในชีวิตของผู้หญิง แต่สำหรับคุณแม่บางคน การเริ่มต้นอาจไม่ได้สวยงามนัก เพราะมีอาการ “แพ้ท้องหนักมาก” ที่ไม่ใช่แค่คลื่นไส้ตอนเช้าเบา ๆ แต่รุนแรงจนกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้ อาเจียนทั้งวัน จนกระทบชีวิตประจำวัน บางคนถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ

สถิติจาก American Pregnancy Association ระบุว่า ประมาณ 70-80% ของคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอาการแพ้ท้องในระดับต่าง ๆ และในกลุ่มนี้ประมาณ 0.3–2% จะมีอาการรุนแรงมาก ซึ่งต้องรับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง

 

ทำไมบางคนถึงแพ้ท้องหนักกว่าคนอื่น?

อาการแพ้ท้องเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะ ฮอร์โมน hCG ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาสแรก รวมถึง ฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการตั้งครรภ์

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้คุณแม่บางคนมีอาการ แพ้ท้องหนักมาก ได้แก่

การเข้าใจต้นเหตุนี้ จะช่วยให้คุณแม่ไม่โทษตัวเอง และพร้อมดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

 

5 เคล็ดลับเอาตัวรอด เมื่อคุณแม่ “แพ้ท้องหนักมาก”

1. กินน้อยแต่บ่อย

เมื่อพูดถึงอาการ แพ้ท้องหนักมาก สิ่งที่หลายคนกังวลที่สุดคือ “กินอะไรไม่ได้เลย” ซึ่งจริง ๆ แล้ว การกินน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง และเลือกอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีกลิ่นแรง จะช่วยคุณแม่ได้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

อาหารที่แนะนำ:

  • แครกเกอร์ไม่หวาน ขนมปังปิ้ง ข้าวต้ม
  • กล้วยหอม แอปเปิล แตงโม (ช่วยเติมน้ำและน้ำตาลธรรมชาติ)
  • น้ำขิงอุ่น งานวิจัยจาก Journal of Obstetrics and Gynaecology พบว่า ขิงช่วยลดอาการคลื่นไส้ในคนท้องได้มากถึง 50%
  • วิตามิน B6 องค์การสูติแพทย์อเมริกา (ACOG) แนะนำให้รับประทานเพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้อย่างปลอดภัย

เคล็ดลับเล็ก ๆ วางแครกเกอร์ไว้ข้างเตียง กินก่อนลุกจากที่นอน จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ในตอนเช้า

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

2. จัดการอารมณ์

อาการแพ้ท้องหนักมาก มักไม่ได้เกิดแค่ที่ร่างกาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับอารมณ์และจิตใจที่แปรปรวนจากฮอร์โมนเช่นกัน บางคนรู้สึกหมดกำลังใจ ท้อแท้ หรือซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว

วิธีดูแลอารมณ์ของคุณแม่:

  • ฝึกหายใจลึก ๆ ฟังเพลงผ่อนคลาย นั่งสมาธิ
  • พูดคุยกับคนใกล้ตัว โดยเฉพาะสามีหรือคนในครอบครัว
  • เข้ากลุ่มแม่ท้องออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์
  • จดบันทึกอารมณ์ประจำวัน เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลง

งานวิจัยจาก BMJ Open (2021) พบว่า คนท้องที่มีอาการแพ้ท้องรุนแรง มีความเสี่ยงซึมเศร้าเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หากไม่ได้รับการดูแลด้านจิตใจอย่างเหมาะสม

 

3. เปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันให้เป็นมิตรกับร่างกาย

คุณแม่ที่แพ้ท้องหนักมาก อาจต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตบางอย่างชั่วคราว เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ง่ายขึ้น

พฤติกรรมที่ควรลอง:

  • ลุกจากเตียงช้า ๆ ทุกเช้า อย่าลุกพรวดพราด
  • เลี่ยงกลิ่นที่กระตุ้นการอาเจียน เช่น กลิ่นน้ำหอม อาหารทอด
  • พักผ่อนบ่อย ๆ งีบช่วงกลางวันช่วยลดความอ่อนเพลีย
  • เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หรือติดเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน 

4. แพ้ท้องหนักแค่ไหน ต้องพบแพทย์

อย่ารอให้ถึงขั้นอาเจียนจนไม่มีแรง หรือน้ำหนักลดจนกังวล หากคุณแม่มีอาการเหล่านี้ ต้องพบแพทย์ทันที:

  • อาเจียนมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน
  • ดื่มน้ำไม่ได้ หรือ ปัสสาวะน้อย
  • น้ำหนักลดลงมากกว่า 5% ภายใน 1-2 สัปดาห์
  • รู้สึกวิงเวียน หน้ามืด ปากแห้ง

แพทย์อาจพิจารณาให้วิตามิน B6 หรือยาต้านคลื่นไส้ชนิดอ่อนที่ปลอดภัยต่อคนท้อง รวมถึงให้น้ำเกลือ หากร่างกายขาดน้ำ

 

5. เตือนใจตัวเองว่า “อาการนี้เป็นเพียงชั่วคราว” คุณแม่จะผ่านมันไปได้

แม้ว่าอาการแพ้ท้องหนักมากจะดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดในช่วงไตรมาสแรก แต่ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังเข้าสู่เดือนที่ 4 เมื่อฮอร์โมนในร่างกายเริ่มสมดุลมากขึ้น

ให้คุณแม่เตือนใจตัวเองว่า อาการนี้จะผ่านไป และคุณแม่ไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีครอบครัวและสังคมแม่ ๆ ที่เข้าใจ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

แพ้ท้องหนักมาก อันตรายไหม?

อาการแพ้ท้องปกติแม้จะทำให้ไม่สบายตัว แต่ส่วนใหญ่ไม่อันตราย อย่างไรก็ตาม ถ้าเข้าสู่ระดับที่เรียกว่า Hyperemesis Gravidarum จะมีผลต่อทั้งแม่และลูก

อันตรายที่ควรระวัง:

  • ขาดสารอาหาร ส่งผลให้ทารกเติบโตช้า
  • ภาวะขาดน้ำ ร่างกายเสียสมดุลเกลือแร่
  • เสี่ยงภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลจากความไม่สบายเรื้อรัง
  • ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญคือ อย่ารอให้อาการหนัก การพบแพทย์เร็วจะช่วยให้แม่ฟื้นตัวเร็วและลดผลกระทบต่อลูกในท้องได้

 

แพ้ท้องหนักมาก กินอะไรดี?

อาหารบางชนิดช่วยลดอาการแพ้ท้องได้จริง และยังให้พลังงานกับร่างกายที่อ่อนเพลียในช่วงนี้ และพยายามดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ลิตร แม้ต้องจิบทีละน้อย

ประเภทอาหาร ตัวอย่าง ประโยชน์
แป้ง ขนมปัง, แครกเกอร์, ข้าวต้ม ย่อยง่าย ไม่ระคายกระเพาะ
ผลไม้เบา กล้วย, แตงโม, แอปเปิลเขียว ให้พลังงาน แคลอรีต่ำ
น้ำอุ่น น้ำขิง, น้ำผึ้งมะนาว ลดคลื่นไส้ เพิ่มความสดชื่น
โปรตีน ไข่ต้ม, เต้าหู้, ซุปไก่ ไม่ทำให้คลื่นไส้ ช่วยฟื้นตัว

 

แพ้ท้องหนัก ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่จัดการได้

การแพ้ท้องเป็นธรรมชาติของร่างกายแม่ ที่ตอบสนองต่อการตั้งครรภ์ แต่ถ้าอาการรุนแรงถึงขั้นกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือส่งผลต่อจิตใจ ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมให้ครบทุกด้าน ทั้งการกิน การพักผ่อน และการจัดการอารมณ์ จะช่วยให้คุณแม่ผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างปลอดภัยค่ะ

ที่มา : National Library of Medicine , ACOG

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

12 วิธีรับมืออาการแพ้ท้อง แพ้ท้อง ทำไงดี? ให้สุขภาพดีทั้งแม่และลูก

แพ้ท้องกี่เดือนหาย อาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่? รับมือยังไง แพ้ท้องแบบไหนต้องระวัง?

ไขข้อข้องใจ แพ้ท้องอยากกินของแปลก เพราะอะไร ปกติหรือเปล่า?